
ดร.โกร่งหนุนรัฐต่อนโยบายกระตุ้นศก.-เลิกประชานิยม
ดร.โกร่ง เตือนเศรษฐกิจยังไม่พ้นวิกฤติ จับตาเงินเฟ้อพุ่งแต่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้น หนุนรัฐบาลเดินหน้านโยบายกระตุ้น แต่ต้องยกเลิกโครงการประชานิยม เน้นลงทุนโครงการพื้นฐาน กนง.ชั่งน้ำหนักขึ้นดอกเบี้ยเร็วเศรษฐกิจอาจยังไม่แข็งแรงพอ
นายวีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในการเสวนาเรื่อง "กูรูเศรษฐกิจ มองโลกมองไทย ปี 2010" จัดโดยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (วิทยาเขตกล้วยน้ำไท) ว่า รัฐบาลควรดำเนินการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในส่วนของโครงการที่เกี่ยวข้องกับภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง ส่วนโครงการที่เกี่ยวข้องกับประชานิยมควรจะยกเลิกไป เพราะภาพรวมเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ยังไม่ฟื้นตัวอย่างจริงจัง แต่เข้าใจว่ารัฐบาลยังหาโครงการใหม่ๆ ออกมาใช้กระตุ้นไม่ได้ ซึ่งมองว่ารัฐบาลน่าจะเร่งลงทุนในโครงการพื้นฐานต่างๆ
"ประเด็นที่สำคัญสุดของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ คือ การฟื้นความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน โดยเฉพาะในส่วนของโครงการมาบตาพุด ที่มีผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนจำนวนมาก ส่วนตัวมองว่ารัฐบาลให้ความสนใจกับการแก้ไขปัญหานี้น้อยไป และยังไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของภาคเอกชนและนักลงทุนเท่าที่ควร" นายวีรพงษ์กล่าว
นายวีรพงษ์กล่าวต่อว่า ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยที่ปรับตัวดีขึ้นนั้น ยังไม่ถือว่าหลุดพ้นจากช่วงวิกฤติ เพราะตามทฤษฎีแล้ว การฟื้นตัวจากช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ คงไม่ใช้เวลาเพียงแค่ปีเศษ ซึ่งการฟื้นตัวของไทยถือว่ามาเพียงครึ่งทางเท่านั้น ยังต้องจับตาดูกันต่อไป โดยที่ต้องระวังคือ อัตราเงินเฟ้อ เพราะหากเงินเฟ้อปรับตัวขึ้นในขณะที่เศรษฐกิจตกต่ำ ถือเป็นเรื่องที่น่าห่วงอย่างยิ่ง และเริ่มเห็นสัญญาณบ้างแล้วในประเทศเวียดนาม จึงต้องดูว่าปัญหานี้จะลุกลามออกไปจนกระทบประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว เขมร หรือไทยเองหรือไม่
ด้านนางอัจนา ไวความดี รองผู้ว่าการฝ่ายบริหาร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กำลังพยายามชั่งน้ำหนักระหว่างการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเปรียบเทียบกับการเปลี่ยนทิศทางนโยบายการเงินเร็วเกินไป อะไรจะมีความเสี่ยงมากกว่ากัน ซึ่งถ้าจะเลิกผ่อนคลายเร็วก็เสี่ยงต่อเศรษฐกิจที่อาจยังไม่แข็งแรงพอ ดังนั้น กนง.ก็คงต้องเลือกดูเรื่องการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นหลัก
“กนง.ไม่ได้ให้ความสำคัญกับปัจจัยเสี่ยงอื่นที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยเป็นพิเศษ แต่กำลังชั่งน้ำหนักว่าการใช้ดอกเบี้ยนโยบายต่ำนานเกินไป ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2552 ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันที่ระดับ 1.25% ต่อปี อาจเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาเงินเฟ้อ แต่ถ้าจะเลิกผ่อนคลายเร็วก็เสี่ยงต่อเศรษฐกิจที่อาจยังไม่แข็งแรงพอ" นางอัจนา กล่าว
ปัญหาหนี้ที่อยู่ในระดับสูงของกลุ่มประเทศในกลุ่มพิกส์ (pigs) ได้แก่ โปรตุเกส อังกฤษ กรีซ สเปน และอิตาลีนั้น ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ การเกิดโรคติดต่อในเรื่องการให้กู้ยืมซึ่งกันและกันระหว่างสถาบันการเงินที่จะแย่ตามๆ กัน แต่ กนง.ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาหนี้ของยุโรป ยังมีการติดตามอย่างใกล้ชิด



