
ต้องเร่งตัดไฟแต่ต้นลม
ในที่สุดก็ไม่มีความอ้อมค้อมอะไรอีกต่อไปสำหรับขบวนการจ้องล้มรัฐบาล ซึ่งเครือข่ายทักษิณพยายามประสบความสำเร็จในทุกทาง โดยการใช้มวลชนรณรงค์ป่วนเมืองนอกสภา การวางแผนใช้กองกำลัง รวมทั้งการใช้เงินทุ่มเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจเกิดความรุนแรงในการปะทะด้วยก
เป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจที่รัฐบาลยังคงอยู่ในสภาพตั้งรับ ทั้งๆ ที่กลุ่มผู้มุ่งก่อการได้ประกาศอย่างเปิดเผย ทั้งยังมีข่าวเรื่องการใช้เงินจากแหล่งในและนอกประเทศสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการล้มล้างรัฐบาลโดยกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งฮึกเหิมถึงกำหนดระยะเวลาว่าจะต้องประสบผลสำเร็จภายใน 7 วัน
การประกาศล้มล้างรัฐบาลด้วยกองกำลัง เสี่ยงต่อความรุนแรง สร้างความเสียหายให้บ้านเมือง เป็นภัยต่อความมั่นคง กลับเป็นเหมือนกิจกรรมธรรมดา ทั้งๆ ที่กลุ่มผู้วางแผนและดำเนินการล้วนมีคดีอาญาติดตัวในการสร้างความปั่นป่วน ก่อการจลาจล เผาบ้าน เผาเมือง แต่ทุกวันนี้ยังลอยนวล ใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย โดยไม่หวั่นเกรงโทษอาญาแต่อย่างใด เพราะเชื่อมั่นว่าอำนาจเงินและการเสี่ยงจะสำเร็จ และปลดเปลื้องโทษต่างๆ ซึ่งเกิดจากการก่อการร้ายในเมืองในช่วงที่ผ่านมา
รัฐบาลไม่ได้พิจารณาตัดไฟแต่ต้นลมด้วยการเพิกถอนการให้ประกันตัวกลุ่มแกนนำ ซึ่งประกาศเจตนาร้ายต่อบ้านเมือง และมีพฤติกรรมในอดีตด้านการก่อความไม่สงบ ทำให้ประชาชนสงสัยว่ารัฐบาลทำไมใจเย็น หรือยอมปล่อยให้เหตุร้ายเกิดขึ้นก่อนที่จะดำเนินการรักษากฎหมาย เพื่อควบคุมกฎหมู่ เพราะที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่า กลไกกฎหมาย และการดำเนินคดีไม่เป็นไปอย่างรวดเร็วเพียงพอที่จะให้กลุ่มผู้ก่อการเกิดความระย่อ หวั่นเกรงโทษร้ายแรงจากการก่อการล้มล้างอำนาจรัฐ ซึ่งอาจลามไปถึงการล้มสถาบัน และโครงสร้างการปกครองของแผ่นดิน
เมื่อรัฐบาลมีหลักฐานด้านการใช้เงินจากต่างประเทศเพื่อก่อความไม่สงบ การพยายามระงับความเคลื่อนไหวใน 38 จังหวัดในช่วงนี้อาจไม่ทันการณ์ เพราะการใช้สื่อของรัฐในการชี้แจงประชาชนให้รับรู้ความจริงยังไม่เกิดขึ้น เป็นความล่าช้าโดยเจตนา หรือการหย่อนประสิทธิภาพ ก็แล้วแต่พฤติกรรม แต่สะท้อนให้เห็นการไม่พร้อม ขาดความกล้าหาญของผู้ที่รับผิดชอบต่อหน้าที่ ทำให้สถานการณ์ และความพยายามล้มรัฐบาลลุกลามใหญ่โต จนกลายเป็นวิกฤติดังเช่นปัจจุบัน
การรับรู้ความเคลื่อนไหว โดยไม่พยายามใช้กฎหมายสกัดกั้น โดยเฉพาะการไหลของเงินสู่นักการเมือง และนักจัดกิจกรรมเคลื่อนไหว ปลุกระดมมวลชนทำให้รอยร้าวในสังคมเกิดความแตกแยก บรรยากาศของความเกลียดชัง เป็นปฏิปักษ์ต่อกันอยู่ในสภาพเลวร้าย ยากต่อการประสาน หรือประนีประนอม เพราะมีเงินเป็นตัวผลักดัน เพราะเดิมพันทางการเมืองสำหรับกลุ่มผู้ต้องการหวนคืนสู่อำนาจและอยู่เหนือกฎหมาย ย่อมไม่มีเหตุต้องคำนึงถึงกฎ กติกา ความถูกต้อง นอกจากชัยชนะ แม้จะส่งผลให้เกิดความหายนะต่อบ้านเมืองก็ตาม และรัฐบาลจะต้องรับผิดชอบ ไม่ว่าผลจะลงเอยอย่างไรก็ตาม



