
คนร้ายฆ่าชิงทรัพย์พ่อเฒ่า200,000 บาท
คนร้ายฆ่าชิงทรัพย์พ่อเฒ่าฉก 2 แสนบาท หลังเบิกเงินเตรียมจ่ายค่าก่อสร้าง
(12ก.พ.) เวลา 07.30 น. ร.ต.ท.มนตรี วรรณคง ร้อยเวร สภ.เมือง นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุฆาตกรรมจุดเกิดเหตุอยู่ที่กระท่อมเฝ้างานก่อสร้างบ้านใน ม.2 ต.ท่าไร่ อ.เมือง หลังจากนั้นจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ภูดิศ นรสิงห์ ผกก. พ.ต.ท.สำเริง ชูกะนันท์ รอง ผกก.สส.พ.ต.ท.สมชาย มวยดี สวป. กำลังชุดสืบสวน สายตรวจตำบล แพท์เวนชันสูตร รพ.มหาราช และเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจ เข้าทำการสอบสวนในที่เกิดเหตุ
ในที่เกิดเหตุพบว่าเป็นกระท่อม ที่เก็บวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง หน้าไซท์งานสร้างบ้านในจุดดังกล่าว พบผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือนายสมใจ ชัยบาล อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60/1 ม.2 ต.ท่าไร่ อ.เมือง นครศรีธรรมราช เสียชีวิตอยู่ในชุดเสื้อแขนสั้นสีดำ กางเกงขาสั้นสีดำ อยู่บนที่นอนในกระท่อมที่เปียกชุมด้วยเลือด สภาพถูกแทงด้วยอาวุธมีดปลายแหลมที่หน้าอกและลำตัวรวม 6 แผล โดยในบริเวณที่เกิดเหตุมีร่องรอยการต่อสู้ ในมือขวากำลูกประคำไว้แน่น เจ้าหน้าที่จึงประสานกับกองวิทยาการตำรวจเข้าทำการเก็บหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ในที่เกิดเหตุ
เบื้องต้นจากการรวบรวมข้อมูลทราบว่านายสมใจ ผู้ตายเป็นคนที่สร้างเนื้อสร้างตัวจนมีฐานะดีคนหนึ่งในหมู่บ้าน และในช่วงบั้นปลายนั้นได้สร้างบ้านในจุดดังกล่าวมูลค่านับล้านเพื่ออาศัยกับภรรยาและลูก โดยนายสมใจเองนอนพักอยู่ที่กระท่อมที่พักชั่วคราวที่เก็บวัสดุเพื่อเฝ้าวัสดุก่อสร้างไปในตัวด้วย และทราบว่าช่วงบ่ายวานนี้ (11 ก.พ.53) นายสมใจได้ไปเบิกเงินสดจากธนาคารแห่งหนึ่งจำนวน 200,000 บาทมาเก็บไว้กับตัวเพื่อเตรียมจ่ายให้กับคนงานก่อสร้างในวันนี้ (12 ก.พ.53) แต่ทราบว่าช่วงกลางคืนที่ผ่านมา นายสมใจได้ชักชวนเพื่อนฝูงคนในหมู่บ้านที่รู้จักมักคุ้นกันดีมาตั้งวงดื่มเหล้ากันที่กระท่อมที่พัก จนกระทั่งเช้าคนงานก่อสร้างมาทำงานจึงมาพบร่างนายสมใจถูกฆ่าตายในกระท่อมดังกล่าวแล้ว
พ.ต.อ.ภูดิศ นรสิงห์ ผกก.สภ.เมืองนครศรีธรรมราชระบุในเบื้องต้นว่าสาเหตุนั้นน่าจะเป็นการฆ่าชิงทรัพย์ โดยคนร้ายเป็นคนในหมู่บ้านที่รู้จักกัน ทราบว่านายสมใจเบิกเงินสดมาจากธนาคารจำนวนมาก ทำให้เกิดความอยากได้ขึ้นมาทันที จากเพื่อนบ้านที่ดีกลายเป็นโจรผู้ร้ายคิดอยากได้เงินที่นายสมใจ เบิกมา และคนร้ายได้เข้าไปชิงเงินของนายสมใจในช่วงกลางดึก ปรากฏว่านายสมใจ ขัดขืน จนเกิดการต่อสู้กัน ก่อนคนร้ายจะลงมือฆ่าอย่างเหี้ยมโหดแล้วเชิดเอาเงินจำนวนดังกล่าวหลบหนีไป ซึ่งตำรวจพอจะทราบแล้วว่าคนร้ายเป็นใคร โดยจะสอบสวนติดตามคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



