ข่าว

'โลโมตอฟ'ตัวแปรเปลี่ยนสี

'โลโมตอฟ'ตัวแปรเปลี่ยนสี

12 ก.พ. 2553

ในสงครามประชาชนขั้นแตกหัก อย่างพลพรรคเสื้อแดงประกาศ มีการพูดถึงระเบิดน้ำมัน หรือทางการทหารเรียก "โลโมตอฟ"

 ว่ากันว่ามีการตระเตรียมเอาไว้ อาจจะมากถึง 1 ล้านลูก

 หมายถึง 1 คนต่อ 1 ลูก แต่ไม่ต้องมีมากถึงขนาดนั้น บ้านเมืองก็ลุกเป็นไฟอยู่แล้ว

 รองนายกฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ สั่งกำชับให้ 38 จังหวัดเป้าโจมตีของเสื้อแดงหามาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด

 ในส่วนของกรุงเทพฯ มีการกำหนดจุดตรวจสกัดของตำรวจมากกว่า 200 จุด เน้นบ้านพักของบุคคลสำคัญ ตุลาการ และองค์กรอิสระ ที่มีผลนำมาสู่การตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

 ตำรวจต้องมีมาตรการที่รัดกุม เพราะเกมการเมืองครั้งนี้ ฝ่ายตรงข้ามมีกุนซือระดับมันสมอง รู้ยุทธวิธี ผ่านศึกสงครามมาก็มาก

 ถ้าพลั้งเผลออาจพลาดพลั้งสูญเสียและพาเพลี่ยงพล้ำเกมการเมือง

 หากจะใช้ความรุนแรงก็รังจะมีแต่ผลเสีย แผนปฏิบัติจึงต้องชัดเจน

 แม้การสั่งการจะมาจากฟากฝ่ายการเมือง แต่อำนาจตัดสินใจขั้นเด็ดขาด ณ หน้างานเป็นของตำรวจผู้ปฏิบัติ

 ยิ่งได้ฟังแผน (รบ) ปฏิบัติของฝ่ายเสื้อแดงยิ่งหวั่นใจ เน้นใช้โลโมตอฟเป็นอาวุธหลัก

 มีการเทียบเคียงไปถึงเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เผาบ้านป่วนเมือง แถมเตรียมมวลชนไปปิดล้อมกองพัน ที่จะเคลื่อนกำลังเข้ามาสนับสนุน

 หรือทำปฏิวัติรัฐประหาร !?!

 อีกเรื่อง ที่แม้จะไม่มีมูล แต่ก็น่าสนใจและมองข้ามไม่ได้ นั่นคือ เรื่องการออกมาปูดข่าวระเบิดฆ่าตัวตาย

 การเมืองไทยจะถึงขั้นนั้นแล้วหรือ เพราะส่วนใหญ่เป็นเรื่องผลประโยชน์ของคนไม่กี่กลุ่ม

 ไม่ใช่เรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือการกดขี่ทางชาติพันธุ์และเผ่าพงศ์เหมือนกับหลายประเทศ

 อะไรไม่สำคัญเท่าเสถียรภาพภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ยามนี้ สั่นคลอน จากพิษซื้อขายเก้าอี้

 พล.ต.ท.เกรียงศักดิ์ สุริโย ผบช.ภ.2 ถูกเซ่นเป็นรายแรก เชื่อว่าจะมีตามมาติดๆ อีก 2 หน่วย คือ บช.ภ.1 และ บช.ภ.4

 สำหรับ บช.น.นั้น ไม่แน่ว่าจะถึงคิวเมื่อไร เพราะมีงานสำคัญสกัดทัพแดงรออยู่

 ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง รัฐบาลจะขาดขุนศึกขุนพลไปอักโข

 ยังไม่ทันออกศึกสงครามก็ขาดหัวไร้หางเสียแล้ว

 เห็นทีงานนี้ "ล้อเกวียน" คงต้องเดินตาม "รอยโค" เหมือนเคย...เอวัง

มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]