
อดีตทหารพรานยันไม่ร่วมชุมนุมเสื้อแดงป่วนกรุง
อดีตทหารพรานและทหารพรานค่ายปักธงชัยยืนยัน ไม่ร่วมเคลือนไหวกับกลุ่มคนเสื้อแดง แฉเสธ.แดงพยายามเดินสายหาแนวร่วม ตำรวจภูธรภาค 3 สั่งตั้งศูนย์ติดตามความเคลื่อนไหวเสื้อแดงเข้ม 6 จังหวัดอีสานล่าง เตรียมงัดแผน กรกฎ 52 และกำลังตร.กว่า 2 หมื่นนายรับมือ
หลังจากที่ทางกลุ่ม นปช.ทั่วประเทศได้มีการชุมนุมกดดันรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวันที่ 10 ก.พ.2553 ที่ผ่านมาก็ได้มีการร่วมตัวชุมนุมที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อทวงถามความคืบหน้าเกี่ยวการดำเนินคดีกลับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกรณียึดทำเนียบรัฐบาล ปิดสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมืองและสนามบินตามเมืองต่างๆ เพราะผ่านมากว่า 1 ปีคดียังไม่คืบหน้า และยังมีกำหนดการที่จะเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 12 ก.พ. จะไปชุมนุมที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อถามความคืบหน้ากรณีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งหลายเรื่องติดค้างการดำเนินการจนจะขาดอายุความแล้ว เช่นการขายทรัพยฺสินของ ปรส. หรือคดีรถดับเพลิง วันที่ 15 ก.พ. จะไปชุมนุมที่สำนักงาน กกต. เพื่อติดตามคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ โดยคนเสื้อแดงแน่ใจว่า กกต. เป็นองค์กรอิสระที่สามารถดึงและถ่วงคดีโดยอิสระเพื่อประโยชน์กับพรรคประชาธิปัตย์ กกต. รับงานทำตามใบสั่ง หากก่อนถึงวันที่ 15 ก.พ. 53 นี้นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. ยังไม่แสดงความชัดเจนก็จะมีการแสดงหลักฐานสำคัญเพื่อให้สังคมไทยได้ถกเถียงเรื่องนี้อีกครั้ง
ทางกลุ่มทหารพรานค่ายปักธงชัย รวมถึงอดีตนักรบดำค่ายปักธงชัย จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีกระแสข่าวมาอย่างต่อเนื่องว่าอาจจะมีกลุ่มทหารพรานบางส่วนเข้าร่วมชุมนุมเคลื่อนไหวกับกลุ่ม นปช. แต่แกนนำทหารพรานและอดีตทหารพรานส่วนใหญ่ยืนยันว่าจะไม่มีการเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช. หากมีบางส่วนเข้าร่วมชุมนุมก็ต้องไปในนามส่วนตัว ไม่ควรนำชื่อเสียงและเกียรติภูมิของทหารพรานไปแสดงออกในการเคลื่อนไหวทางการเมือง
พ.อ.(พิเศษ) สมชาย ครรภาฉาย หัวหน้าฝ่ายทหารพราน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า ขณะนึ้กำลังทหารพรานทั้งหมด ที่อยู่ในสังกัดกรมทหารพรานที่อยู่ในความดูแลของกองทัพภาคที่ 2 ประกอบด้วยกรมทหารพรานที่ 21 , 23 , 26 ที่มีอยู่ 30 กองร้อย จำนวน 2,400 นาย ได้กระจายกำลังปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลรักษาความสงบอยู่ตามแนวชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งหมด โดยกรมทหารพรานที่ 21 ประจำอยู่ตามแนวชายแดนด้านจังหวัด เลย, หนองคาย, นครพนม , มุกดาหาร กรมทหารพรานที่ 23 ดูแลจังหวัดศรีสะเกษ , อุบลราชธานี และกรมทหารพรานที่ 26 ดูแลด้านจังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งกองกำลังทหารพรานทั้งหมดได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างหนักมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นปี 2553 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ยังไม่ได้พักผ่อนและทุกคนยังปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่
ดังนั้นแน่นอนว่าทหารพรานกลุ่มนี้จะไม่มีเวลาเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างที่เป็นข่าวแน่นอน นอกจากนนี้ทหารพรานทุกนาย ต่างเป็นทหารที่ยึดถือปฏิบัติตามหมายที่และกฏระเบียบของทหารอย่างเคร่งครัด ในการปกป้องรักษาอธิปไตยของชาติ จึงไม่อาจที่จะทำอะไรโดยพลการหรือทำตามใจของตนเองได้ แต่ทั้งนี้มั่นใจว่าทหารพรานทุกนายมีความรักชาติอย่างเต็มเปี่ยมและถึงแม้ว่าจะมีเวลาปลีกตัวไปทำอย่างอื่นนอกเหนือจากการปฏิบัติหน้าที่ ก็คงจะไม่ทำอะไรที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในชาติซึ่งเป็นสถาบันที่ทหารกล้าเหล่านี้ได้ให้สัตย์ปฏิญาณว่าจะปกป้องรักษาไว้ยิ่งชีวิตอย่างแน่นอน
นายสัญญา ซาบำเหน็จ ประธานชมรมอดีตนักรบดำค่ายปักธงชัย จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ พลตรีขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง มีความพยายามที่จะเดินสายเข้าพบกับแกนนำชมรมนักรบดำทั่วประเทศ แต่ในส่วนของชมรมอดีตนักรบดำค่ายปักธงชัย ที่มีสมาชิกอยู่ 3 จังหวัด คือจังหวัดอุบลราชธานี นครราชสีมา และกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีสมาชิกชมรมฯอยู่กว่า 1,200 คน ยังคงยืนยันหนักแน่นว่าจะปฏิบัติตามกฏของชมรมอย่างเคร่งครัดคือจะไม่มีการเข้าร่วมเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างแน่นอน
พล.ต.ต.อำนาจ อันอาตม์งาม รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ในฐานะโฆษกตำรวจภูธรภาค 3 เปิดเผยว่า ทางตำรวจภูธรภาค 3 ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนต่างๆในเขตรับผิดชอบ 8 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ซึ่งประกอบด้วย นครราชสีมา , ชัยภูมิ , บุรีรัมย์ , ยโสธร , ศรีสะเกษ , สุรินทร์ , อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี พบว่ามีการเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนอย่างต่อเนื่อง จึงได้เน้นที่การหาข่าวและมีการเตรียมกำลังเพื่อพร้อมปฏิบัติการได้ทุกเมื่อ รวมถึงแผนการปฏิบัติการต่างๆในเรื่องของแผนการป้องกันและแผนการเผชิญเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โดยจะใช้แผนกรกฏ 52 แต่หากจะมีการปฏิบัติตามกฎหมายพิเศษ เช่น พรบ.ความมั่นคง หรือ พรก.ฉุกเฉิน ก็ต้องมีการประสานกับหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง
พล.ต.ต.อำนาจ กล่าวว่า อยากทำความเข้าใจกับกลุ่มมวลชนที่ต้องการออกมาเคลื่อนไหวทุกกลุ่มว่า การชุมนุมเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่สามารถกระทำได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ไม่มีอาวุธ ไม่ไปละเมิดสิทธิของผู้อื่น และต้องเป็นการชุมนุมโดยสงบสันติ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็มีมาตรการในการปฏิบัติในเรื่องของการรักษาความปลอดภัยและควบคุมการชุมนุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและไม่มีการใช้อาวุธเป็นหลัก แต่ทั้งนี้ปัญหาต่างๆที่อาจจะเกิดจากการชุมนุมนั้นก็จะพยายามแก้ไขปัญหาโดยใช้การเจรจา ตั้งแต่ก่อนเริ่มการชุมนุม ระหว่างการชุมนุม จนกระทั่งการชุมนุมเสร็จสิ้นและพยายามที่จะทำให้เกิดปัญหาได้น้อยที่สุด



