
ผู้บริโภคเชื่อมั่นพุ่งสูงสุดรอบ21เดือนใช้จ่ายฟื้นชัด
หอการค้าไทยเผยดัชนีความเชื่อมั่นดีต่อเนื่องเดือนที่ 3 ชี้การบริโภคจะฟื้นตัวชัดเจนไตรมาส 2 ปีนี้ หลังประชาชนคาดหวังเศรษฐกิจขยายตัวดีขึ้นในอนาคต ส่วนการเมืองยังเป็นปัจจัยน่าเป็นห่วง
นาวเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคประจำเดือนมกราคม 2553 ว่าปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่สาม โดยปรับเพิ่มขึ้นจาก 77.7 ในเดือนธันวาคมปีก่อน เป็น 79.3 ถือว่าสูงสุดในรอบ 21 เดือน นับแต่เดือนพฤษภาคม 2551 โดยดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจรวมเพิ่มขึ้นจากระดับ 70.4 เป็น 71.9 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวมเพิ่มขึ้นจากระดับ 68.9 เป็น 70.4 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตเพิ่มขึ้นจากระดับ 93.8 เป็น 95.7
"การที่ดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวดีขึ้นทุกตัว เนื่องจากผู้บริโภคมีความหวังในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และราคาพืชผลทางการเกษตรปรับดีขึ้น อีกทั้งยังมีปัจจัยบวกจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 1-8 บาท การขยายมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพต่อไปอีก 3 เดือน ราคาน้ำมันดีเซลที่ยังทรงตัวในระดับต่ำ และการส่งออกขยายตัวดีขึ้น ส่วนความกังวลของผู้บริโภคยังเป็นเรื่องสถานการณ์ทางการเมือง ภาวะค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูงและปัญหาการระงับการลงทุนในมาบตาพุด ที่อาจส่งผลกระทบในเชิงลบต่อเศรษฐกิจและการจ้างงานในอนาคต" นางเสาวณีย์ กล่าว
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นยังคงเคลื่อนไหวอยู่ระดับต่ำกว่าระดับ 100 แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคยังคงไม่มั่นใจในสถานการณ์ต่างๆ ทำให้ยังระมัดระวังการใช้จ่าย แต่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาสสองเป็นต้นไป หากไม่มีความผันผวนหรือปัจจัยลบในอนาคต ซึ่งตอนนี้เห็นได้ชัดเจนจากอัตราการเช่าซื้อรถยนต์ที่เพิ่มสูงขึ้นแล้ว รวมถึงการท่องเที่ยวที่มีเม็ดเงินการใช้จ่ายมากขึ้น โดยมองว่ายอดขายรวมจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 7-10%



