
อยู่ได้ไงยามศึกใหญ่ประชิด
ในสถานการณ์ร้อนที่กลุ่มเสื้อแดงพยายามจะบ่มแดงให้เดือดเมื่อถึงวันวิกฤติที่ศาลจะพิพากษาคดีประวัติศาสตร์ ทักษิณ ชินวัตร ร่ำรวยผิดปกติ อะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ถูกโยนโครมลงมา ก็ย่อมต้องตกเป็นที่สนใจ และค้นหาความจริง
แต่เรื่องราวที่ ปณิธาน วัฒนายากร คนที่ทำหน้าที่โฆษกรัฐบาลในวันนี้ บอกว่า ได้ข้อมูลจากประชาชนคนทั่วไปและวุฒิสภาบางคนสะกิดรัฐบาล โดยเฉพาะหน่วยงานด้านความมั่นคงให้ตรวจสอบ
ก็งงๆ สงสัยว่า ทำไมหน่วยงานด้านความมั่นคงเพิ่งจะขยับเข้ามาตรวจสอบตรงนี้ ทั้งที่เรื่องนี้ร่ำลือกันมานานแล้ว
ง่ายๆ เอาแค่ที่วุฒิสภาคนนั้นสะกิดก็โน่น...ปลายปีที่แล้ว แต่ทำไมโฆษกรัฐบาลถึงเพิ่งเอามาพูดในจังหวะที่เสื้อแดงกำลังซักซ้อมนัดชุมนุมกันที่นั่นที่นี่
แต่ก็อย่างว่า ถ้ามให้เดาก็ไม่น่าจะยากอะไร ก็หวังให้เกิดปฏิกิริยาจากเสื้อแดงนั่นแหละ
ซึ่งก็ได้ผล แดงตัวพ่อ อย่างทักษิณ ก็รีบร้อน เขียนข้อความผ่านเว็บทวิตเตอร์ปฏิเสธทันที พร้อมทั้งเรียกร้องให้หาที่มาที่ไป หาใบเสร็จมามัด
ตุ๊ดตู่ ก็มาท้าให้เร่งตรวจสอบ หาหลักฐาน
ขนาด พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ก็ยังยืนยันไว้ก่อนว่า ไม่ใช่เรื่องจริง
ทส.บิ๊กจิ๋ว ก็ออกมาด้วยเหมือนว่า "นาย" ไม่ได้น้ำเลี้ยง
ดูๆ ไปแล้ว ก็คงจะมีแค่ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์มติชน ไปเมื่อวันก่อนว่า ได้เงินจาก ทักษิณ ตอนที่ไปดูไบมาจริง !
แต่จำนวนที่ได้มาคิดเป็นเงินไทยประมาณ 5 หมื่นบาท เป็นค่าเครื่องบิน ค่าโรงแรมที่พัก...จริงเท็จอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับว่า พล.อ.พัลลภ จะโกหกหรือไม่
แต่เอาเถอะ!.. เบาะแสที่ ปณิธาน เปิดเผยก็คือ มีการโอนเงินเข้ามาจากทั่วประเทศ เพิ่มมากขึ้นผิดปกติในช่วงนี้ มาจากกลุ่มประเทศในแถบเอเชีย และตะวันออกกลาง
เท่านี้ก็มากพอแล้วสำหรับหน่วยงานของรัฐอย่าง ดีเอสไอ หรือสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
โดยเฉพาะหน่วยงานหลังนั้น ดูเหมือนว่าจะหายไปจากสารบบหน่วยงานราชการไทยกว่า 1 ปีที่ผ่านมา ข่าวคราวเงียบหาย จนแทบจะเรียกได้ว่า ความชั่วไม่รู้ว่ามีหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ความดียังไม่เห็นข่าวปรากฏ
นั่นอาจเป็นเพราะปัจจุบันยังไม่มีเลขาฯ ปปง. มีแต่รักษาการ ที่ชื่อ พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ ทำหน้าที่อยู่
แต่ก็มีบางคนมองว่า ไม่ใช่เพียงแค่ไม่มีเลขาฯ ปปง.ตัวจริง แต่การขับเคลื่อนงานของ ปปง.ยังไม่มีตัวจริงต่างหาก
ตามกฎหมายแล้ว ปปง.เป็นหน่วยงานในบังคับบัญชาของ รมว.ยุติธรรม
น่าสังเกตว่า ที่ผ่านมา "งาน" ในสังกัดกระทรวงยุติธรรมที่ขับเคลื่อนออกมา ที่ปรากฏต่อสาธารณะกลับเป็นการขับเคลื่อนของหน่วยงานเหล่านั้น
ไม่ว่าจะเป็น ดีเอสไอ ป.ป.ท. แม้กระทั่งกรมบังคับคดี
เมื่อมาถึงกรณีนี้ ก็เห็นได้ชัดเจนจากถ้อยแถลงของ พ.ต.อ.สีหนาท ที่ดูเหมือนจะไม่รู้ ไม่เห็นทิศทางการเคลื่อนไหวของรัฐบาล โดยเฉพาะที่ ปณิธาน ระบุว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงกำลังตรวจสอบเส้นทางการเงินที่มาจากต่างแดน
"หากรัฐบาลร้องขอให้ ปปง.เข้าไปตรวจสอบ ปปง.ก็พร้อมดำเนินการ เพราะมีอำนาจตามกฎหมายอยู่แล้ว" นี่คือถ้อยแถลงของ พ.ต.อ.สีหนาท ที่ยึดในหลักการที่ว่า การที่ ปปง.จะเข้าไปตรวจสอบธุรกรรมการเงินที่ผิดปกตินั้น ข้อมูลเบื้องต้นจะได้จากสถาบันการเงิน
ก็ตอบได้แบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่นว่า ถ้าสถาบันการเงินส่งข้อมูลมา ปปง.ก็พร้อมเข้าขยายผลทันที
หมายความว่าอย่างไร ?
หมายความว่า ที่ผ่านมา ที่นิ่งเฉยอยู่อย่างนี้ ยังไม่มีข้อมูลที่ ปปง.เรียกว่า "ผิดปกติ" ใดๆ เข้ามากระตุ้นอะดรีนาลีน ของ ปปง.ได้เลย
อย่างนั้นใช่หรือไม่ ?
หรือเป็นเพราะธุรกรรมการเงินทั้งหมดทั้งมวลนั้น เป็นไปตามปกติ
ตรงนี้ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม น่าจะมีคำตอบให้แก่สังคมได้
ทั้งในเรื่องแผนปัจจุบัน การเตรียมพร้อมรับมือในอนาคต เพราะในฐานะรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ ก็ย่อมรู้ดีอยู่แล้ว ในยามนี้ก็ไม่ต่างจากศึกที่บุกเข้ามาประชิดประตูเมือง
ไม่ได้ยินเสียงทักษิณ ปลุกขวัญแดงให้สามัคคีกันหรือว่า "ศึกใหญ่รออยู่ข้างหน้า" !



