ข่าว

โชคดีของ หนวก บอด เป๋ ใบ้

โชคดีของ หนวก บอด เป๋ ใบ้

12 ก.พ. 2553

ถึงแม้ว่าที่สุดแล้วรัฐสภาจะเลื่อนการพิจารณาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไป แต่ดูเหมือนว่า รัฐบาลประชาธิปัตย์จะยังไม่สามารถปลดระเบิดออกจากตัวไปได้ แต่ก็เรียกได้ว่า เบาไปเยอะ

 แต่ที่เบานั้นไม่ได้หมายความว่า "เกมต่อรอง" จะลดราวาศอกลง ที่เบานั้นเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะมีเรื่องโดยเฉพาะกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ตั้งท่ารอแล้วว่า แก้เมื่อไหร่ได้เห็นดีกันเมื่อนั้น

 เพราะเกมต่อรองระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลนั้น เฉพาะแต่เกมแก้รัฐธรรมนูญที่ประชาธิปัตย์หักเอาซึ่งหน้า ก็ได้เห็นการตอบโต้ถึงขั้นไม่ร่วมโต๊ะกินข้าวเมื่อครั้งงานวันเกิด สุวัจน์ ลิปตพัลลภ

 แกนนำจากพรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคภูมิใจไทย พากันหลบลี้หนีหน้า ทั้งที่ สุวิทย์ คุณกิตติ เปรยไว้ก่อนแล้วว่า แกนนำพรรคร่วมฯ น่าจะได้เจอกันแบบไม่เป็นทางการในงานดังกล่าว

 อย่าว่าแต่แกนนำคนปัจจุบันเลย ผู้มีบารมีในพรรคอย่าง บรรหาร ศิลปอาชา เนวิน ชิดชอบ ที่ว่าจะมาอวยพรวันเกิด สุวัจน์ ก็ไม่โผล่แม้เงา

 นี่เท่ากับเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า สำหรับพรรคชาติไทยพัฒนาและภูมิใจไทยนั้น จะอยู่หรือไป ได้ทุกเมื่อ

 ยิ่งถ้าหากมีข้อเสนอใหม่จากภายนอก หรือจากดูไบ ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะชิงปฏิเสธเหมือนแต่แรกที่ร่วมหอลงโรงกันกับประชาธิปัตย์

 ยิ่งมาเจอเกมแก้รัฐธรรมนูญที่ประชาธิปัตย์หักซ้ำแล้วซ้ำอีก มิไยที่ ชัย ชิดชอบ ประธานสภา จากพรรคภูมิใจไทย จะแก้เกมด้วยการรับญัตติจากพรรคร่วมฯ แล้วรีบบรรจุเข้าสู่วาระการประชุม แต่สุดท้ายเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมรัฐสภาก็โหวตให้เลื่อนออกไป ...ไปเข้าคิวรอจังหวะที่รัฐบาลอยู่ในช่วงรับศึกหลายด้านแล้วค่อยกลับมาต่อรองกันอีกครั้ง

 ในจังหวะนี้ก็กลับไปดูว่า โครงการที่รับผิดชอบไปนั้นเดินหน้าไปตามกำหนดหรือไม่

 อย่างโครงการถนนปลอดฝุ่น ที่รองนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ไตรรงค์ สุวรรณคีรี มาพูดจาเขย่าขวัญว่าจะตัดออกบางส่วน แต่สุดท้ายก็ไม่ตัดนั้น เอาเข้าจริง ไม่ตัด แล้วเปิดท่อให้ไหลตามกระบวนการหรือไม่

 หรือปากบอกไม่ตัด แต่ไม่อนุมัติเบิกจ่าย !

 เช่นเดียวกับการตอบโต้จากฝ่ายภูมิใจไทย ที่ทำได้ผ่านการเบิกจ่ายงบกรมปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ภาคใต้

 ทำให้ท่อตันให้มันพังกันเป็นแถบๆ

 ถ้าเป็นอย่างนี้แล้วในสภาพที่รัฐบาลยังมีภารกิจด้านความมั่นคง ทั้งการเมืองและเศรษฐกิจอยู่จะผ่านวิกฤตินี้ไปได้อย่างไร

 ในวันนี้ทางเลือกน่าจะมีอยู่ 3 ทางสำหรับประชาธิปัตย์

 1.เป็นรัฐบาลต่อไป ถึงแม้จะเป็นอย่างทุลักทุเล เพื่อไปจัดทำงบประมาณปี 2554

 2.ยุบสภา เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ล้างไพ่ใหม่ หรือแม้กระทั่งจับขั้วใหม่

 3.ปล่อยให้สถานการณ์วุ่นวาย จากการป่วนบ้านป่วนเมืองแล้วปล่อยให้อำนาจนอกรัฐธรรมนูญเข้ามาจัดการ จากนั้นกระบวนการเปลี่ยนแปลงในอีกรูปแบบหนึ่งก็จะเกิดขึ้น

 ไม่ต้องคิดก็รู้ได้ทันทีว่า ถึงอย่างไร ประชาธิปัตย์ ก็ต้องเลือกข้อแรก

 รวมทั้งพรรคร่วมรัฐบาล ก็ไม่น่าปฏิเสธ การอยู่อย่างสิ้นเยื่อ ขาดใย

 เพราะการเลือกข้อ 2 ด้วยการยุบสภา ก็เท่ากับว่าเลือกหนทางสู่ปากเหว รอเพียงผลเลือกตั้งออกมาผลักลงสู่ก้นลึก

 สำหรับข้อ 3 นั้น หากยังมีสำนึกเป็นนักการเมือง เป็นผู้ที่อาสาทำงานเพื่อชาติอยู่บ้างก็คงจะปล่อยให้มาถึงกระบวนการข้อ 3 ขึ้นไม่ได้แน่

 ความบอบช้ำของชาติบ้านเมืองนับแต่ม็อบเหลืองจนมาสู่ม็อบแดงเมื่อเดือนเมษานั้น หลายคนฟันธงตรงกันว่า ถึงจะมีกระบวนการเยียวยา แต่การฟื้นตัวของผู้คนในบ้านเมืองนี้ก็น่าจะเกินกว่า 10 ปี

 แล้วหากเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน แต่รุนแรงไม่แพ้กันขึ้นอีกครั้ง เอา 10 คูณเข้าไปก็ไม่รู้ว่า บ้านเมืองเราจะปีนป่ายพ้นขอบเหวได้หรือไม่

 เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าเวลานี้จะมีสภาพเหมือนคนตาบอดหูหนวก แบกคนขาเป๋เป็นใบ้ก็ตามเถอะ

 ถึงเวลานี้สภาพความแตกแยกของคนในบ้านเมืองถ้านับ 10 ขั้น วันนี้จะอยู่ในขั้นที่ 5 แล้วก็ตามเถอะ

 ด้วยสภาพพรรคแกนนำเป็นแบบนี้ และด้วยสภาพพรรคร่วมรัฐบาลเป็นอย่างนี้ ถ้าหาก ทักษิณ ชินวัตร ไม่ติดที่คดีความต้องคำพิพากษาจำคุก 2 ปี และไม่ติดที่จะต้องใช้พลังมวลชนจำนวนมากเพื่อเปลี่ยนแปลง และยอมเสี่ยงกับความสูญเสีย วันนี้รัฐบาลน่าจะลำบาก หรือยับเยินกว่าที่เป็นอยู่

 ต้องบอกว่าเป็นโชคดีของรัฐบาลชุดนี้จริงๆ

ศรุติ ศรุตา