ข่าว

หนุนรื้อค่าต๋งโอนเงินผ่านเอทีเอ็มทีดีอาร์ไอชี้แพงเกิน-โครงสร้างเก่าบิดเบือน

หนุนรื้อค่าต๋งโอนเงินผ่านเอทีเอ็มทีดีอาร์ไอชี้แพงเกิน-โครงสร้างเก่าบิดเบือน

11 ก.พ. 2553

ทีดีอาร์ไอเผยผลศึกษา ค่าธรรมเนียมการโอนผ่านเครื่องเอทีเอ็มในไทยแพงเกิน ชี้ปัญหาอยู่ที่โครงสร้างบิดเบือน ไม่เกิดการแข่งขัน จี้ ธปท.รื้อการคิดค่าธรรมเนียมทั้งระบบให้สอดคล้องกับต้นทุนจริง

 ดร.เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการด้านนโยบายการแข่งขันทางการค้าและคุ้มครองผู้บริโภค ฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจรายสาขา สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยผลการศึกษา "การประเมินการแข่งขันในบริการโอนเงินเข้าบัญชีระหว่างธนาคาร และบริการฝาก ถอน โอนเงินผ่านเครื่องเอทีเอ็ม" ว่า โครงสร้างของตลาดบริการโอนเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์มีการกระจุกตัวอยู่บ้างแต่ไม่มากนัก ปัญหาการแข่งในตลาดบริการนี้อยู่ที่กฎกติกาของรัฐ และโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่กำหนดมาตั้งแต่ดั้งเดิมมีลักษณะบิดเบือน ไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง ส่งผลให้อัตราค่าธรรมเนียมบริการโอนเงินข้ามธนาคารสูงเกินควร 

 "ปัญหาเกิดขึ้นคือ ธนาคารทุกแห่งกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการโอนเงินตามอัตราเพดานที่ ธปท.กำหนด ทำให้ไม่มีการแข่งขันกันด้านราคาแต่อย่างใด ซึ่งการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการโอนเงินที่ตายตัวสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทำให้ไม่มีการแข่งขันกันด้านราคาระหว่างผู้ประกอบการ  นอกจากนี้ผู้ใช้บริการก็ไม่เคยได้รับทราบถึงโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่แท้จริงว่าจ่ายให้ใคร เท่าไร" ดร.เดือนเด่น กล่าว

 ทั้งนี้การที่ธนาคารทุกแห่งเลือกที่จะกำหนดค่าธรรมเนียมที่อัตราเพดานทุกราย ทำให้ธุรกรรมการโอนเงินระหว่างธนาคารในประเทศไทยมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ทำให้ผู้ใช้บริการที่ต้องการจะโอนเงินวงเงินสูงระหว่างธนาคาร ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง มักเลือกที่จะใช้เช็คแทน หรือมิฉะนั้นก็จะหลีกเลี่ยงการโอนเงินข้ามธนาคาร

 ดร.เดือนเด่น กล่าวว่า โครงสร้างค่าธรรมเนียมธุรกรรมทางการเงินของธนาคารในประเทศไทยเป็นภาพกลับกับต่างประเทศ ซึ่งบริการโอนเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นบริการที่ถูกกว่าบริการพื้นฐานที่เป็น paper based เช่น เช็ค ทั้งนี้การที่ธนาคารพาณิชย์มีพฤติกรรมที่กำหนดค่าธรรมเนียมร่วมกันในกรณีของบริการโอนเงินทางเอทีเอ็ม อาจเกิดจากความจำเป็นที่ต้องนำกำไรส่วนเกินจากบริการใหม่ไปชดเชยบริการดั้งเดิม

 ดังนั้นการปรับหรือทบทวนโครงสร้างอัตราค่าธรรมเนียมการโอนเงินระหว่างธนาคารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์จึงจำเป็นต้องดำเนินการไปพร้อมกับการทบทวนอัตราค่าธรรมเนียมบริการอื่นๆ ด้วยเพื่อให้บริการทุกประเภทสอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง ซึ่งตามทฤษฎีแล้ว ธนาคารพาณิชย์สามารถปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมของบริการของตนเองได้อยู่แล้ว แต่เนื่องจากประเด็นเรื่องค่าธรรมเนียมการถอนเงินมีความอ่อนไหวในเชิงการเมืองและในเชิงสังคม เนื่องจากมีผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง รวมถึงผู้ที่มีรายได้น้อย ธนาคารพาณิชย์อาจลังเลใจที่จะเป็นผู้ริเริ่มในการดำเนินการ