ข่าว

อัยการสั่งไม่ฟ้องแก๊งค้าอาวุธสงครามข้ามชาติ

อัยการสั่งไม่ฟ้องแก๊งค้าอาวุธสงครามข้ามชาติ

12 ก.พ. 2553

อัยการอ้างความสัมพันธ์สั่งไม่ฟ้อง“แก๊งค้าอาวุธสงคราม” ปล่อยตัวส่งกลับประเทศดำ เนินคดี ชี้สั่งฟ้องไปไม่เกิดประโยชน์ เชื่อตอบคำถามสังคมได้

 วันนี้ ( 11 ก.พ.) เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุม 100 ปี สำนักงานอัยการสูงสุด นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และนายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา ร่วมกันแถลงกรณีอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง 5 ผู้ต้องหาแก๊งค้าอาวุธสงครามประกอบด้วย นายอิสยาส อิสวาคอฟ ( IIyas Issakov ) อายุ 56 ปี สัญชาติคาซัคสถาน นักบินที่ 1 , นายวิคเตอร์ อับดุลลายัฟ (Viktor Abdullayev) อายุ 58 ปี สัญชาติคาซัคสถาน เนวิเกเตอร์ , นายมิคคาอิล พีทูคู (Mikhail Petukou) อายุ 54 ปี สัญชาติเบลารุส ช่างเครื่องยนต์ , นายอเล็กซ์ซานดะ ไซร์บาเนฟ (Alexandr Zrybnev) อายุ 53 ปี สัญชาติ คาซัคสถาน ช่างเทคนิค และนายวิทาลี ชุมคอบ (Vitaliy Shunkov) อายุ 54 ปี สัญชาติคาซัคสถาน นักบินที่ 2 ที่ถูกจับกุมได้ขณะนำเครื่องบินบรรทุกอาวุธสงครามร้ายแรงลงจอดที่สนามบินดอนเมือง เมื่อวันที่12 ธ.ค. 52 ที่ผ่านมา และถูกแจ้งข้อหากระทำผิด พ.ร.บ.ศุลกากร ,พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน พ.ศ.2490 ,พ.ร.บ.ยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 , พ.ร.บ.การเดินอากาศไทย พ.ศ. 2479

 นายธนพิชญ์กล่าวว่า สำนักงานอัยการพิจารณาแล้ว เห็นว่า กรณีนี้กล่าวหาผู้ต้องหาทั้งห้า ขนอาวุธสงครามผ่านแผ่นดินไทย โดยไม่ได้หมายความความว่าอาวุธดังกล่าวเตรียมนำมาใช้ในราชอาณาจักรไทย แต่ผู้ต้องหาทั้งห้า มีความจำเป็นนำเครื่องบินขนอาวุธลงจอด เพื่อเติมน้ำมัน เห็นว่าผู้ต้องหาทั้งห้าเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งตามมติ UNSC ที่ 1874 (2009) มิได้ระบุให้ดำเนินการกับลูกเรือ ประกอบกับประเทศคาซัคสถาน และเบลารุส ได้ยื่นคำร้องผ่านกระทรวงการต่างประเทศไทยปล่อยตัวผู้ต้องหากับไปดำเนินการสอบสวนตามกฎหมายตามประเทศเจ้าของสัญชาติ

 "เห็นว่าการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งห้าในประเทศไทย อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธไมตรีต่อประเทศ อีกทั้ง การฟ้องคดีนี้ก็ไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะของราชอาณาจักรไทย ดังนั้นอัยการจึงมีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งห้าในทุกข้อกล่าวหา ตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ.2547 ข้อ 78 และของกลางในคดีให้พนักงานสอบสวนจัดการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 85 ส่วนการส่งมอบผู้ต้องหาให้กับประเทศเจ้าของสัญชาติจะเป็นไปไปตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ต่อไป" นายธนพิชญ์กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่าอัยการจะตอบคำถามสังคมได้อย่างไร เพราะอาจมีการมองว่าไทยเป็นแหล่งที่พักอาวุธสงคราม นายธนพิชญ์ กล่าวว่า ในส่วนนี้ข้อเท็จจริงในสำนวนไม่ปรากฏว่า ผู้ต้องหานำอาวุธมาใช้ที่ไหน อย่างไร ดังนั้นข้อสงสัยที่ว่า ไทยเป็นแหล่งพักอาวุธสงคราม หรือผู้ก่อการร้ายคงไม่มี

 ผู้สื่อข่าวถามว่า หากในเครื่องบินเป็นยาเสพติดแทน อาวุธสงครามอัยการจะมีคำสั่งคดีเช่นนี้หรือไม่ นายกายสิทธิ์ กล่าวว่า หากเป็นยาเสพติดก็เป็นอีกกรณีหนึ่ง แตกต่างออกไป กรณีนี้เป็นเพียงเครื่องบินแวะลงมาเติมน้ำมันเท่านั้น สำหรับอาวุธสงครามของกลางก็ต้องปฏิบัติตาม ป.วิอาญา มาตรา 85 โดยใครเป็นเจ้าของก็มารับคืนไป ทั้งนี้ตามกฎหมายไทยสามารถถือครองไว้ได้ภายใน 1 ปี ระหว่างนี้หากไม่มีใครมาแสดงเป็นเจ้าของ ก็จะตกเป็นของไทย โดยเครื่องบินไม่ใช่ของกลางในคดี ส่วนผู้ต้องหาจะฟ้องกลับนั้นคงไม่มี เพราะผู้ต้องหาจะต้องถูกส่งตัวกลับไปดำเนินคดีของแต่ละคน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อกำหนด UNSC มีรายละเอียดอย่างไรบ้าง นายกายสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นข้อกำหนดที่สหประชาชาติกำหนดว่า ลูกเรือทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับข้อหาเหล่านี้ห้ามดำเนินคดีเด็ดขาด ซึ่งอัยการสั่งคดีโดยยึดหลักกฎหมาย รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งต้องพิจารณาพยานหลักฐานในสำนวนผลกระทบ ที่จะเกิดขึ้นกับประเทศเรา และเราจะได้อะไร เสียอะไร ประโยชน์สาธารณะ ของบ้านเราเป็นอย่างไร ซึ่งอัยการมองว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะสั่งฟ้องผู้ต้องหา แต่เราไม่ได้บอกว่าเขาไม่ผิด เพียงแต่อยากจะบอกว่า ไม่อยากฟ้องในประเทศไทย ซึ่งคำสั่งไม่ฟ้องเป็นความเห็นของตน และเรียนให้นายจุลสิงห์ วสันตสิง อัยการสูงสุดทราบแล้ว โดยชี้ให้เห็นว่าการฟ้องไม่เกิดประโยชน์อะไรกับประเทศไทย ทั้ง ความสัมพันธ์ไมตรีระหว่างไทยกับ ทั้ง 2 ประเทศที่ทำหนังสือเข้ามาผ่านกระทรวงการต่างประเทศไทย เพื่อขอตัวผู้ต้องหากลับไปดำเนินคดี

 ผู้สื่อข่าวซักต่อว่าหากเกิดเหตุการณ์เช่นกรณีนี้อีก อัยการก็จะสั่งไม่ฟ้องเช่นเดียวกันหรือไม่ นายกายสิทธิ์ กล่าวว่าทุกสำนวนขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง พิจารณาเป็นรายไป จะเหมาคำตอบเรื่องนี้ไปใช้ในวันหน้าคงไม่ได้

 ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า อาวุธสงครามมีอานุภาพร้ายแรง อาจเป็นอันตรายต่อประเทศไทย และคนไทย ซึ่งนายธนพิชญ์กล่าวว่า ก็เพราะอย่างนี้ เราจึงมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง เพราะมองแล้วว่า มันไม่เกิดประโยชน์กับประเทศไทย ซึ่งการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา ไม่ได้เป็นการผลักภาระให้ประเทศของผู้ต้องหา

 ต่อข้อถามว่าเรื่องนี้เป็นนโยบายของรัฐที่ต้องการปล่อยตัวผู้ต้องหา แล้วมีคำสั่งถึงอัยการหรือไม่ นายกายสิทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้สั่งให้อัยการปล่อยตัว เพราะไม่มีใครสั่งอัยการสูงสุดได้

 ต่อข้อถามว่าจะเป็นการเปิดช่องให้สหรัฐอเมริกาเข้ามาแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของไทยหรือไม่ นายธนพิชญ์ กล่าวว่า แทรกแซงอะไรไม่ได้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่ออัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ผบ.ตร. ก็สามารถทำความเห็นแย้งกลับมาได้ ซึ่งอัยการสูงสุดจะเป็นผู้ชี้ขาด แต่ระหว่างนี้ก็ต้องปล่อยผู้ต้องหาไปก่อน ทั้งนี้ นายกายสิทธิ์กล่าวยอมรับว่า รู้สึกหนักใจมากที่ทำคดีนี้ เพราะต้องมาตอบคำถามต่อสังคม แต่เรามองถึงประโยชน์ของประเทศ จึงต้องสั่งไม่ฟ้อง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บ่ายวันเดียวกันนี้ พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา7 ได้ยื่นคำร้องขอยืนยันการปล่อยตัวผู้ต้องหาต่อศาลอาญา โดยระบุว่า พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งห้า จึงขอให้ศาลได้โปรดมีคำสั่งปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 คนด้วย ศาลได้สอบถามอัยการผู้ร้องแล้ว ซึ่งยืนยันตามคำร้องนี้ จึงให้ออกหมายปล่อย ผู้ต้องหาตามที่ร้องขอ