
เรื่องวุ่นๆ ของการเซ็งลี้ฮ้อ...เก้าอี้ ตร.
ดูเหมือนว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ยุค "รัฐบาลมาร์ค" จะยุ่งอีนุงตุงนังกับการแต่งตั้งโยกย้ายมากที่สุดเป็นประวัติการณ์สีกากีก็ว่าได้ นับตั้งแต่การแต่งตั้งส่วนหัวตำแหน่ง ผบ.ตร.ยังไม่ได้ข้อยุติ การแต่งตั้งระดับรอง ผบก.-สว.ก็มีปัญหาตามมาให้แก้อีกคำรบ
กลายเป็นวัวพันหลัก หรือจะเรียกความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรกก็คงได้
กลิ่นทะแม่งๆ จากการเซ็นคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายของ บช.ภ.2 มีอันสะดุดหลุดลง เมื่อ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร. เซ็นคำสั่งให้ พล.ต.ท.เกรียงศักดิ์ สุริโย ผบช.ภ.2 มาช่วยราชการที่ สตช.โดยไม่มีกำหนด
มีข่าวกระเส็นกระสายออกมาจากวงในว่า กว่าที่ พล.ต.อ.ปทีป จะตวัดปากกาเซ็นคำสั่งครั้งนี้ได้ ก็ตัดสินใจอยู่นาน ด้วยไม่ใช่คนอื่นคนไกล ต่างก็เป็นเพื่อนร่วมรุ่น นรต.25 ที่ฝากฝังกันมาตั้งแต่ครั้ง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ยังนั่งเก้าอี้เบอร์ 1 สตช. แล้วผลักดันให้เพื่อนออกมาจากแดนสนธยา อย่าง บช.ตชด. มานั่งเก้าอี้แม่ทัพคุมภาคตะวันออก
นอกจากทั้งสองบิ๊กจะเป็นเพื่อนกันแล้ว อีกไม่กี่วันก็จะอำลาอาชีพตำรวจแล้วด้วย ดังนั้น พล.ต.อ.ปทีป เลยอยู่ในอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่กระแสสังคมและการออกมาร้องขอความเป็นธรรมจากตำรวจน้อยใหญ่ เลยบีบบังคับให้นายใหญ่ สตช.ต้องจำใจเลือกหนทางหนึ่ง แม้ต้องกลืนเลือดก็ต้องยอม แล้วส่ง พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร.ลงไปดูแลแทน
จะว่าไปแล้ว พล.ต.ท.อัศวิน ก็เป็นนายเก่าเมืองชล คุ้นเคยกับ บช.ภ.2 ดี รู้ดีว่าคนไหนทำงาน ไม่ทำงาน เชื่อว่าจะพยายามแก้ไขคำสั่งให้แล้วเสร็จทัน 16 กุมภาพันธ์ ก่อนที่โผแต่งตั้งตำรวจทั้งหมดจะมีผลบังคับใช้
ที่เร่งรีบทำไม่ใช่เพระอะไร หากปล่อยให้ช้าไปไม่ทันการณ์ เรื่องที่นายกฯ มาร์คสั่งสอบเพิ่มใน บช.ภ.1 และ บช.ภ.4 อาจจะมีปัญหาตามมา ส่วนจะเสร็จทันเป็นอัศวินสมชื่อหรือไม่ ต้องคอยติดตาม
ผลกระทบและแรงกระเพื่อมระลอกใหญ่เกิดขึ้นทันที หลังมีคำสั่งรื้อโผ บช.ภ.2 ค่ำคืนวันเดียวกันนั้น นายตำรวจน้อยใหญ่ ทั้งระดับ ผกก. รอง ผกก. และ สว.รุ่นพี่รุ่นน้องในนครบาล นัดรวมตัวกันที่ร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา พากันวิเคราะห์คาดเดาเหตุการณ์ล่วงหน้า ถ้าทำโผใหม่ไม่ทัน มีหวังเละทุก บช. พร้อมกับตั้งความหวังไว้กับที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) 12 กุมภาพันธ์นี้ จะเลื่อนให้คำสั่งมีผลออกไปอีก 1 เดือนหรือไม่
ถ้าเลื่อนออกไปวงการตำรวจก็ปั่นป่วน ?!!
มหกรรม "วิ่งเต้น" จะเกิดขึ้นอีกระลอก เหมือนจัดศึก "ไฟล์ล้างตา" สำหรับคนที่ "วิ่งอยู่" คงไม่กระไรนัก เพราะปักหลักอยู่ตำแหน่งเดิมไม่มีผลอยู่แล้ว จะหนักใจแทนก็พวก "วิ่งขึ้น" กับ "วิ่งเสียบ"
ว่ากันอย่างไม่อายปาก ตำรวจนักวิ่งมีอยู่ไม่กี่ประเภท วิ่งอยู่ กับวิ่งขึ้น ไม่ใช่ว่าไม่ได้ขึ้นแล้วจะอยู่ที่เก่าได้หากไม่ยอมจ่าย (เงิน) ยึดขาเก้าอี้ไว้ ดีไม่ดีถูกเตะเคว้งเอาง่ายๆ
ส่วนคนวิ่งขึ้นนั้น ปัจจุบันนี้มีราคาค่างวดกำกับชัดเจน จาก รอง ผกก.ขึ้น ผกก.ไม่ต่ำกว่า 3-6 ล้านบาท มีข้อแม้ว่าข้ามจังหวัดได้ แต่ต้องอยู่ใน บช.เดียวกัน ถ้าคนไหนมีตั๋วเด็กอาจจะได้ราคาดีหน่อย ลดลงเหลืออย่างน้อย 1-2 ล้านบาท ส่วนคนถือตั๋ว "ผู้มีอุปการคุณ" ก็ต้องไปเกื้อกูลนักการเมืองเอาเอง
การวิ่งระนาบในตำแหน่งเดียวกัน จากที่ไม่ดีไปที่ดีกว่า และจากที่ดีกว่าไปยังที่ที่ดีที่สุด สามารถกระโดดข้าม บช.ได้ ราคาค่าตั๋ววิ่งอยู่ที่ 3-5 ล้านบาท พอๆ กับการวิ่งขึ้นจาก ผกก.เป็น รอง ผบก. มีข้อยกเว้นว่าจะต้องขึ้นในหน่วย...เท่านั้น
สำหรับตำแหน่งสารวัตรเองก็ไม่น้อยหน้า ราคาค่าเก้าอี้อยู่ที่ 4-6 แสนบาท บางคนถึงกับไปกู้หนี้ยืมสิน ขายรถ จำนองบ้าน มาจ่ายค่าเซ็งลี้ฮ้อ ใครที่คิดแปะไว้ก่อนจ่ายทีหลังหมดสิทธิ์ เพราะมีคนรอต่อคิวอีกเพียบ
มีเสียงเล่าขานอย่างกระแหนะกระแหนปนเสียวสันหลังกับตำแหน่ง ผกก.ทำเลทองใน บช.ภ.2 ว่ากันว่า มีนายตำรวจผู้อื้อฉาวคนหนึ่ง น้องนายตำรวจใหญ่ วิ่งขึ้นจาก รอง ผกก.เป็น ผกก.จ่ายแล้ว 3 ล้าน แถมถือตั๋วนักการเมืองด้วย ยังแห้ว ถ้ามีนัดล้างตามีหวังเข้าป้าย แต่ไม่รู้จะอยู่ที่ไหน บรรดา ผกก.ส่วนใหญ่เลยได้แต่นั่งเสียวๆ
ล่ำลือพอๆ กันกับคนแรก นายตำรวจถือทั้งตั๋ว ทั้งตังค์ แถมนิมนต์พระเครื่องเกจิดังของเมืองชล ประเคนให้แล้วก็ยังไม่สมหวัง ตอนนี้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงต่างก็พยายามควานหาตัวบรรดานักวิ่งเหล่านี้ เพื่อมาเป็นพยานยืนยันเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง เพราะมีแต่ข่าว ข่าว ข่าว แม้จะมีมูลก็ขาดหลักฐานเอาผิดไม่ได้
สารพัดสารพันวิธีวิ่งเต้นของตำรวจ ฟังแล้วน่าใจหาย บางรายความชั่วไม่มี พยายามสร้างความดีให้ประจักษ์ จนได้ชื่อชั้นว่า "ดีเด่น" และ "ดีเลิศ" เบื้องหลังถูกแขวะเสียๆ หายๆ ทั้งเลี้ยงดูปูเสื่อคณะกรรมการให้รางวัล จนไม่รู้อันไหนของจริงของปลอม
ล่าสุด พ.ต.ต.ณัฏฐ์พัชร์ โฆษิตเลิศ สว.กก.2 บก.ส.2 ออกมาปูดอีก ถูกย้ายข้ามห้วยไปเป็น สว.ฝอ.ภ.จว.ชุมพร เลยเข้าร้องเรียนต่อกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ขอความเป็นธรรม แฉปมเหตุกรณีเข้าช่วยเหลือตัวประกันถูกลักพาตัว แต่ภายหลังผู้เสียหายกลับคำไม่มีเหตุการณ์ดังว่าเกิดขึ้น แถมเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เรื่องอยู่ระหว่างสอบสวนยังไม่ได้สรุปว่าผิดไม่ผิด แต่กลับถูกเตะไปไกลถึงหัวเมืองแดนใต้
เรื่องนี้คงต้องบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ "ตำรวจ" เอาไว้ เผื่อหลงลืมว่าครั้งหนึ่งคนที่มีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขประชาชนมีการซื้อขายเก้าอี้กันไม่ต่างอะไรกับการเล่น "เก้าอี้ดนตรี" ?!!
ส่วนจะส่งผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ยามแดงเดือดหรือไม่ อีกไม่กี่วันคงรู้กัน !



