
ตำรวจ'วังทองหลาง'ยิงชาวบ้านสาหัส2
หนุ่มเคราะห์ร้ายถูกเพื่อนร่วมห้องเช่ายิงเข้าโหนกแก้มสาหัส หลังเคาะประตูเรียก เจอยิงสวนทะลุประตู อีกราย"ดาบแขก" ผบ.หมู่ ป.สน.วังทองหลาง แต่งครึ่งท่อน-คุมโต๊ะสนุ้กเกอร์ ยิงเพื่อนร่วมแก๊งสาหัส 2 คาดขัดแย้งผลประโยชน์-ทะเลาะวิวาท เตรียมเปิดภาพวงจรปิดตรวจสอบ ขณ
เมื่อเวลา 21.00 น. วานนี้(10ก.พ.) พ.ต.ท.เชาวฤทธิ์ เงินฉลาด พนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.วังทองหลาง รับแจ้งเหตุยิงกันและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย โดยเหตุยิงกันเกิดขึ้น 2 จุด ภายในซอยลาดพร้าว 64 แยก 7 แขวงและเขตวังทองหลาง กทม.หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บัง คับบัญชา ก่อนเดินทางเข้าตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.สมิต เชิงสะอาด ผกก.วังทองหลาง พ.ต.อ.ปกรณ์ กิติวัฒน์ ผกก.สส.บก.น.4 ฝ่ายสืบสวน และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน
ที่เกิดเหตุจุดแรกอยู่ที่อาคาร เอสเจ อพาร์ทเมนต์ เลขที่ 233 เป็นอาคาร 4 ชั้น ที่ชั้น 2 หน้าห้อง 203 พบกองเลือดผู้บาดเจ็บ ทราบชื่อนายวัชรินทร์ เย็นสนิท อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48 ม.5 ต.ชุมโค อ.ประทิว จ.ชุมพร ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลราชวิถี มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ เบอร์ 12 เข้าที่โหนกแก้มซ้าย และกกหูซ้าย กระสุนฝังในอาการสาหัส แพทย์นำเข้าห้องไอซียู ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุ ทราบชื่อคือ นายอนันต์ จันทร์บุตร อยู่บ้านเลขที่ 40/6 ม. 5 ต.ชุมโค อ.ประทิว จ.ชุมพร ซึ่งพักอยู่ห้อง 203 หลังก่อเหตุหลบหนีไป เมื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรอยกระสุนทะลุจากด้านในบานประตูออกมาด้านนอก เศษกระสุนกระจายไปกระจุกอยู่ที่ประตู และบานเกร็ดของห้องฝั่งตรงข้าม จำนวน 5 จุด
จากการสอบสวนทราบว่า นายอนันต์กับคนเจ็บเคยเช่าห้องพักอยู่ด้วยกัน แต่ระยะหลังมีปัญหาทะเลาะวิวาท นายอนันต์ จึงแยกแยกออกมาอยู่ห้องที่เกิดเหตุกับแฟนสาว ซึ่งก่อนเกิดเหตุนายวัชรินทร์ขี่จักรยานยนต์มาจอดด้านล่างอพาร์เมนต์ดังกล่าวกับเพื่อนอีก 1 คน โดยให้เพื่อนรออยู่ด้านล่าง ส่วนตัวเองขึ้นมาหานายอนันต์ที่ห้อง จากนั้นเคาะประตูเรียก พร้อมทั้งตะโกนว่า"จ็อด กูมาแล้ว"ทันใดนั้นนายอนันต์ กลับใช้ปืนยิงสวนออกมาจากด้านในห้องทะลุประตูถูกนายวัชรินทร์ เข้าที่ใบหน้า ก่อนจะวิ่งหนีออกจากห้องลงมาด้านล่างอาคาร กระทั่งมาพบเพื่อนนายวัชรินทร์ ที่นั่งรออยู่ เมื่อเพื่อนนายวัชรินทร์ เห็นได้ทิ้งรถแล้ววิ่งหนีไป โดยมีนายอนันต์วิ่งไล่ตามก่อนหายไปทั้งคู่ จากนั้นไม่ถึง 5 นาทีก็มีเหตุการณ์ยิงกันเกิดขึ้นอีกครั้ง แต่ห่างกันประมาณ 100 เมตร
ส่วนเหตุการณ์ที่สอง เกิดขึ้นที่อาคาร เอ็นซีเฮ้าท์ เลขที่ 177 แขวงและเขตวังทองหลาง โดยครั้งนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย จนท.กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลลาดพร้าว และโรงพยาบาลเปาโลสยาม ทราบชื่อนายธนกร เกิดพุฒิ อายุประมาณ 20-25 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืน 9 มม.เข้าที่ศรีษะได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนอีกรายคือ นายสราวุธ วารีสะอาด อายุ 24 ปี ถูกยิงด้วยปืน 9 มม.เข้าที่ท้องได้รับบาดเจ็บสาหัส จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบคราบเลือดจำนวนมากที่บริเวณลานจอดรถด้านหน้าอาคาร พบปลอกกระสุนปืน 9 มม. 3 ปลอกตกอยู่ที่พื้น หัวกระสุนอีก 2 หัว นอกจากนั้น ยังมีจักรยานยนต์ของสายตรวจ สน.วังทองหลาง ทะเบียนตราโล่ 53201 ระหัสหมวก 121-4 จอดหน้าร้านบอสสนุ๊กเกอร์ ซึ่งอยู่ข้างที่เกิดเหตุ
จากการสอบถามพยานทราบว่า คนร้ายที่ก่อเหตุเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.วังทองหลาง แต่งกายครึ่งท่อน เป็นเจ้าของรถสายตรวจคันที่จอดอยู่ และน่ามีเรื่องทะเลาะกับกลุ่มคนเจ็บที่โต๊ะสนุ๊กเกอร์มาก่อน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าวพักอยู่อพาร์ทเมนต์ฝั่งตรงข้าม และมักจะมานั่งดื่มสุราอยู่ในซอยนี้เป็นประจำ นอกจากนั้น ยังรับงานคุมโต๊ะสนุ๊กเกอร์แห่งนี้ด้วย โดยหลังก่อเหตุได้หลบหนีไป
พ.ต.อ.สมิต กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับเป็นเหตุอุกอาจ แต่ยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าเหตุการณ์ทั้งสองเชื่อมโยงกันหรือไม่ ต้องหาพยานหลักฐานและพยานแวดล้อมมาสอบปากคำอีกครั้ง อีกทั้งยังไม่ทราบสาเหตุของการยิงกันว่าเป็นการทะเลาะวิวาท บาดหมางกัน หรือเป็นการขัดแย้งเรื่องยาเสพติด
พ.ต.ท.เชาวฤทธิ์ กล่าวว่า สำหรับคนเจ็บทั้ง 3 คนอาการโคม่า 2 ราย คือนายวัชรินทร์ และนายธนกร ซึ่งทั้งสองมีโอกาสรอดชีวิตน้อยมาก และจากการสอบพยานเบื้องต้นทราบว่ากลุ่มผู้บาดเจ็บมาที่อพาร์ทเม้นท์ดังกล่าวเพื่อแก้แค้นอริ แต่ถูกยิงสวนก่อน ส่วนเหตุการณ์ที่ 2 ซึ่งเกิดขึ้นห่างกันประมาณ 5 นาที มีพยานเห็นเหตุการณ์ว่าเห็นด.ต.ภาณุมาส คำลือ หรือดาบแขก ผบ.หมู่ป.สน.วังทองหลาง ยืนถือปืนใกล้กับโต๊ะสนุ้กที่เกิดเหตุ
"จากการตรวจสอบพบว่าเมื่อวันที่ 10 ก.พ. ด.ต.ภาณุมาสไม่ได้เข้าเวรที่โรงพัก ส่วนสาเหตุตั้งไว้ 2 ประเด็น ทะเลาะวิวาท และขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ จะต้องสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์และพยานแวดล้อมอย่างละเอียด และตรวจสอบกล้องวงจรปิดรอบจุดเกิดเหตุและถึงต้องรอให้ผู้บาดเจ็บอาการดีขึ้น พร้อมกันนี้จะออกหมายจับนายอนันต์ ส่วนด.ต.ภาณุมาสขณะนี้อยู่ระหว่างการติดต่อขอเข้ามอบตัว" พ.ต.ท.เชาวฤทธิ์กล่าว
รายงานข่าวระบุว่า ผู้ที่ถูกยิงที่จุดแรกเป็นพรรคพวกของคนที่ถูกยิงในจุดที่ 2 ขณะเดียวกันเชื่อว่า คนที่ก่อเหตุจุดแรกน่าเป็นพรรคพวกหรือลูกน้องของเจ้าหน้าที่ตำรวจคนที่ก่อเหตุจุดที่ 2 เนื่องจากในห้องเกิดเหตุจุดแรกมีอุปกรณ์ของตำรวจหลายอย่าง เช่น วิทยุสื่อสาร เครื่องหมายตำรวจ และห้องดังกล่าวมักจะมีคนพลุกพล่านประจำ ส่วนนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่เดินทางมาดูที่เกิดเหตุไม่ค่อยให้รายละเอียดกับผู้สื่อข่าวถึงเหตุที่เกิดขึ้น โดยอ้างว่าไม่ทราบรายละเอียดขอรอตรวจสอบก่อน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย



