
"วสิษฐ"ชี้ชัดนักการเมืองเอี่ยวโผแต่งตั้งตำรวจ
"ปทีป" ออกโรงสวนนายกฯ ซื้อขายเก้าอี้พบพิรุธแค่ บช.ภ.2 ลั่นผลสอบชุด "วสิษฐ" ไม่กระทบบัญชีเดิม ฉาวอีกแฟกซ์ร้องทุกข์ปูด บช.ก. โยกย้ายไม่เป็นธรรม-เด็กฝากอื้อ
ความวุ่นวายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จากปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับ รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.)-สารวัตร (สว.) ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะยุติในทิศทางใด ภายหลังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งให้คณะกรรมการชุดที่มี พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตอธิบดีกรรมตำรวจ เป็นประธาน สอบสวนการซื้อขายตำแหน่งตำรวจสังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (บช.ภ.2) บช.ภ.1 บช.ภ.4 และ บช.ภ.6 ขณะที่ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) สั่งให้ยื้อบัญชีโยกย้ายของ บช.ภ.2 เช่นกัน
"ปทีป"ลั่นพบพิรุธแค่ บช.ภ.2
ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. กล่าวว่า ยืนยันว่าทุกคำสั่งที่ออกไปแล้วจะให้มีผลในวันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้แน่นอน รวมถึงการทำบัญชีแต่งตั้งใหม่ใน บช.ภ.2 ก็ต้องเสร็จให้ทันพร้อมกัน จากการตรวจสอบโดยคณะกรรมการชุด พล.ต.ท.เอก อังสนานนท์ ผช.ผบ.ตร. พบมีเพียงคำสั่งแต่งตั้งของ บช.ภ.2 เท่านั้น ที่พบการแต่งตั้งไม่เป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมาย จึงสั่งให้มีการยกเลิกแก้ไขคำสั่งแต่งตั้งในส่วน บช.ภ.2 ทั้งหมด
ส่วนของ บช.ภ.อื่น มีบ้างบางรายที่ต้องแก้ไขแต่ก็เล็กน้อยเท่านั้น ไม่ต้องรื้อคำสั่งเหมือนกับ บช.ภ.2 ที่ได้ตั้ง พล.ต.ท.ฉัตรชัย โปตระนันทน์ รองจเรตำรวจแห่งชาติ (รอง จตช.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ถึงประเด็นกระบวนการแต่งตั้งว่าทำถูกต้องตามวิธีการหรือไม่ ซึ่งเป็นคนละส่วนกับชุดของ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร ที่มุ่งตรวจสอบการร้องเรียนเรื่องการซื้อขายตำแหน่ง แต่ในที่สุดผลสอบของคณะกรรมการทั้ง 2 ชุดจะไม่บรรจบกัน
ชี้ผลสอบ"วสิษฐ" ไม่กระทบคำสั่ง
พล.ต.อ.ปทีป กล่าวถึงคำสั่งนายกรัฐมนตรีให้ตรวจสอบในพื้นที่ บช.ภ.1 บช.ภ.4 และ บช.ภ.6 ว่า ตรงนี้เป็นส่วนที่คณะกรรมการชุด พล.ต.อ.วสิษฐ ต้องตรวจสอบไป จะไม่กระทบคำสั่งที่ออกไปแล้ว ทั้งนี้หากผลสอบในส่วนนี้ออกมาต้องดำเนินการทางวินัยต่อไป หรืออาจต้องดำเนินการทางคดีอาญาด้วย อย่างไรก็ตามหลังจากมีคำสั่งให้ พล.ต.ท.เกรียงศักดิ์ สุริโย ผบช.ภ.2 มาช่วยราชการที่ สง.ผบ.ตร. ก็ยังไม่พบกัน ทราบว่าลาพักร้อนคงต้องรอให้ครบกำหนดการลาก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการขออนุมัติคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เพื่อขยายเวลาในการแต่งตั้ง สว.-รอง ผบก.ออกไปหรือไม่ พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า เป็นการขอขยายเวลาในส่วนที่ต้องขอยกเว้นหลักเกณฑ์ และโยกย้ายข้ามหน่วย ในส่วนของผู้ที่ต้องขึ้นดำรงตำแหน่งสารวัตรในสังกัด บช.ภ.3 และ บช.ภ.4 ซึ่งมีตำแหน่งสารวัตรว่างมากกว่าตำแหน่งรองสารวัตรซึ่งมีคุณสมบัติขึ้นได้ในหน่วย จึงต้องให้ขึ้นข้ามหน่วย
รับเล็งขอตำแหน่ง สบ 10
ส่วนเรื่องการขอ ก.ตร. เปิดตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ 10) ขึ้นใหม่นั้น พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า จะมีการขอเปิดตำแหน่งใหม่จริง โดยเสนอเหตุผลในการขออนุมัติขึ้นไป แต่ไม่ขอเปิดเผยเหตุผลความจำเป็น รอให้ ก.ตร.อนุมัติก่อน เพราะเป็นอำนาจ ก.ตร.ที่จะพิจารณา
เมื่อถามว่า การแต่งตั้งครั้งนี้ถูกแทรกแซงโดยการเมืองหรือไม่ พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า รอฟังผลการสอบสวนก่อน เมื่อถามย้ำว่ามีการแทรกแซงโดยตรงมาที่ตัวเองหรือไม่ รรท.ผบ.ตร.ย้ำว่า "ไม่เคยมี และไม่มีหรอก เพราะการแต่งตั้งเป็นอำนาจของ ผบช."
"สุเทพ" ย้ำอีกการเมืองไม่เกี่ยว
หลังมีกระแสข่าวว่านักการเมืองระดับบิ๊กในรัฐบาลมีส่วนเกี่ยวข้องกับการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งตำรวจนั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และประธาน ก.ตร. กล่าวว่า ใครไปเกี่ยวข้อง นายกรัฐมนตรีก็สั่งดำเนินการหมด ถ้าการสืบสวนสอบสวนมีพยานหลักฐานไปถึงใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายตำแหน่งก็ต้องดำเนินคดี ต้องรอคณะกรรมการสอบสวนการร้องเรียนการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งข้าราชการตำรวจ ชุดที่มี พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร เป็นประธาน สรุปผลออกมาก่อน
ส่วนการที่นายกรัฐมนตรีเพิ่มเติมคำสั่งการสอบสวนการซื้อขายตำแหน่งตำรวจในหลาย บช.ภ. จะส่งผลให้มีการรื้อโผโยกย้ายใหม่ทั้งหมดหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา ถ้ามีอะไรที่ไม่ถูกต้องก็ต้องแก้ไข สำหรับการประชุม ก.ตร.ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์นี้ จะมีการพิจารณาทบทวนคำสั่งการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจกันใหม่หรือไม่นั้น ต้องรอรายงานจาก รรท.ผบ.ตร. ก่อนตัดสินใจ ยืนยันว่าการเมืองไม่ได้แทรกแซงการจัดทำโผโยกย้ายตำรวจครั้งนี้
ผลสอบภาค2ถึงมือนายกฯ
เมื่อวลา 19.30 น. ที่บ้านพิษณุโลก พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร กล่าวถึงการสอบสวนข้อร้องเรียนเรื่องการซื้อขายตำแหน่งตำรวจว่า สรุปการทุจริตซื้อขายตำแหน่งในพื้นที่ บช.ภ.2 เรียบร้อยแล้ว โดยจะส่งรายงานให้นายกรัฐมนตรีในวันที่ 12 กุมภาพันธ์นี้ และให้นายกฯ เป็นผู้เปิดเผยชี้แจง
"ผลการพิจารณากล่าวได้ว่า มีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องในส่วนของการสร้างอิทธิพลซื้อขายตำแหน่งของ บช.ภ.2 ถือว่าเป็นเรื่องน่าวิตกอย่างยิ่ง เพราะมีผู้แสวงหาผลประโยชน์มองว่าหน่วยงานตำรวจเป็นเหมือนอู่ข้าวอู่น้ำ คอยแต่มาตักตวงเอาผลประโยชน์ อย่างไรก็ตาม ถือว่าผลสรุปที่ได้ครั้งนี้จะส่งผลดีต่อตำรวจดีที่มีความซื่อสัตย์ ซื่อตรงต่อหน้าที่ตนเอง ถึงแม้การพิจารณาจะล่าช้าออกไป ก็ให้พึงสังวรและอดทน มั่นใจและยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตของตนเอง แล้วผลดีจะตอบแทนกลับคืนมา" พล.ต.อ.วสิษฐกล่าว
ส่วนข้อร้องเรียนของ บช.ภ.1 บช.ภ.4 และ บช.ภ.6 พล.ต.อ.วิสิษฐ กล่าวว่า คณะกรรมการจะพิจารณาภายในวันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้



