
"มาร์ค"เรียก"ปทีป-ธานี"สรุปซื้อเก้าอี้ภูธร2
"อภิสิทธิ์"เรียก"ปทีป-ธานี"ถกผลสรุปซื้อเก้าอี้ตำรวจภูธร2 เสนอแก้ไขคำสั่งโยกย้าย ตั้งกก.สอบรับผลประโยชน์ ย้ำรายงาน"วสิษฐ" ไม่มีนักการเมืองเอี่ยว แย้มยืดอายุให้สอบต่อ จ่อลุยสอบภาคอื่นต่อ 17 ก.พ.นี้ สั่งปทีบเอาจริงอย่าละเลย ลั่นพร้อมรื้อโผภาค 2 ใหม่หมด ส่วน
(13ก.พ.) เวลา 16.10 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังหารือกับ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผบ.ตร. และพล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองเลขาธิการนายกฯ ที่ตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาลเกี่ยวกับการร้องเรียนเรื่องซื้อขายตำแหน่งในการโยกย้ายตำรวจในพื้นที่กองบังคับการตำรวจภูธร 2 และพื้นที่อื่นๆ ว่า พล.ต.อ.ปทีป มารับรายงานสรุปผลสอบการร้องเรียนการโยกย้ายข้าราชการตำรวจในพื้นที่กองบังคับการตำรวจภูธรภาค 2 ที่มี พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ เป็นประธาน และมีข้อเสนอ 2 ส่วน ในส่วนของภาค 2 คือ 1.การแก้ไขคำสั่งซึ่งความจริงทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)ทำอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าให้นำข้อมูลที่รายงานการสอบไปประกอบด้วยในการจัดทำคำสั่ง
ส่วนที่ 2. คือ ขอให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบกรณีการเรียกรับผลประโยชน์ โดยขอให้เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ(ป.ป.ท.)เป็นประธาน ซึ่งเรื่องนี้ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ปทีปไปดูองค์ประกอบที่จะให้คณะกรรมการชุดนี้สอดคล้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน และกฎหมายตำรวจด้วย จากนั้นให้ยื่นเสนอกลับมา
ผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องของพื้นที่ภาค 2 พล.ต.อ.วสิษฐ ระบุว่า มีส.ส.เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยจริงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ พล.ต.อ.วสิษฐรายงานว่า ในพื้นที่ภาค 2 ไม่มีการเกี่ยวข้องกับนักการเมือง ส่วนภาคอื่น พล.ต.อ.วสิษฐยังไม่ได้สอบ โดยจะเริ่มสอบสัปดาห์หน้าในวันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ ส่วนที่ถามว่าในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลจะตั้งให้พล.ต.อ.วสิษฐเข้าไปดูด้วยหรือไม่นั้น ขอชี้แจงว่า ไม่ได้ตั้ง เพราะว่าจะแยกตามคำร้องที่อยู่ในวิสัยของสตช.อาจจะดำเนินการตรวจสอบเองได้หรือไม่ ถ้าได้ก็ส่งสตช.ดำเนินการ หรือถ้าเห็นว่า เกี่ยวข้องกับระดับที่สูงขึ้นมาก็จะให้ทางคณะกรรมการอิสระสอบ แต่ในส่วนที่ส่งไปยัง สตช.ได้กำชับ พล.ต.อ.ปทีปให้เอาจริงเอาจัง อย่าปล่อยเรื่องไปเฉยๆ มีมูลหรือไม่มีมูลต้องออกมาชี้แจงให้ชัดเจนทุกกรณี
ส่วนที่ถามว่าจะขยายเวลาให้คณะกรรมการชุดของ พล.ต.อ.วสิษฐสอบสวนต่อหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า พล.ต.อ.วสิษฐได้ขอขยายมา ซึ่งขณะนี้ก็เลยกำหนดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ อยู่แล้ว แต่ถ้าพบว่า มีความจำเป็น สามารถมาแก้ไขภายหลังได้ ซึ่งต้องจัดทำเป็นกรณีๆ ไป เมื่อถามย้ำว่า จะไม่รื้อโผใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ถ้าไม่มีเหตุคำสั่งไม่ชอบ แต่ในภาค 2 ชัดเจนว่า คำสั่งไม่ชอบ ต้องทำใหม่หมด แต่กรณีอื่นจะต้องแก้ไข เฉพาะถ้าตรวจเจอว่ามีตรงไหนไม่เหมาะสม
เมื่อถามว่าข้อร้องเรียนที่ว่ามีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของ พล.ต.อ.ปทีป ต้องเข้าไปตรวจสอบ ขณะที่มีการระบุว่ามีจำนวน 10 คนนั้น ก็ไม่ได้นับ ส่วนภาค 1 หรือ 2 ที่มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น ยืนยันว่า ภาค 2 ไม่มีนักการเมืองเกี่ยวข้อง แต่จะมีภาคไหนมีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น พล.ต.อ.ปทีป ไม่ได้บอกมา ส่วนภาคไหนมากที่สุดก็ไม่ทราบ เพราะไม่ได้ถาม
วันเดียวกัน นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ได้มอบหมายให้นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบ เรื่องการโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรมและการซื้อขายตำแหน่งในสตช. ในคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้เพราะเชื่อมั่นในความสามารถของนายนิพิฏฐ์ที่ไม่เกรงกลัวอิทธิพล
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคณะทำงานชุดดังกล่าวจะทำงานอย่างเร็วที่สุด แต่คงจะบอกกรอบเวลาไม่ได้ คงต้องสอบไปเรื่อยๆ และหลังจากรวบรวมพยานหลักฐานได้มากที่สุด และจะรายงานความคืบหน้าให้นายกรัฐมนตรีทราบเป็นระยะ ส่วนการตรวจสอบจะสะดุดหรือไม่นั้นยังตอบไม่ได้ ขอให้สอบไปเรื่อยๆ ตามข้อเท็จจริง แต่สิ่งที่หนักใจที่สุด คือ เรื่องการซื้อขายตำแหน่ง เพราะหาใบเสร็จยาก และเรื่องนี้ทำให้ระบบของตำรวจเสีย
ด้านนายนิพิฏฐ์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบเรื่องการโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรมและการซื้อขายตำแหน่ง ในสตช. ในคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ที่ผ่านมานอกจากจะมีข้าราชการร้องเรียนเรื่องการไม่ได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้าย ในกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (บช.ภ.2) แล้ว ยังมีพื้นที่บช.ภ.1 และ บชภ.4 ที่ร้องกันมาหนักๆ ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมด้วย โดยส่วนใหญ่จะเกิดปัญหาเรื่องการข้ามอาวุโส ดังนั้นในวันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ เวลา 09.00 น. จะนำคณะทำงานเดินทางไปที่บช.ภ.1 เพื่อสอบถามถึงปัญหาดังกล่าว ส่วนเรื่องการซื้อขายตำแหน่ง คงเป็นเรื่องยากที่จะมีหลักฐาน เพราะส่วนใหญ่เป็นการสมยอมกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า การตรวจสอบของคณะกรรมาธิการครั้งนี้ จะเชือดไก่ให้ลิงดูหรือไม่ ประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบฯ กล่าวว่า คงไม่ถึงขนาดนั้น แต่จะหาความผิดปกติให้ได้ และจะส่งข้อมูลให้นายกฯ โดยคนที่จะเชือดคือนายกฯ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมามีข่าวว่า การโยกย้ายครั้งนี้มี ผบช.ภ.บางพื้นที่ ถึงขนาดต้องซื้อตู้เซฟใหม่ จึงอยากบอกว่าให้ระวังตัวให้ดี
นายนิพิฏฐ์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อร้องเรียนเรื่องการซื้อขายตำแหน่งในการจัด ทำรายชื่อแต่งตั้งโยกย้าย ข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บังคับการถึงสารวัตร ระบุมีส.ส.เกี่ยวข้องกับการซื้อขายตำแหน่งว่า ในคณะกรรมาธิการการตำรวจ ยังไม่มีข้อมูลว่ามีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่เรื่องการฝากตำรวจมีทุกปี การฝากคนดีๆ ที่ถูกข้ามอาวุโสมาหลายปีก็อาจมีบ้าง แต่การฝากต้องอย่าไปเอาคนไม่มีความรู้ความสามารถมาฝาก และต้องไม่เรียกเงิน ถ้ามีพฤติกรรมเรียกรับเงินก็ต้องจัดการ อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้ที่มีการออกมาโวยกันส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีการฝากกันแล้วบวกเงินด้วย



