ข่าว

อัจฉริยะ หอบอดีตนักโทษ เปิดโปง "เรือนจำ" ฉาว มีเงินซะอย่าง ติดคุกก็สุขสบาย

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์

อัจฉริยะ พร้อม ทนายเดชา นำอดีตนักโทษเปิดโปง เรื่องราวความอื้อฉาว ภายใน "เรือนจำ" พิเศษ เรียกได้ว่าถ้ามีเงิน..ซะอย่าง อยู่ในคุกได้อย่างสุขสบาย

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ทนายความชื่อดัง พร้อมด้วย นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ หรือ "ทนายเดชา" ได้ออกมาเปิดเผย และตีแผ่ความจริงภายใน "เรือนจำ" แห่งหนึ่ง พร้อมทั้งนำตัว นายเอ (นามสมมุติ) อดีตผู้ที่เคยถูกคุมขัง ออกมาเปิดเผยถึงความจริงต่อสาธารณชนความเป็นอยู่ และความฉ้อฉลภายในเรือนจำ 

 

ทั้งนี้ นายเอ ระบุว่า ในอดีตที่เคยต้องโทษ ตนจะต้องถูกส่งรับแดนแรกรับ คือแดน5 ภายในเรือนจำ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในแดนนี้ 7 วัน จากนั้นก็จะจำแนกส่งไปยังแดนต่างๆ เฉพาะ "เรือนจำ"  มีด้วยกัน 6 แดน ซึ่งแดน 5 คือแดนแรกรับ และหากผู้ที่ถูกคุมขังอยากอยู่ภายในคุกแบบสบาย ก็ต้องมีตั๋ว เพื่อซื้อความสะดวกสบาย หากไปตกกองงานดีๆหน่อย ก็ต้องมี 15,000 หรือ 20,000 ก็แล้วแต่  

 

และเมื่อครบกำหนด 7 วัน ก็จะถูกส่งไปตามกองงานต่างๆ ส่วนตัวแล้วถือว่าโชคดี ไปตกกองงานการศึกษา เป็นผู้ช่วยสอนหนังสือ ซึ่งแต่ละกองงานก็จะต้องมียอด อย่างเช่นกองงานถ้วย หรือ กองงานผับถุงกระดาษ และทุกคนก็จะต้องมียอด หากทำยอดไม่ได้ หรือผับถุงไม่ครบตามจำนวนที่เค้าสั่งไว้ ก็จะถูกตี บางกรณีนักโทษที่ถูกตี ถึงกับให้ญาติเยี่ยมไม่ได้ เพราะถ้าให้เยี่ยมจะรู้ทันทีว่า ถูกเฆี่ยนตีมา 

 

โดยเฉพาะกองถ้วย นักโทษจะต้องทำให้ได้ 8 ปึก ซึ่งจะเป็นถ้วยกระดาษสีขาว ที่ใช้กันอยู่ทั้งในโรงพยาบาล หรือหรือบริษัทฯ ทั่วไป และหากทำไม่ได้ยอด 8 ปึก ก็จะถูกตี 3 ที แต่ถ้าไม่อยากทำ ก็ต้องจ่ายเงินตัดยอด 3 พันบาท เพื่อตัดยอดกองงานนั้นไป 

 

สำหรับการรักษาพยาบาลภายใน  "เรือนจำ" หากนักโทษคนไหนเจ็บป่วย ก็จะต้องจ่าย โดยยาแก้อักเสบ 10 เม็ด ต่อบุหรี่ 1 ซอง ทั้งๆ ที่มีสถานพยาบาลที่รักษาให้ฟรีอยู่แล้ว แต่ก็ต้องเสียเงินให้กับทางเจ้าหน้าที่ฯ พารา 10 เม็ด ก็ต้องจ่ายเป็นบุหรี่ 1 ซอง ขนาดข้าวแกงของหลวง ก็ต้องผูก ถ้าไม่ผูกเอาไว้ ก็ได้กินแต่น้ำแกง ฉะนั้น ก็ต้องผูกกับทางเจ้าหน้าที่โรงเลี้ยงเอาไว้ ไม่งั้นก็จะได้กินแต่น้ำ โดยจะต้องเสียบุหรี่อาทิตย์ละซอง 


นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ "เรือนจำ" เข้ามาเวียน หรือทำลายข้าวของ เพื่อให้ถัง หรือสิ่งของเสียหาย เพื่อที่จะได้ให้นักโทษซื้อใหม่ เฉพาะถังสีเปล่าๆในเรือนจำ ต้องแลกกับบุหรี่ถึง 8 ซอง    

 

ส่วนเรื่องการศึกษาในแดน5 ก็จะดีหน่อย โดยนักเรียนที่ลงเรียน ผอ.ส่วน จะบอกว่า ห้ามคัดชื่อออก เพราะมีผลกระทบต่องบประมาณทั้งหมด เนื่องจากหัวละ 500 โดยเป็นงบที่เบิกมาจาก กศน. หากมีการคัดชื่อออก งบประมาณในส่วนนี้ ก็จะหายไป แต่เรียนดีไม่มีตก เพราะว่าผู้ช่วยสอน ได้ทำข้อสอบเอาไว้หมดเลย นักโทษวันๆ ไม่เคยมาเรียนเลย และหากใครอยากอยู่สบาย ก็ต้องจ่าย 15,000 บาท ตัดยอดไปเลย 

 

สำหรับการติดเชื้อในเรือนจำ ผมบอกเลยว่า ห้องขนาด 4คูณ8 นอนกัน 80 คน โดยเฉพาะการนอนแบบฟีโน่ คือการนอนเอาเท้าพาดกำแพง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพวกต่างด้าว นอกจากนี้ยังมีการนอนแบบลอดถ้ำอีกด้วย คือนอนใต้เท้าพวกฟีโน่ ที่ยกขาขึ้นไปพาดกำแพง 

 

หากใครเคยเข้าไปในเรือน หรือเคยไปเยี่ยมญาติที่อาจตกเป็นผู้กระทำผิด ก็จะได้ที่บริเวณด้านหน้า ที่มีการติดภาพอาหารนานาชนิด ตามหลัก 5 หมู่ ดูแล้วเหมือนดูดี สวยสดใส แต่แท้จริงแล้ว มีแต่วิญญาณน้ำแกง เรียกได้ว่าไม่มีสุขลักษณะที่ดีเลย และโรคยอดฮิตในเรือนจำของตนเองคือ โรคตะมอย ซึ่งวิธีแก้คือ เอายาขาวทา แล้วยืนตากแดด ซึ่งยาขาวก็ผสมกันเอง 

 

"ผมเองในช่วงที่มีอาการถ่ายไม่ออก และต้องไปหาหมอภายในสถานพยาบาล เพราะเวลานั่งอุจจาระเรียกได้ว่า สามารถมองกันได้ภายในห้อง แบบ 360 องศาเลยทีเดียว โดยในช่วงแรกก็จะทำให้ถ่ายไม่ออก จนกระทั่งได้คิวไปพบแพทย์ เพื่อปรึกษา แต่สุดท้ายหมอได้ตอบกลับมาว่า จะให้หมอทำยังไงละ เอายาหม่องไปทาไหม ซึ่งทุกอยากภายในเรือนจำ ถือว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์แทบทั้งสิ้น" 

 
นายเอ กล่าวอีกว่า กรณีที่ใครอยากจะได้รับการปล่อยตัวเร็วๆ ก็จะต้องมีการเสียบชื่อ เพื่อทำการพิจารณาความดี และก็จะได้รับการลดหย่อนผ่อนโทษ โดยผู้ที่จะได้เสียบชื่อ ก็จะต้องจ่าย 15,000 เพื่อจะได้มีชื่อพิจารณาในการลดโทษ