
"อภิสิทธิ์"เชื่อลดค่าเงินด่องกระทบไทยน้อย
"อภิสิทธิ์" ติดตามเวียดนามลดค่าเงินด่อง เชื่อมีผลกระทบกับไทยน้อย "กรณ์" ระบุไทยยังแข่งขันได้ ชี้ปัญหาเศรษฐกิจเวียดนามยังอยู่ คาดมีโอกาสลดค่าเงินได้อีก สศช.แนะต้องติดตามสินค้าข้าวและคอมพิวเตอร์
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยกรณีธนาคารกลางเวียดนามประกาศลดอัตราค่าเงินด่องรอบสองในรอบ 3 เดือน โดยอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินด่องระหว่างธนาคารอยู่ที่ 18,544 ด่องต่อดอลลาร์ หรืออ่อนค่าลง 3.4% จากเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ค่าเงินด่องอยู่ที่ 17,941 ด่องต่อดอลลาร์ว่า ในการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ หรือครม.เศรษฐกิจ ได้ประเมินว่าคงมีผลกระทบบ้าง แต่ไม่มาก
"ขณะนี้เรากำลังติดตามสถานการณ์อยู่ ส่วนผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทย เช่น สินค้าข้าว ผมได้สอบถามเรื่องนี้ไปตั้งแต่ต้นปีแล้ว โดยเฉพาะหลังการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟตา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ระบุว่ายังไม่มีผลกระทบในทางลบ" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ขณะที่นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า การลดค่าเงินด่องของเวียดนามนั้น ในภาพรวมจะไม่กระทบต่อเศรษฐกิจ และการแข่งขันด้านการส่งออกของไทย แม้สินค้าบางประเภท จะเป็นสินค้ากลุ่มเดียวกัน แต่คุณภาพของสินค้าต่างกัน จึงเชื่อว่าไทยยังน่าจะแข่งขันได้
"ผมยังเชื่อว่า เวียดนามน่าจะลดค่าเงินด่องอีก เพราะค่าเงินด่องในปัจจุบัน ยังไม่สะท้อนค่าที่แท้จริง เนื่องจาก ปัญหาเศรษฐกิจของเวียดนามยังมีอยู่มาก ทั้งขาดดุลงบประมาณ ดุลการค้า ดุลบัญชีเดินสะพัด รวมทั้งมีการพึ่งพาเงินลงทุนจากต่างประเทศมาก ดังนั้นเมื่อต่างประเทศประสบปัญหา ก็กระทบต่อเศรษฐกิจของเวียดนาม" นายกรณ์ กล่าว
ส่วนสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ระบุว่า การปรับลดค่าเงินด่องจะไม่กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย เนื่องจากสินค้าส่งออกสำคัญของทั้งสองประเทศ ส่วนใหญ่มีความแตกต่างกัน อีกทั้งปัญหาเงินเฟ้อและค่าเงินด่องที่ลดลงเป็นต้นทุนการผลิตของเวียดนามที่เพิ่มขึ้นอย่างไรก็ตาม ควรติดตามภาวะการแข่งขันในหมวดสินค้าข้าวและคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักของทั้งสองประเทศ



