ข่าว

ครม. โยก "ผู้ว่าฯปู"กลับบ้านก่อนเกษียณนั่งพ่อเมืองอ่างทอง

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์

ครม.โยก"ผู้ว่าฯปู"กลับบ้านก่อนเกษียณนั่งพ่อเมืองอ่างทอง ตั้ง ณรงค์ ร้อยรัก นั่งผู้ว่าฯ สมุทรสาคร และให้ ขจรเกียรติ รักพานิชมณี พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการอ่างทอง ไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี

 

 

การประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้(24 ส.ค.)มีรายงานข่าวว่า คณะรัฐมนตรี เห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอให้นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี หรือที่เรียกกันว่า ผู้ว่าปู ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง

 

 

และให้นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการอ่างทองไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานีและให้นายณรงค์ ร้อยรัก พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร

 

ก่อนหน้านี้ เมื่อ 15 สิงหาคม 2564 ผู้ว่าฯ ปู นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร โพสต์เฟซบุ๊ก ยามดีใช้ ยามไข้รักษา ระบุ มีคนถามผมมาเยอะว่า ไม่ย้ายกับเขาเหรอ ไม่เห็นมีชื่อในคำสั่งหรือว่าผมเกษียณปีนี้

 

 

อยากย้ายเช่นกันครับ เหตุผลของผม คือ สุขภาพผมไม่แข็งแรง ออกพื้นที่ได้ไม่มาก ไปมาไม่สะดวก หลายคนเป็นห่วงออกจากศิริราชแล้ว ร่างกายไม่เหมือนเดิมเลย โควิดทิ้งร่องรอยไว้เยอะมาก เหนื่อย ไอ จาม มีน้ำมูก หอบง่าย

 

 

ล่าสุด มีอาการเกร็งด้านขวา ค่อนข้างมาก คุณหมอบอกว่าผมเครียดหนัก พักผ่อนน้อย ต้องถนอมชีวิตมากกว่านี้

 

 

ขณะที่ งานในสมุทรสาครไม่เครียดคงไม่ได้ กระทรวงบอกว่า ผมทำงานมากเกินไป จะย้ายให้ไปอยู่จังหวัดอื่นที่งานโควิดเบาขึ้น

 

 

ผมเป็นห่วงชาวบ้าน ก่อนถึงฤดูโยกย้าย ขอผมเป็นพนักพิงให้ชาวบ้านอุ่นใจก่อนว่า เรายังไม่หนีไปไหน พร้อมเผชิญเรื่องร้าย ๆ ไปด้วยกัน

 

 

ผมเกษียณปีหน้าครับ บอกคนใหญ่ในกระทรวง ถึงเหตุผลการย้าย มาจากสุขภาพร่างกายล้วน ๆ 

 

 

คำตอบที่ได้ตอนคำสั่งล่าสุดคือ ถึงผมอยากไปสุพรรณบุรี แต่นักการเมืองเขาไม่ยอมรับ (ซึ่งผมไม่รู้ว่าหมายถึงใคร) ผมไปไม่ได้แน่

 

 

ส่วนอ่างทอง เป็นจังหวัดเล็กเกินไป ย้ายจากสมุทรสาคร ไปจังหวัดเล็กกว่าคงไม่เหมาะ อืม…อยู่ศรีสะเกษ 22 อำเภอ สมุทรสาคร 3 อำเภอ ผมเข้าใจอะไรผิดเรื่องเล็กใหญ่แน่เลย

 

 

ไปจังหวัดอื่นก็ลำบาก อยู่สมุทรสาครต่อก็คงไม่ดี คนอยู่ที่นี่ควรจะแข็งแรงกว่าผม ทำงานได้คล่องแคล่วกว่าผม ไม่มีปัญหาด้านสุขภาพเหมือนผม

 

 

ผมคิดสะระตะในใจว่า ผู้ว่าสุพรรณฯ เป็นกัลยาณมิตรที่ดีของผม

 

 

ส่วนผู้ว่าอ่างทอง เป็นอดีตเพื่อนร่วมงานที่ดีของผมเช่นกัน ผมคงไม่มีเหตุผลใดจะไปไล่ที่เขา

 

 

ผมเคยฝันว่า จะสามารถอยู่รับราชการได้จนถึงเกษียณอายุ เพราะคือจุดหมายปลายทาง ที่ข้าราชการทุกคนปรารถนา

 

 

แต่วันนี้ ต้องยอมรับว่าเป็นได้แค่ในฝัน สาเหตุหลักมาจากการทุ่มเทให้กับงานมากไป

 

 

นึกถึงคำของผู้ใหญ่ที่บอกว่า จะหาจังหวัดอื่นที่งานโควิดเบาขึ้น แต่สุดท้ายก็ไม่ได้หาให้ คำสั่งที่เห็นจึงไม่มีชื่อผมด้วย

 

 

หลงคิดมานานว่า การจัดคนลงตำแหน่ง เป็นเรื่องของกระทรวงเป็นหลัก หรือว่าผมไม่มีสีของสิงห์ใด ๆ นอกจากสีกากีของเครื่องแบบ สีที่ผมพยายามใช้ เดินตามรอยพระบาทในหลวง ร.9 มาตลอดชีวิตการทำงาน

 

 

นึกถึงคำของคุณหมอที่บอกหลังเห็นคำสั่งว่า ผมควรใช้ชีวิตก่อนเกษียณที่สงบกว่านี้ ลาออกเถอะ บ้านเมืองย่อมมีคนมาทำงานได้ อย่าไปห่วงจนเกินตัว

 

 

นึกถึงคำของลูกสาวที่ปลอบพ่อว่า พ่อต้องดูสุขภาพและความรู้สึกพ่อเป็นหลัก พ่ออยู่ในราชการอีกแค่ปีเดียว  แต่อยู่ในชีวิตหลังเกษียณอีกหลายปี

 

 

พ่อทำงานหนักมาตลอดชีวิต ปีสุดท้ายของพ่อ น่าจะเลือกให้เหมาะกับสุขภาพพ่อเป็นสำคัญ

 

 

มาถึงตรงนี้ คนที่สนิทกัน คงรู้แล้วว่าผมเลือกจะทำยังไง จู่ ๆ ผมก็นึกถึงคำโบราณที่ว่า “ยามดีใช้ ยามไข้ (ไม่) รักษา”