ข่าว

อัยการส่อสั่งไม่ฟ้อง5ผู้ต้องหาค้าอาวุธสงคราม

อัยการส่อสั่งไม่ฟ้อง5ผู้ต้องหาค้าอาวุธสงคราม

11 ก.พ. 2553

อัยการสูงสุดเตรียมแถลง สั่งคดี 5 ผู้ต้องหาคาซัคสถาน-เบลารุส ขนอาวุธ บ่ายวันนี้ แนวโน้มอาจสั่งไม่ฟ้อง หลังประเทศต้นสังกัดประสานรัฐบาลไทยขอตัวผู้ต้องหาไปดำเนินคดีเอง

 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการดำเนินคดีกับ นายอเล็กซานเดอร์ เซอร์บเนฟ อายุ 53 ปี นายวิกเตอร์ อัลดุลลายาฟ อายุ 58 ปี นายวิทาลี ซุนคอฟ อายุ 54 ปี นายอิลยาส อิสซาคอฟ อายุ 53 ปี สัญชาติคาซัคสถาน และนายมิคาอิล พีทูคู อายุ 54 ปี สัญชาติเบลารุส ผู้ต้องหาคดีลำเลียงอาวุธสงครามร้ายแรงผ่านทางอากาศยาน ที่ถูกจับกุมที่สนามบินดอนเมืองเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ที่ผ่านมานั้น อัยการสูงสุดจะมีการแถลงข่าวในวันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้

 แหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาลเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลไทยได้รับแจ้งจากประเทศคาซัคสถาน และเบลารุส ว่า จะขอตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 คน กลับไปดำเนินคดีที่ประเทศต้นสังกัด จากนั้นรัฐบาลได้หารือกับหน่วยข่าวความมั่นคงต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ และทำความเห็นแจ้งไปยังอัยการว่า ประเทศต้นสังกัดต้องการผู้ต้องหาทั้ง 5 คน กลับไปดำเนินคดี และอีกด้านหนึ่งรัฐบาลเห็นว่า เป็นเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคง ซึ่งเป็นดุลพินิจของอัยการว่าจะสั่งคดีอย่างไร

 แหล่งข่าวจากอัยการเปิดเผยว่า แนวโน้มการสั่งคดีอัยการจะสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ด้วยเหตุผลของความมั่นคง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีกรณีคล้ายๆ กันเกิดขึ้นมาแล้ว คือ ในกรณีรัฐบาลทำความเห็นมาถึงอัยการในกรณีที่อาจกระทบถึงความมั่นคงของประเทศ อัยการก็จะสั่งไม่ฟ้อง ส่วนเครื่องบินรัฐบาลจะต้องยึดไว้ แต่ถ้ามีการแจ้งเรื่องขอคืนเครื่องบินก็ต้องพิจารณาอีกครั้งว่าจะคืนให้หรือไม่และคืนอย่างไร 

 นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด กล่าวว่า เรื่องนี้มีความเห็นเป็นที่เรียบร้อย โดยมอบหมายให้ นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการคดีพิเศษ ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และนายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ อธิบดีอัยการคดีอาญา แถลงผลการสั่งคดีในเวลา 13.30 น. วันที่ 11 กุมภาพันธ์

 นายกายสิทธิ์ระบุว่า การแถลงข่าวผลการสั่งคดีจะมีขึ้น ณ ห้องประชุม 100 ชั้น 4 สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก หากอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ตามหลักการก็ต้องปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 คนทันที เพราะเมื่อสั่งไม่ฟ้องแล้วอัยการก็ไม่มีอำนาจควบคุมอีกต่อไป ส่วนการส่งตัวกลับประเทศนั้น หากมีการประสานก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขั้นตอนการดำเนินการในคดีนี้ หากอัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้องก็จะต้องส่งสำนวนต่อศาลพิจารณานัดไต่สวนเปิดคดี แต่หากมีคำสั่งไม่ฟ้อง พนักงานอัยการจะต้องทำเรื่องร้องขอต่อศาล เพื่อให้พิจารณาออกหมายปล่อยตัวผู้ต้องหาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จากนั้นพนักงานสอบสวนจะนำหมายปล่อยตัวไปยังเรือนจำ เพื่อขอปล่อยตัวผู้ต้องหา แล้วนำตัวไปยัง สน.ประชาชื่น เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เพื่อให้ดำเนินการผลักดันออกนอกประเทศต่อไป