ข่าว

ปฏิบัติการตามรอย'อึ'บ้านนายกฯ

ปฏิบัติการตามรอย'อึ'บ้านนายกฯ

13 ก.พ. 2553

นับตั้งแต่ผู้ไม่ประสงค์ดีลงมือปฏิบัติการ "ปาอึ" ใส่บ้านนายกรัฐมนตรี "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" เลขที่ 32/3 ซอยสุขุมวิท 31 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ เมื่อบ่ายคล้อยวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เป็นต้นมา ชุดสืบสวนมือดีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ก็ถูกระดมมาต

เป็นเรื่องการเมืองสารพัดสีหรือไม่ !?!

 ไม่เฉพาะบรรดานักสืบมากฝีมือเท่านั้นที่ถูกระดมมา แม้แต่นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เองก็ถูกเรียกมาใช้งาน ตรวจหาดีเอ็นเอของอึเอาไว้เปรียบเทียบกับผู้ต้องสงสัย

 แม้ว่าช่วงเกิดเหตุแรกๆ ทุกสายตาจะจับจ้องไปที่ประเด็นขัดแย้งทางการเมือง และเรื่องของสีที่อยู่เบื้องหลังการสร้างเรื่องสกปรกๆ ให้กลายเป็นประเด็นโจมตีสนุกปาก พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร.มือปราบชั้นครู ก็ถูกเรียกให้มารับผิดชอบคดีนี้

 ผู้ช่วยอัศวิน ระดมนักสืบมากประสบการณ์ประกอบขึ้นเป็นชุดเฉพาะกิจพิชิต "อึปริศนา" ประกอบด้วย พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบก.อก.นรป. พ.ต.อ.ฉัตรชัย เรียนเมฆ รอง ผบก.ศส.บช.น. พ.ต.อ.ชาญ แสงเสียงฟ้า ผกก.ฝอ.กองวินัย สตช. พ.ต.ท.สันติ ชัยนิรมัย รอง ผกก.จร.สน.ทองหล่อ พ.ต.ท.คำภีร์ พรหมสนธิ สว.กก.2 บก.ศส.บช.น. พ.ต.ต.กฤตวีร์ สุขเจริญ สว.กก.สส.น.8 ร.ต.ท.ธีรพาส ยั่งยืน รอง สว.กก.สส.น.5 และทีมสืบสวน

 แนวทางการสืบสวนเริ่มต้นจากการเดินเท้าหาภาพจากกล้องวงจรปิดทุกตัวจากบ้านนายกฯ ไปตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี ชนิดกล้องต่อกล้อง เวลาต่อเวลา เน้นหารถจักรยานยนต์ต้องสงสัยที่ได้จากภาพวงจรปิดหน้าบ้านนายกฯ เป็นแม่แบบเปรียบเทียบ ชุดสืบสวนต้องใช้วิธีเดินเท้าเข้าออกทุกตรอกซอกซอย ทั้งบริษัทห้างร้าน ตัวอาคารบ้านเรือน หรือแม้แต่ตึกสูงละแวกบ้านนายกฯ อภิสิทธิ์ ชนิดทำกันทั้งกลางวันกลางคืน ชนิดเทปต่อเทป

 สุดท้ายชุดสืบสวนก็ไปเจอเข้ากับภาพผู้ต้องสงสัยปรากฏอยู่ในกล้องวงจรปิดหลายตัวต่อเนื่องกัน ทั้งเวลาและสถานที่ เมื่อนำภาพเหล่านี้มาประมวลเข้าด้วยกันก็สามารถอธิบายพฤติการณ์ของมือปาอึรายนี้ได้ว่า...หลังจากปาอึใส่บ้านนายกฯ แล้วก็ขี่รถจักรยานยนต์ออกมาทางปากซอยสุขุมวิท 31 เลี้ยวซ้ายแล้วกลับรถมุ่งหน้าถนนสุขุมวิทขาเข้าไปห้างมาบุญครอง แล้ววิ่งไปตามถนนสายต่างๆ ซึ่งภาพปรากฏอยู่ตามกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่เขาใช้หลบหนี กระทั่งกล้องตัวสุดท้ายที่บันทึกภาพได้อยู่แถวๆ ถนนนวมินทร์ หลังจากนั้นก็ไม่สามารถจับภาพได้อีก

 ชุดสืบสวนจึงลงพื้นที่หาข่าวในละแวกดังกล่าว แล้วประสานเจ้าของพื้นที่ คือ สน.ลาดพร้าว เล่าเรื่องและพฤติการณ์ให้ พ.ต.อ.บุญส่ง นามกรณ์ ผกก.สน.ลาดพร้าว ฟัง จากการประสานงานกันชั่วระยะเวลาหนึ่ง ก็ได้ความว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ห้องวิทยุและฝ่ายสอบสวนได้รับการร้องเรียนจากผู้ชายคนหนึ่ง โทรมาร้องเรียนเรื่องควันบุหรี่เข้าบ้าน เมื่อแนะนำให้เจรจากับเพื่อนบ้านก็ได้รับคำตอบกลับมาอย่างฉุนเฉียวทำนองว่า...

 "ถ้าตำรวจไม่บริการให้ดี หรือถ้าจัดการให้ไม่ได้ ก็จะเอาขี้ไปขว้างบ้านนายกฯ"

 แรกๆ พวกเขารับฟังอย่างขำๆ ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก กระทั่งได้รับฟังพฤติการณ์ของชายต้องสงสัย จึงแจ้งชื่อและที่อยู่แก่ชุดสืบสวนนำไปตรวจสอบเปรียบเทียบกับสำนักทะเบียนราษฎร พบว่า นายวิวิทวิน เตียวสวัสดิ์ อายุ 42 ปี ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน เลขที่ 293/348 ซอยรามอินทรา 119 แขวงและเขตมีนบุรี กรุงเทพฯ มีรูปพรรณใกล้เคียงกับชายต้องสงสัยในภาพวงจรปิดปาอึบ้านนายกฯ

 ชุดสืบสวนจึงเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 685/6 ซอยนวมินทร์ 10 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ที่อยู่ปัจจุบันของนายวิวิทวิน และเชิญตัวมาสอบปากคำ ก็ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนปาอึใส่บ้านนายกฯ อภิสิทธิ์จริง เนื่องจากไม่พอใจการทำงานของกรุงเทพมหานคร และ สน.ลาดพร้าว ที่ไม่สามารถจัดการเรื่องควันบุหรี่อันเป็นสาเหตุให้ลูกสาวป่วยเป็นโรคภูมิแพ้และโรคหัวใจได้ ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมืองสีเหลืองสีแดงแต่อย่างใด

 บ้านของวิวิทวินเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว อยู่ในชุมชนซอยนวมินทร์ 10 ลักษณะเป็นแหล่งชุมนุมชน ประกอบกิจการรับซื้อของเก่า แต่งงานอยู่กินกับภรรยาซึ่งเป็นพยาบาลจนมีลูกด้วยกัน 3 คน อายุ 12 ขวบ 4 ขวบ และขวบครึ่ง ซึ่งลูกสาวคนโตมีใบรับรองแพทย์ว่าป่วยเป็นโรคภูมิแพ้และโรคหัวใจจริงตามคำกล่าวอ้างของเขาที่ให้ไว้ต่อตำรวจ

 นอกจากนี้ "คม ชัด ลึก" ยังได้พูดคุยกับแม่ของวิวิทวินเกี่ยวกับลูกชายคนนี้ด้วยว่า วินเป็นลูกคนที่ 2 จากทั้งหมด 4 คน อุปนิสัยดีและติดเป็นคนเฉยๆ ไม่ค่อยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับใคร เรียนจบชั้น ม.6 ก็ออกมาทำมาหากินเอง จากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันมาหลายปีแล้ว เพราะตัวเธอเองหันไปปฏิบัติธรรมที่วัด ประกอบกับลูกๆ แยกย้ายกันไปมีครอบครัวหมดแล้ว ส่วนพ่อของวินเสียชีวิตไปนานแล้ว

 "ฉันไม่ค่อยได้ติดต่อยุ่งเกี่ยวกับลูกๆ อีกเลย ฉันไม่รู้เรื่องว่าเขาไปทำอย่างนั้นจริงหรือเปล่า แต่ยืนยันได้ว่ามันไม่ได้บ้า วินมันเป็นคนดี เลี้ยงเขามาตั้งแต่เล็กๆ ก็ไม่เห็นเขามีเชื้อบ้านี่" แม่ของวิวิทวิน กล่าว

 ดูเหมือนว่าตอนนี้ปัญหาของวิวิทวินได้รับรู้แล้วจากข่าวปาอึ ส่วนจะแก้ไขได้หรือไม่นั้น เป็นอีกเรื่องกับที่เขาถูกดำเนินคดี ?!!