ข่าว

ปธ.แจงวิปรบ.มีมติเห็นพ้องเลื่อนญัตติแก้รธน.

ปธ.แจงวิปรบ.มีมติเห็นพ้องเลื่อนญัตติแก้รธน.

11 ก.พ. 2553

ปธ.วิปรบ. แจง วิปรบ. มีมติเห็นพ้องเลื่อนญัตติแก้รธน. ออกไป มี.ค. รอ ส.ว. ถก ถอดถอน “น้องเขยทักษิณ" อ้างไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ปัด ต่อรองผลประโยชน์ลงตัว

(11ก.พ.) นายวิทยา แก้วภราดัย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวกรณีมีการเลื่อนพิจารณาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไป ในการประชุมร่วมรัฐสภาในครั้งหน้าว่า ได้มีการประชุมหารือร่วมกันหมดแล้วกับตัวแทนวิปพรรคร่วมรัฐบาล เพราะพรรคร่วมรัฐบาลห็นว่าสถานการณ์เรื่องรัฐธรรมนูญยังไม่มีความจำเป็นและอาจจะทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งกันมากขึ้นไปอีก และถึงแก้รัฐธรรมนูญไปวันนี้ก็ยังไม่ได้ใช้ เฉพาะเรื่องเขตเลือกตั้งก็ยังไม่ถึงสถานการณ์ที่ต้องใช้จริง ๆ และขณะนี้มีเรื่องเร่งด่วนของกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับบันทึกข้อตกลงอาเซียนบวกสามและข้อตกลงเชียงใหม่ ซึ่งทุกประเทศได้ลงนามหมดแล้ว รอเพียงประเทศไทยเพียงประเทศเดียว และบันทึกข้อตกลงนี้ต้องบรรลุผลภายในเดือนมี.ค. ดังนั้นทุกคนจึงเห็นพ้องต้องกันว่าควรจะเลื่อนเรื่องดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาก่อน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายค้านระบุว่าการเลื่อนญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไป เพราะพรรคร่วมรัฐบาลตกลงผลประโยชน์กันลงตัว ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ไม่มีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ และเป็นข้อเสนอของพรรคร่วมรัฐบาลเอง ที่คิดว่าโดยสถานการณ์ไม่จำเป็นต้องพิจารณาเรื่องรัฐธรรมนูญก่อน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า แน่ใจหรือมั่นใจในพรรคร่วมรัฐบาลว่าจะไม่มีปัญหาในการประชุมรัฐสภาวันเดียวกันนี้ นายวิทยา กล่าวว่า ตัวแทนวิปพรรคร่วมรัฐบาลที่เข้าร่วมประชุมกับตนทุกคนยืนยันอย่างนั้น แต่หากมีการกลับลำก็ต้องว่ากัน เพราะตนให้ไปปรึกษาผู้ใหญ่ในพรรคแล้ว ทุกคนก็ยืนยันว่าผุ้ใหญ่ในพรรคมีความเห็นสอดคล้องกันว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่ใช่เพราะกลัวว่าพรรคภูมิใจไทยจะหันไปสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ คปพร. ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ตัวแทนพรรคภูมิใจไทยเขายืนยันอย่างนั้น ตนไม่ได้พบปะกับใครนอกจากวิปที่มาร่วมประชุม โดยวิปพรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่าเอาด้วยตามมติพรรคร่วมรัฐบาล

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าจะปัญหาหรือไม่ เพราะประธานสภาฯได้บรรจุระเบียบวาระไปแล้ว แต่กลับมาเลื่อนออกไปอีก นายวิทยา กล่าวว่า การบรรจุระเบียบวาระเป็นข้อบังคับ ซึ่งประธานสภาจำเป็นต้องบรรจุภายใน 7 วันคือวันเดียวกันนี้( 11 ก.พ.) เป็นคำสุดท้ายที่ต้องบรรจุให้เสร็จ แต่การพิจารณาเป็นเรื่องของสภาว่าจะพิจารณาเมื่อใดจะพิจารณาก่อนหรือหลัง เพราะระเบียบวาระมีมากกว่าสองเรื่องนี้ สำหรับการแจ้งเลื่อนเอาบันทึกข้อตกลงระหว่างประเทศตามรัฐธรรมนูญ ม. 190 สามารถทำได้โดยแจ้งล่วงหน้า 1 วัน โดยฝ่ายกฎหมายยืนยันว่าเป้นเรื่องที่ต้องทำ ส่วนการนัดประชุมที่ต้องแจ้งล่วงหน้า 3 วันนั้นเป็นอำนาจของประธานสภาฯ แม้จะเพิ่งแจ้งนัดประชุมรัฐสภาเมื่อช่วงวันอังคารเย็นจนถึงวันพฤหัสบดีจะไม่ถึง 3 วันแต่ก็เป็นอำนาจของประธานสภาตามข้อบังคับ

ส่วนสังกตของพรรคการเมืองใหม่ที่ระบุว่ าร่างแก้ไขรับธรรมนูญของ คปพร.อาจไม่สามารถบรรจุระเบียบวาระได้ เพราะขัดต่อ ม. 291 ยังไม่มีกฎหมายรองรับนั้น ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า เรื่องนี้บรรจุอยู่ในระเบียบวาระแล้ว แต่จะมีปัญหาข้อกำหมายหรือไม่ ต้องแล้วแต่ศาลรัฐธรรมนูญหรือใครตีความ

“การแก้ไขรัฐธรรมนูญวิปรัฐบาลมีความเห็นร่วมกันว่า เลื่อนเอาไปไว้เดือน มี.ค. หลังจากที่ที่ประชุมวุฒิสภาพิจาณาเรื่องการถอดถอนนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯเสร็จก่อนแล้วค่อยมาว่ากัน เพราะวุฒิสภาเขามีการประชุมกันทุกวันจันทร์และวันศุกร์ ส่วนที่ส.ว.บางส่วนเห็นแย้งว่าควรจะพิจารณาในวันเดียวกันนี้ ให้จบไปเลยนั้นก็แล้วแต่ขึ้นอยู่กับเสียงข้างมากเป็นอย่างไรก็ไปอย่างนั้น ในส่วนของรัฐบาลเองไม่ขัดข้องพิจารณาเมื่อไหร่ไม่ได้ถือเป็นสาระ ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าคะแนนเสียงในการเลื่อนญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ คงจะผ่านและผมได้แจ้งมติวิปรัฐบาลให้กับวิปวุฒิสภาแล้ว ยืนยันว่าไม่ใช่ท่าทีการยื้อรอบที่สองของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะตั้งแต่เริ่มต้นเราชัดเจนคือไม่เห็นด้วย แต่การพิจารณาจะพิจารณาเมื่อใดเป็นเรื่องของมติพรรคร่วม “ ประธานวิปรัฐบาล กล่าว