ข่าว

จับตา ศบค. เคาะผ่อนคลาย"ล็อกดาวน์"ร้านอาหาร- เดินทางข้ามจังหวัดได้

จับตา ศบค. เคาะผ่อนคลาย "ล็อกดาวน์" มาตรการร้านอาหารนั่งได้ครึ่งหนึ่ง - กิจการกิจกรรม คงเวลาเคอร์ฟิว ประชาชนเดินทางข้ามจังหวัดได้ แต่ยังขอความร่วมมือเท่าที่จำเป็น ขยายการรวมกลุ่มทำกิจกรรมได้ 25 คน

 

 

พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกฯและ รมว.กลาโหมเป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 หรือ ศบค. ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์  ตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 09.00 น.

 

 

โดยคาดการณ์ว่าในที่ประชุมจะมีการประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดและผู้ติดเชื้อโควิด-19 และการประเมินแนวโน้มประมาณการผู้ติดเชื้อ เนื่องจากที่ผ่านมาจากการรายงานของ ศบค.ยืนยันมาโดยตลอดว่า หากมีการเข้มข้นล็อกดาวน์ร้อยละ 25 จะทำให้แนวโน้มการติดเชื้อจะคงที่ประมาณ 20,000 รายต่อวัน 
 

 

 

แต่ขณะเดียวกัน พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19หรือ ผอ.ศปก.ศบค. จะรายงานผลการหารือวานนี้ (26 ส.ค. 64) ที่จะมีการผ่อนคลายล็อกดาวน์จังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดหรือสีแดงเข้ม

 

 

โดยร้านอาหารที่มีการเปิดเครื่องปรับอากาศหรือเปิดแอร์อนุญาตนั่งรับประทานในร้านได้คิดเป็นร้อยละ 50 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนที่นั่งในร้าน

 

 

ส่วนร้านอาหารที่ไม่มีการเปิดเครื่องปรับอากาศให้นั่งได้ร้อยละ 75   ของจำนวนที่นั่งในร้านแต่การเปิดให้ประชาชนนั่งรับประทานอาหารในร้าน จะต้องฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม

 

 

 

 

ขณะที่ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมิวนิตี้มอลล์หรือสถานประกอบการอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน ร้านสะดวกซื้อ ให้เปิดดำเนินการได้ตามปกติจนถึงเวลา 20.00 น.

 

 

โดยผู้ให้บริการจะต้องปฏิบัติได้รับวัคซีน 2 เข็มแล้วและจะต้องมีการตรวจคัดกรองด้วยชุด ATK  เป็นระยะและมีมาตรการเข้มผู้เข้าใช้บริการ

 

 

ส่วนการเปิดบริการร้านเสริมสวย หรือตัดผม  ร้านนวด เปิดได้ตามปกติ แต่นวดได้เฉพาะฝ่าเท้า

 

 

นอกจากนี้สวนสาธารณะ ลานกีฬา สนามกีฬาหรือสถานที่ออกกำลังกายที่เป็นพื้นที่โล่งแจ้ง ยกเว้นฟิตเนส และอาคารในสถานศึกษา เปิดได้ตามปกติ แต่ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการสถานศึกษาพิจารณา 

 

 

นอกจากนี้ จะเปิดบริการรถสาธารณะโดยต้องจำกัดจำนวนผู้โดยสารไม่เกินร้อยละ 75 และคนขับรถจะต้องได้รับวัคซีนแล้ว 2 เข็ม และเปิดให้เดินทางโดยเครื่องบิน ซึ่งผู้โดยสารจะต้องแสดงเอกสารการฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 เข็ม หรือผลตรวจโควิด-19 ด้วย

 

 

นอกจากนี้ยังผ่อนคลายให้ประชาชนสามารถเดินทางข้ามจังหวัดได้ จังหวัดสำหรับประชาชนที่มีความจำเป็นเท่านั้น แต่ยังต้องขอความร่วมมือประชาชนงดเดินทางข้ามจังหวัดหากไม่มีความจำเป็น

 

 

แต่ยังห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานเวลา 21.00-04.00 น.ของวันรุ่งขึ้นยังคงอยู่  

 

 

นอกจากนี้ยังมีการอนุญาตให้สามารถดำเนินกิจกรรมการรวมกลุ่มไม่เกิน 25 คน จากเดิม 5 คน พร้อมกับเตรียมเปิดทำเนียบรัฐบาลให้สื่อมวลชนเข้าปฏิบัติหน้าที่ โดยมาตรการผ่อนคลายดังกล่าว ผ่านการเห็นชอบในที่ประชุมจะเริ่มมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนนี้เป็นต้นไป

 

 

ข่าวยอดนิยม