
ทัพภาคที่ 2 "แจ้งจับ"แล้ว สส.ณัฐชา พรรคก้าวไกล ฐานปลอมแปลงเอกสาร
กองทัพภาคที่ 2 ส่งตัวแทนพบตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา "แจ้งจับ" สส.ณัฐชา พรรคก้าวไกล ฐานแอบอ้างเอกสารการทำ IO เป็นเท็จ และปลอมแปลงเอกสาร
พลตรี สวราชย์ แสงผล โฆษกกองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงกรณี นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.พรรคก้าวไกล อภิปรายไม่ไว้วางใจ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยมีการนำเสนอข้อมูลเรื่อง "ปฏิบัติการ IO ของกองทัพบก โดยอ้างถึงเอกสารกองทัพภาคที่ 2 ว่า จากการตรวจสอบเอกสารพบว่า ไม่ใช่เอกสารจริง และพบจุดพิรุธหลายอย่าง คือ
1.หนังสือที่นำมาแสดง เป็นหนังสือที่ทำขึ้นในห้วงเดือนมีนาคม-กรกฎาคม 2564 ลายมือชื่อของแม่ทัพภาคที่ 2 คนปัจจุบันในหนังสือทั้ง 2 ฉบับ ไม่ตรงกับลายมือชื่อจริง
2.นามสกุลของแม่ทัพภาคที่ 2 คนปัจจุบันในหนังสือฉบับหนึ่ง พิมพ์ไม่ถูกต้อง
3.ลายมือชื่อของรองแม่ทัพภาคที่ 2 ไม่ตรงกับลายมือชื่อจริง
4.มีลายมือชื่อของผู้อำนวยการกองยุทธการกองทัพภาคที่ 2 ที่ลงนามในหนังสือฉบับนั้น ปัจจุบันนายทหารคนนี้ ได้ปรับย้ายไปดำรงตำแหน่งใหม่เป็นเวลากว่า 2 ปีเศษ ตั้งแต่ตุลาคม 2561 และนามสกุลสะกดไม่ถูกต้อง
5.กำลังพลที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าไม่เคยมีการจัดทำหนังสือดังกล่าว โดยเมื่อตรวจสอบการออกเลขที่หนังสือแล้ว เป็นของกองยุทธการกองทัพภาคที่ 2 ซึ่งเลขหนังสือที่ออกจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2564 มีเลขหนังสือถึง
แค่ลำดับที่ 851 ยังไม่ถึงลำดับที่ 1121 ตามเอกสารที่ผู้อภิปรายนำมาแสดง
6.ตามเลขที่คำสั่งที่ปรากฏ (เลขที่ 1107/2564) หน่วยมิได้เคยออกคำสั่งเกี่ยวกับเรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการศูนย์ฯ แต่อย่างใด อีกทั้งรายชื่อคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการสารสนเทศ กองทัพภาคที่ 2 (ศปสท.ทภ. 2) ชั้นยศไม่ตรงกับความเป็นจริง เช่น ระดับผู้อำนวยการกอง ต้องมีชั้นยศพันเอก แต่ในเอกสารเป็นพันโท ในส่วนของแม่ทัพน้อยที่ 2 ต้องมีชั้นยศพลโท ไม่ใช่ พลตรี
7.การพิมพ์หนังสือราชการตามระเบียบงานสารบรรณ ปกติจะมีการตรวจสอบความถูกต้อง ความเป็นระเบียบ รวมถึงการสะกดคำให้ถูกต้องตามหลัก แต่หนังสือฉบับดังกล่าวมีคำผิด แม้กระทั่งชื่อ-นามสกุลของผู้ที่ต้องลงนาม จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว
ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ขอยืนยันว่า เอกสารดังกล่าวเป็นเท็จ ได้มีการปลอมแปลง รูปแบบไม่เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ รวมทั้งการลงลายมือชื่อไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง ทางหน่วยจึงได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เป็นหลักฐานแล้ว "แจ้งจับ"
ส่วนการอภิปรายว่ามีการเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงกำลังพล พร้อมทั้งมีคลิปเสียงและรูปภาพประกอบนั้น กองทัพภาคที่ 2
ยืนยันว่า หน่วยไม่เคยได้รับการสนับสนุนงบประมาณตามที่กล่าวอ้าง รวมทั้งไม่ทราบที่มาของคลิปเสียง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งรูปภาพการยืนต่อแถวรับเบี้ยเลี้ยง ก็เป็นภาพเก่าของการจ่ายเบี้ยเลี้ยงตามปกติของหน่วยก่อนการแพร่ระบาดโควิด
สังเกตได้จากกำลังพล ไม่มีการสวมหน้ากากอนามัย อย่างไรก็ตาม กองทัพภาคที่ 2 ต้องชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดต่อการดำเนินการของหน่วย



