
มท.1เปิดงานร้อยใจไทยเสื้อแดงป่วนฉี่ใส่อส.
มท. 1 เปิดงานร้อยใจไทย 63 ล้านใจปกป้องสถาบัน เสื้อแดงตามป่วนฉี่ใส่อส. เสื้อแดงแปดริ้วยังสับสนวันรวมหัวเคลื่อนพล หลังแกนนำหลักยังแตกคอนัดชุมนุมใหญ่ไม่ลงตัว
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 12 ม.ค. 53 นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางไปที่บริเวณ สระน้ำโกสินารายณ์ ซึ่งเป็นสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่ขุดขึ้นในสมัยทวาราวดี ที่ต.ท่าผา อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เพื่อเปิดงานโครงการ ร้อยใจไทย 63 ล้านใจ ปกป้องสถาบันหลักของชาติ ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ก็เพื่อให้ข้าราชการ พนักงานส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มพลังมวลชน และประชาชนทั่วไป ได้ร่วมแสดงความรัก ความสามัคคี และตระหนักถึงความสำคัญของสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,000 คน
ขณะที่นายชวรัตน์ เดินทางไปเปิดงาน ได้มีกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งนำโดย นายสุทัศน์ สระทองแก้ว อดีตสจ.ราชบุรี และเป็นประธานกลุ่มคนเสื้อแดง ภาคตะวันตกกลุ่ม 4 พร้อมด้วยนายบริบูรณ์ เกียงวรางกูล แกนนำในเขตพื้นที่ อ.บ้านโป่ง ได้นำคนเสื้อแดงกว่า 20 คน มาแสดงพลังพร้อมทั้งถือตีนตบ และป้ายข้อความต่อต้านมท. 1 และพยายามที่จะเข้าไปก่อกวนภายในงาน ทำให้ทางจ.ราชบุรี ต้องนำกำลังเจ้าหน้าที่จากกองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน ( อส.) กว่า 100 นายมาคอยดูแลรักษาความปลอดภัย โดยนำรถบัสขนาดใหญ่มาจอดขวางไว้เพื่อกันกลุ่มคนเสื้อแดงให้อยู่ด้านนอก ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มคนเสื้อแดง พยายามที่ฝ่าวงล้อมของ อส.ออกมาจนเกิดการปะทะกันเล็กน้อย
จากนั้นกลุ่มคนเสื้อแดง ได้เดินมาฉี่ใส่กลุ่มอส.ที่เดินถือโล่ห์เรียงหน้ากระดานกันไว้โดยไม่อายสายตาของประชาชนที่คอยมองดุอยู่ด้านนอก พร้อมทั้งตะโกนด่าทอที่ทางอส.ไม่ยอมให้เข้าไปพบกับมท. 1 ซึ่งใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง กลุ่มคนเสื้อแดงจึงได้ยอมแยกย้ายกันกลับ โดยมีกลุ่มกำลังของอส.คอยดุแลความสงบเรียบร้อย
เสื้อแดงแปดริ้วยังสับสนวันรวมหัวเคลื่อนพลใหญ่
เมื่อเวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก กลุ่มกระบอกเสียงของคนเสื้อแดง ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ว่า ขณะนี้กลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ยังไม่ได้มีการเตรียมการที่จะเคลื่อนพล บุกเข้าไปในเมืองกรุงเทพฯ ในวันที่ 26 ก.พ.53 แต่อย่างใด เนื่องจากขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานงาน หรือติดต่อให้มีการเตรียมความพร้อม ทั้งด้านการจัดหาบุคคล และยานพาหนะ รวมทั้งเสบียงอาหารในการเดินทาง
ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรานั้น กลุ่มของคนเสื้อแดงก็มีการแบ่งแยกการเคลื่อนไหวทางการเมืองออกเป็นสองสาย เช่นกัน และมีปัญหาในลักษณะที่คล้ายกันไม่แพ้ความขัดแย้งในส่วนกลาง โดยสายหนึ่งเป็นสายที่มีการเดินตามแนวทางการต่อสู้ทางการเมืองตามอุดมการณ์ความเชื่อ ส่วนอีกสายหนึ่งเป็นการเข้ามาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ ทั้งการเกณฑ์คน จัดรถยานพาหนะเดินทาง และจัดข้าวกล่อง ล้วนมีหัวคิวกินกันทุกขั้นตอน แต่ทั้งสองกลุ่มนี้ก็ไม่ได้ขัดแย้งกันอย่างชัดเจนหรือรุนแรงเหมือนในพื้นที่อื่น
ที่สำคัญ ขณะนี้ในส่วนของแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งเดินสายในแนวทางการต่อสู้ตามอุดมการณ์ความเชื่อ คือ ส.อ.อานุ โพธิ์อ่อน อดีต ส.อบจ. และนายก อบต.หนามแดง และเป็นผู้ประสานงานที่สามารถเชื่อมโยงกับเครือข่ายของกลุ่ม นพ.เหวง โตจิราการ ได้โดยตรง นั้นได้ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตไปแล้ว โดยได้มีการบำเพ็ญกุศลฌาปนกิจศพไปเมื่อวานนี้ จึงทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่ขาดแกนนำคนสำคัญไป เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีผู้ร่วมเคลื่อนไหวมากกว่ากลุ่มอื่นๆ
ส่วนของชมรมคนรักประชาธิปไตย ฉะเชิงเทรา ที่เคลื่อนไหวกันอยู่ในพื้นที่นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานงานมา จากประธานชมรมคนใหม่ ทั้งทางอีเมล์ หรือ ทางเอสเอ็มเอส ผ่านทางโทรศัพท์มือ ที่เคยใช้ติดต่อกันในการประสานงาน ซึ่งคาดว่าอาจจะมีการติดต่อประสานมาในวันที่ 15 ก.พ.53 นี้ หลังจากทางแกนนำในกรุงเทพฯ สามารถที่จะตกลงกันได้ว่าจะให้มีการเคลื่อนไหวเข้าไปชุมนุมเมื่อใด
ขณะนี้ทางกลุ่มของ นายวีระ มุสิกพงษ์ นายจตุพร พรหมพันธ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นั้นอยากให้มีการชุมนุมก่อนถึงวันที่ 26 ก.พ.53 ส่วนแกนนำที่เป็นกลุ่มของ ส.ส.คนอื่นๆ นั้น ต้องการให้จัดการชุมนุมใหญ่ หลังจากวันที่ 26 ก.พ.ไปแล้ว ซึ่งขณะนี้ยังตกลงกันไม่ได้ กระบอกเสียงของกลุ่มคนเสื้อแดงแปดริ้วเผย
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับกลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา นั้น โดยปกติจะมีการเคลื่อนไหว หรือเดินทางไปร่วมกันชุมนุมใหญ่ในแต่ละครั้งนั้น จะมีผู้ร่วมขบวนการครั้งละไม่เกิน 500 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่ร่วมเคลื่อนไหว กับ ส.อ.อานุ โพธิ์อ่อน ที่เสียชีวิตไปแล้ว ประมาณ 200-300 คน และกลุ่มอื่นอีกกว่า 100-200 คน ซึ่งการเคลื่อนไหวเดินทางไปร่วมชุมนุมใหญ่ในวันที่ 26 ก.พ.53 นี้ จึงคาดว่า น่าจะมีกลุ่มของคนเสื้อแดงในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ร่วมเดินทางไปชุมนุมในกรุงเทพฯ เพียงประมาณ 200-300 คน เท่านั้น



