
"เชลซี"ยำ"คาร์ดิฟฟ์"4-1ลิ่ว8ทีมเอฟเอคัพ
"สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี สุดแกร่งเปิดบ้านไล่ถล่ม "บลูเบิร์ด" คาร์ดิฟฟ์ 4-1 ทะลุเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายศึกลูกหนังเอฟเอ คัพ ได้สำเร็จ ขณะที่เกมวันที่ 14 ก.พ. "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส เรียก ปีเตอร์ เคราช์ คืนตัวจริงยืนคู่ เจอร์เมน เดโฟ บุกเยือน "ทรอตเตอร์" โบลตัน
ศึกลูกหนังน็อกเอาท์ เอฟเอ คัพ รอบ 5 เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก เปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ พบ "บลูเบิร์ด" คาร์ดิฟฟ์ จากลีกแชมเปี้ยนชิพ นัดนี้ คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือเจ้าถิ่นปรับทีมโดยเฉพาะแผงหลังที่ไม่มี จอห์น เทอร์รี กับ แอชลีย์ โคล ส่ง เปาโล แฟร์ไรรา กับ ยูริ ซีร์คอฟ ลงแทน ส่วนกองกลางมี โจ โคล กองหน้ายังใช้ ดิดิเยร์ ดร็อกบา คู่กับ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ส่วนทีมเยือนมี เจย์ โบธรอยด์ กับ ไมเคิล โชปรา เป็นคู่หัวหอก
เริ่มเกมแค่ 2 นาที เจ้าถิ่นออกนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว เมื่อ จอห์น โอบี มิเกล เปิดบอลให้ ดิดิเยร์ ดร็อกบา หลุดเดี่ยว ก่อนสังหารผ่าน เดวิด มาร์แชลล์ ได้อย่างเด็ดขาด จากนั้นนาที 10 คาร์ดิฟฟ์ หวิดตีเสมอได้เช่นกัน จากลูกโหม่งของ แอนโธนี เจอร์ราร์ด แต่ เฮนริเก้ ฮิลาริโอ เหินปัดเอาไว้ได้ จากนั้นเชลซี บุกหนัก แต่นาที 34 กลายเป็น คาร์ดิฟฟ์ มาตีเสมอ 1-1 จากลูกที่ คริส เบิร์ก เปิดบอลจากทางซ้าย ไมเคิล โชปรา โฉบตัดมาโหม่งเข้าประตูไป หมดครึ่งแรกเสมอกัน 1-1
ครึ่งหลังผ่านไปแค่ 6 นาที เชลซี กลับขึ้นมานำ 2-1 จากจังหวะที่ ดิดิเยร์ ดร็อกบา จ่ายบอลทะลุให้ มิชาเอล บัลลัค ที่วิ่งหลุดกับดักล้ำหน้าก่อนดีดบอลเข้ามือของ เดวิด มาร์แชลล์ เข้าไปอย่างสวยงาม เชลซี ยังคงขึงเกมรุกต่อไป และมาได้ประตูที่ 3 ในนาที 69 จากลูกที่ ดิดิเยร์ ดร็อกบา พยายามเกี่ยวบอลแต่ลูกปลิ้นไปเข้าทาง ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ยิงจ่อๆ เข้าไป ก่อนหมดเวลา 4 นาที เชลซี มาได้ประตูที่ 4 เมื่อ เปาโล แฟร์ไรรา เปิดบอลให้ ซาโลมอง คาลู ตัวสำรองโหม่งย้อยเสียบเสาเข้าไป หมดเวลา เชลซี ชนะ 4-1 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นทีมแรก
ส่วนเกมวันที่ 14 กุมภาพันธ์ มีเตะกัน 3 คู่ "ทรอตเตอร์" โบลตัน ทีมรองบ๊วยพรีเมียร์ลีก เปิดรีบอค สเตเดี้ยม พบ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ทีมอันดับ 6 เริ่มเตะเวลา 20.30 น. โบลตัน ของโอเว่น คอยล์ ไม่ชนะใครมา 3 นัดติด และยิงประตูไม่ได้นานถึง 325 นาที เกมนี้ไม่มี แกรี เคฮิลล์ ที่โชคร้ายมีอาการเลือดคั่งที่แขน อาจต้องพักตลอดฤดูกาล ขณะที่ต้องลุ้นความฟิตของ อิวาน คลาสนิช กองหน้าที่น่องตึง
อย่างไรก็ตามคาดว่า คอยล์ ยังคงยึดทีมที่แพ้ แมนฯ ซิตี้ เป็นหลัก ทั้ง พอล โรบินสัน, ฟาบริซ มูอัมบา, ทาเมียร์ โคเฮน, ลี ชุง ยอง, โยฮัน เอลมันเดอร์ และเควิน เดวีส์ จะลงเป็นตัวจริง รวมทั้ง แจ็ค วิลเชียร์ กองกลางดาวรุ่งที่ยืมตัวมากจากอาร์เซนอล สามารถเล่นได้ เนื่องจากทีมปืนใหญ่ตกรอบไปแล้ว
ขณะที่ สปอร์ส ของ แฮร์รี เรดแนปป์ ฟอร์มก็ไม่ดีนัก หลังจากไม่ชนะใครในพรีเมียร์ลีก 3 นัดติด และล่าสุดแพ้ วูล์ฟส์ 0-1 ทำให้เป็นนัดที่ 9 ที่ยิงประตูในลีกไม่ได้ เกมนี้จะเรียก ปีเตอร์ เคราช์ กองหน้าร่างโย่งที่ได้พักในเกมเจอวูล์ฟส์ มาเป็นตัวจริง ร่วมกับ เจอร์เมน เดโฟ เช่นเดียวกับ เลดลีย์ คิง ที่พร้อมจะลงเล่นในแผงหลัง รวมทั้ง โรมัน พาฟลิยูเชนโก้ กองหน้ารัสเซียก็พร้อมเช่นกัน ขาดเพียง อารอน เลนนอน ที่ยังต้องเรียกความฟิต
ส่วนอีก 2 คู่ ฟูแล่ม ทีมอันดับ 10 ของพรีเมียร์ลีก เปิดรังคราเวน คอตเทจ พบ นอตต์ส เคาน์ตี ม้ามืดทีมจากลีกวัน เริ่มเตะเวลา 22.00 น. และคริสตัล พาเลซ ทีมอันดับล่างของลีกแชมเปี้ยนชิพ เล่นในเซลเฮิร์สท์ ปาร์ค พบ "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า ทีมอันดับ 7 ของพรีเมียร์ลีก เวลา 22.45 น.



