
รวบ18มงกุฎ ตุ๋นโควตา"หวย" เหยื่อหลงเชื่อ ชักชวนเพื่อน-ญาติ สูญเงิน27ล้าน
รวบ18มงกุฎ ตุ๋นเซ็งลี้ โควตา"หวย" รัฐบาล เหยื่อหลงเชื่อ ชวนเพื่อน-เครือญาติ ร่วมลงทุนกว่า 27 ล้าน ก่อนถูกเชิดเงินหลบหนี
วันที่ 24 สิงหาคม พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก. , ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 1 กก.2 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นายนรินทร์วุฒิ หรือ นายจิรัฏฐ์ หรือ นายอริย์ธัช (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ที่ยังต้องการตัว จำนวน 3 หมาย 1. หมายจับศาลอาญา ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกันปลอมแปลงเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการและใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารสิทธิปลอม” โดยจำเลยไม่มาศาล พฤติการณ์จงใจหลบหนี จึงให้ออกหมายจับจำเลยเพื่อมาบังคับตามคำพิพากษา
2. หมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ข้อหา“ออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย โดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น ให้ใช้เงินมีจำนวนสูงกว่าจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีอันพึงจะให้ใช้เงินได้ในขณะที่ออกเช็คนั้น และธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คนั้น”
และ3. ตามหมายจับของศาลแขวงพระนครเหนือ ข้อหา “ออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย โดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น ให้ใช้เงินมีจำนวนสูงกว่าจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีอันพึงจะให้ใช้เงินได้ในขณะที่ออกเช็คนั้น และธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คนั้น” โดยจับกุมได้ที่ บริเวณริมถนนท่าตอน - ฝาง ต.มะลิกา อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่
โดยการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อประมาณเดือนตุลาคม 2562 ก่อนเกิดเหตุนางอำนวย ได้พบกับนายนรินทร์วุฒิ ผู้ต้องหา โดยการแนะนำของ นางฐาปณีย์ โดยอ้างว่านายนรินทร์วุฒิ ผู้ต้องหามีโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล "หวย" อยู่ จำนวน 718 เล่ม และต้องการขายสลากดังกล่าวในราคาเล่มละ 7,040 บาท นางอำนวย ผู้เสียหายสนใจจึงได้ชักชวนเพื่อนและเครือญาติมาร่วมกันซื้อ
ต่อมาผู้ต้องหาได้นัด และพากลุ่มผู้เสียหายไปที่สำนักงานสลากกินแบ่ง เพื่อเป็นการยืนยัน และผู้ต้องหาอ้างว่าสามารถหาสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือ โควตา "หวย" ได้อีก จำนวน 1,600 เล่ม กลุ่มผู้เสียหายหลงเชื่อตกลงซื้อสลากกินแบ่งดังกล่าว โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร และจ่ายเป็นเช็คให้นายนรินทร์วุฒิ เป็นเงินรวม 27,519,520 บาท
ต่อมาเมื่อถึงกำหนดนัดรับสลากกินแบ่งรัฐบาล กลุ่มผู้เสียหายได้รับสลากกินแบ่ง "หวย" เพียง 718 เล่ม ส่วนสลากกินแบ่งอีก 1,600 เล่ม ให้รออีกวันสองวัน แต่หลังจากนั้นมีการผัดผ่อนเรื่อยมา เมื่อผู้เสียหายเร่งทวงถามผู้ต้องหาจึงขอให้ทำเป็นสัญญากู้ยืมเงิน โดยผู้ต้องหาออกเช็คสั่งจ่าย 7,040,000 บาท
กระทั่งวันที่ 30 ธ.ค.62 เมื่อถึงวันครบกำหนดสั่งจ่าย ผู้เสียหายได้นำเช็คไปเข้าบัญชี เพื่อเรียกเก็บเงินปรากฏว่า ธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน ผู้เสียหายจึงไปแจ้งความให้ดำเนินคดี ที่ สน.ลาดพร้าว ต่อมาศาลอนุมัติออกหมายจับและสามารถจับตัวนายนรินท์วุฒิฯ ผู้ต้องหาได้ภายหลังได้ขอประกันตัวต่อศาล และศาลอนุญาตให้ประกันตัวพร้อมติดกำไล EM จากนั้นผู้ต้องหาได้ทำการตัดกำไล EM ออกและหลบหนีไป
ต่อมาชุดจับกุมได้แกะรอยสืบสวนอย่างละเอียด ทราบว่า หลังจากที่ผู้ต้องหาได้ตัดกำไร EM ออกแล้วได้หนีไปกบดาน จังหวัดเชียงใหม่ โดยยังมีพฤติการณ์ก่อเหตุซ้ำๆ ในลักษณะเดียวกันอีกนับสิบคดีมีผู้เสียหายจำนวนมาก จึงได้นำกำลังไล่ล่าติดตามตัวมาดำเนินคดี เนื่องจากถือเป็นบุคคลอันตรายสร้างความเดือนร้อนเสียหายให้กับประชาชน หากไม่เร่งดำเนินการจับกุมมาดำเนินคดีจะไปก่อคดีในพื้นที่อื่นอีก
จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเข้าพื้นที่ตรวจสอบ และจับกุมตัว นายนรินท์วุฒิ ได้ที่บริเวณริมถนนท่าตอน- ฝาง ต.มะลิกา อ.แม่อาย จว.เชียงใหม่ และนำตัวส่งศาลอาญา เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป สอบสวนเบื้่องต้นให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบประวัติ พบว่า ผู้ต้องหามีประวัติก่อเหตุในหลายพื้นที่ โดยมีหมายจับรวม 6 หมาย คดีเกี่ยวกับฉ้อโกง , ปลอมแปลงเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ และ คดีเกี่ยวกับเช็ค ทางกองปราบปราม จึงขอฝากเตือนภัยประชาชน เนื่องการลงทุนมีความเสี่ยงสูง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูล และประวัติของผู้ชักชวนร่วมลงทุนโดยละเอียดก่อนทำการลงทุน



