ข่าว

เข้มทดสอบจีที200ห้ามไทยมุง-ห้ามพกมือถือ

เข้มทดสอบจีที200ห้ามไทยมุง-ห้ามพกมือถือ

12 ก.พ. 2553

เนคเทคแจงเหตุกันคนนอกออกห่างพื้นที่ทดสอบ จีที 200 ห้ามพกพาอุปกรณ์สื่อสารเข้าพื้นที่ หวั่นไทยมุงรบกวนสมาธิ - ชี้นำ อาจส่งผลกระทบให้การทดสอบยืดเยื้อ พร้อมแสดงความโปร่งใสโดยถ่ายวิดีโอภาพเหตุการณ์ครบทุกช็อต ร่วมกับบันทึกขั้นตอนทดสอบแบบละเอียด ระบุอังคาร 16 ก.

 ดร.พันธศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการทดสอบประสิทธิภาพเครื่องตรวจหาวัตถุระเบิด จีที 200 เปิดเผยถึงสาเหตุที่ไม่อนุญาตให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปยังพื้นที่ทดสอบ ว่า เป็นเพราะเกรงจะรบกวนสมาธิหรือชี้นำ ไม่มีปัจจัยรบกวนที่จะเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน รวมถึงต้องการให้การทดสอบเป็นไปตามธรรมชาติ จึงไม่อนุญาตให้มีรถถ่ายทอดสด (โอบี) อยู่ใกล้บริเวณบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธรหรือสถานที่ทดสอบในระยะ 200 เมตร รวมถึงไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนติดตามทำข่าว

 ทั้งนี้ เพื่อยืนยันถึงความโปร่งใสในการตรวจสอบของคณะกรรมการทุกชุด ภายในพื้นที่ทดสอบได้ติดตั้งกล้องวิดีโอไว้หลายจุดบันทึกภาพการทำงานอย่างละเอียด เพื่อใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงและคลายความกังวลของหลายฝ่าย  ส่วนผลการทดสอบนั้น คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะเป็นผู้รายงานต่อคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 16 ก.พ. จากนั้นจึงจะประกาศให้สาธารณชนทราบต่อไป

 "แม้ว่าทีมค้นหา 30 คนเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร ที่ได้รับการฝึกฝนและมีความชำนาญในการใช้เครื่อง จีที 200 แต่ในสภาวะจริง หากมีคนมุงเป็นจำนวนมาก หรือส่งเสียงดัง ปัจจัยเหล่านี้อาจเป็นอุปสรรคต่อการทดสอบได้ง่าย ส่วนอะไรที่ถูกมองว่าเป็นจุดอ่อน จะพยายามปรับแก้เพื่อลดความกังวลของสาธารณะชนให้มากที่สุด" โฆษกคณะกรรมการทดสอบฯ กล่าว

 การทดสอบเครื่องจีที200 กำหนดขึ้นในเช้าวันที่ 14 ก.พ. ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี คณะทำงานได้ออกแบบการทดสอบตามมาตรฐานสากลยอมรับ  พยายามจัดระเบียบเพื่อให้การทดสอบสมบูรณ์ที่สุด โดยแบ่งกลุ่มเจ้าหน้าที่ออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มซ่อนวัตถุต้องสงสัยและสังเกตการณ์ 10 คน กลุ่มค้นหาประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ถือจีที 200  10 ทีม รวม 30 คน และกลุ่มกรรมการ 30 คน ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องรวม 50 คน

 ส่วนเหตุที่เลือกอาคารบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธรเป็นสถานที่ทดสอบ เพราะต้องการให้การทดสอบเป็นไปตามธรรมชาติที่สุด และอาคารดังกล่าวมีลักษณะเป็นพื้นที่ปิด จึงเหมาะที่จะอำนวยความสะดวกให้กับผู้ปฏิบัติงานทั้ง 50 คน และเหมาะสมมากกว่าการทดสอบในพื้นที่โล่ง เนื่องจากปัจจัยแวดล้อมทางธรรมชาติ เช่น กระแสลม อาจมีผลต่อการทดสอบด้วย

 อย่างไรก็ตามในพื้นที่ทดสอบดังกล่าว จะไม่ติดตั้งอุปกรณ์ตัดสัญญาณโทรศัพท์ เพราะเกรงว่าสัญญาณจะรบกวนการทดสอบ แต่ได้สั่งห้ามการพกพาอุปกรณ์สื่อสารใดๆ เข้าไปยังพื้นที่ทดสอบ เช่นเดียวกับคณะกรรมการทดสอบทั้ง 3 ชุด เมื่อเข้าอยู่ภายในสถานที่ทดสอบแล้ว จะไม่อนุญาตให้ออกมาจากสถานที่ทดสอบจนกว่าการทดสอบจะแล้วเสร็จ คาดว่าไม่เกินวันที่ 15 ก.พ.  หากกรรมการท่านใดออกจากสถานที่ทดสอบแล้วจะกลับเข้าไปไม่ได้ ยกเว้นโฆษกคณะกรรมการฯ

 ดร.พันธศักดิ์  กล่าวอีกว่า สำหรับการทดสอบ คณะกรรมการกำหนดให้ใช้สารระเบิดซีโฟว์ 20 กรัมห่อด้วยพลาสติกบรรจุในกล่อง 1 ใบ จากนั้นทีมซ่อนจะนำกล่องไปซ่อนภายในอาคาร พร้อมด้วยกล่องลวงอีก 3 ใบ เพื่อให้ทีมค้นหาถือจีที 200 ตรวจหาสารระเบิดจากกล่องที่ซ่อนอยู่ การทดสอบจะปฏิบัติเช่นนี้ซ้ำ 20 ครั้ง โดยสลับใช้เจ้าหน้าที่ชุดค้นหา 10 ทีม และการทดสอบจะใช้เพียงจีที200 เท่านั้น เพื่อให้เป็นไปตามมติครม.

 แม้ในเบื้องต้นยังไม่สามารถระบุช่วงเวลาในการทดสอบที่ชัดเจนได้ เนื่องจากขึ้นอยู่กับความพร้อมของคณะทำงานที่มีจำนวนมาก แต่ได้พยายามให้กลไกการทดสอบเป็นไปตามธรรมชาติ จนครบทั้ง 20 ครั้งตามหลักสถิติยอมรับ หากเจ้าหน้าที่เหนื่อยล้าหรือไม่มีความพร้อม อาจทำให้ระยะเวลาในการทดสอบยืดออกไปจนถึงวันจันทร์ที่ 15 ก.พ.

 "ผลการทดสอบ 20 ครั้งจะถูกนำมาคำนวณเป็นเปอร์เซนต์ของการค้นหา และรายงานเป็นข้อมูลตัวเลขต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาตัดสินใจต่อไป ฉะนั้น คณะทำงานจะไม่ระบุชัดเจนว่าประสิทธิภาพของจีที200 ใช้ได้หรือไม่ได้ อย่างไร" ดร.พันธศักดิ์ กล่าว

 ทั้งนี้ หลังจากที่นำเสนอผลทดสอบให้คณะรัฐมนตรีแล้ว คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 สัปดาห์จัดทำรายงานสรุป หรือ Full Report  ซึ่งจะแจกแจงถึงขั้นตอนการทำงานโดยละเอียด เพื่อแสดงความโปร่งใส