ข่าว

แม่ทัพ2ชี้เขมรแค่ถามกรณีปราสาทตาเมือนธม

แม่ทัพ2ชี้เขมรแค่ถามกรณีปราสาทตาเมือนธม

13 ก.พ. 2553

แม่ทัพภาค 2 ระบุ เขมรเข้าปราสาทตาควาย แค่เข้ามาทวงถามกรณีสั่งปิดปราสาทตาเมือนธม 8 ก.พ. เผย เป็นเพียงความเข้าใจผิด ปราสาทตามเมือนธมยังเปิดให้เข้าชมปกติ

 (12ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมอาคารวิบูลย์ศักดิ์ ภายในค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา พลโทวีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยถึงกรณีที่มีข่าวว่าทหารกัมพูชาได้บุกยึดปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ว่า สำหรับสถานการณ์ระหว่างชายแดนไทยและกัมพูชา ตามที่มีข่าวว่ามีทหารจากกัมพูชามาบุกยึดปราสาทตาควายนั้นไม่เป็นจริง เพราะในพื้นที่ปราสาทตาควายจะอยู่ด้านซ้ายของปราสาทตาเมือน เหนือขึ้นมาทางทิศตะวันตกประมาณ 10-12 กิโลเมตร เนื่องจากตรงจุดนี้ไม่มีเส้นทางสัญจรทำให้ต้องใช้การเดินเท้าเท่านั้น จึงได้มีการสั่งให้เป็นจุดประสานงาน โดยจะมีการประสานงานกันตามที่ได้ระบุเวลาไว้เท่านั้นและเมื่อมีการประสานงานจะไม่มีการนำอาวุธติดตัวเข้าไปข้างในเพื่อเป็นการป้องกันความปลอดภัยทั้ง 2 ฝ่าย แต่ยังคงมีทหารกัมพูชาบางส่วนที่เดินทางเข้ามาพร้อมทั้งได้ติดอาวุธ แต่ก็ไม่ได้ข้ามายังฝั่งไทยแต่อย่างใด

 โดยการเข้ามาในพื้นที่ปราสาทตาควายในครั้งนี้ของทหารกัมพูชา เพียงแต่มาสอบถามถึงปัญหาที่มีกระแสข่าวว่าทางทหารไทยสั่งปิดปราสาทตาเมือนธม เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2553 ที่ผ่านมา ซึ่งจุดนี้ทางทหารกัมพูชาอาจมีการเข้าใจผิด เพราะทางตน ได้สั่งห้ามประชาชนชาวกัมพูชาขึ้นมาท่องเที่ยวเฉพาะในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 เท่านั้น เนื่องจากในวันที่ 8 ก.พ.53 ที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มพลังมวลชนต่างๆขี้นมาเพื่อแสดงพลังความรักชาติ จึงเกรงเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงจึงได้มีการสั่งประชาชนชาวกัมพูชาห้ามขึ้นมาดังกล่าว แต่ปัจจุบันนี้ตนได้มีการสั่งให้เปิดให้นักท่องเที่ยวเยี่ยมชมได้ตามปกติแล้วและทหารกัมพูชาก็ได้มีการถอนกำลังกลับไปที่ตั้งตามปกติ

 สำหรับปราสาทตาควายนั้นได้อยู่ในเขตแดนที่ทางคณะกรรมการปักปันเขตแดนเพราะฉะนั้นปัญหาและเงื่อนไขตามแนวชายแดนแต่ถ้าต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์ก็จะส่งผลกระทบทั้ง 2 ฝ่าย แต่ในขณะนี้ตนขอยืนยันว่าปราสาทตาควายได้อยู่ในพื้นที่ฝั่งไทยแต่ก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรเหมือนอย่างกรณีปราสาทพระวิหาร ขณะเดียวกันคณะกรรมการปักปันเขตแดนยังไม่ได้ระบุชัด ทำให้ขณะนี้ปราสาทตาควายได้ถูกใช้เป็นจุดประสานงานร่วมกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาเท่านั้น ส่วนเรื่องที่มีข่าวว่าทางกัมพูชาได้มีการทำกระเช้าเพื่อใช้เป็นเส้นทางมายังปราสาทตาควาย ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการก่อสร้างกระเช้าดังกล่าวแต่อย่างใด แต่หากพบการก่อสร้างทางไทยก็จะมีการประท้วงไม่ให้ก่อสร้างแน่นอน ส่วนที่ได้มีการสร้างกระเช้าไว้ก็มีอยู่ที่ ภูมะเขือ ซึ่งเป็นกระเช้าที่สร้างอยู่ในเขตแดนกัมพูชาไม่ได้เข้ามาฝั่งไทยแต่อย่างใด

 “ขอยืนยันว่าไม่มีกองกำลังของทหารกัมพูชาเข้ามายืดที่ปราสาทตาควายซึ่งปัจจุบันนี้ทางกองกำลังทั้ง 2 ฝั่งได้มีการพูดคุย สำหรับจำนวนทหารของกัมพูชาที่อยู่ตามแนวชายแดนนั้นล่าสุดได้เริ่มมีการถอนกำลังในบางส่วนที่ได้อารักขาท่านสมเด็จฮุนเซ็นตั้งแต่ในช่วงของวันที่ 6 - 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่วนทางทหารไทยก็ไม่ได้มีการเสริมกำลังแต่อย่างใด”พลโทวีร์วลิต กล่าว