ข่าว

เตือนรับมือน้ำตาลแพงชี้สูงสุดรอบ 30 ปี

เตือนรับมือน้ำตาลแพงชี้สูงสุดรอบ 30 ปี

10 ก.พ. 2553

สถาบันอาหารออกโรงเตือนผู้ประกอบการเตรียมรับมือน้ำตาลแพง ชี้ราคาตลาดโลกปรับสูงสุดในรอบ 30 ปี มองแนวโน้มทรงตัวต่อเนื่องถึงปี 2554 หวั่นมีปัญหาขาดแคลน ดันราคาในประเทศสูงตาม หากผู้ผลิตหันไปส่งออกมากขึ้นด้วยการลักลอบ

 นายอมร งามมงคลรัตน์ รักษาการผู้อำนวยการสถาบันอาหาร เปิดเผยว่าปริมาณผลผลิตน้ำตาลทรายที่ต่ำกว่าความต้องการ และสต็อกน้ำตาลทรายในตลาดโลกมีแนวโน้มต่ำลง ส่งผลให้ราคาตลาดโลกปี 2552 ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่ราคาปรับขึ้นเกือบ 23 เซนต์ต่อปอนด์ หรือเพิ่มขึ้นจากต้นปีถึง 75% และจากความกังวลที่โลกอาจต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนน้ำตาล ส่งผลให้ราคาน้ำตาลทรายดิบในตลาดซื้อขายล่วงหน้านิวยอร์ก ส่งมอบเดือนมีนาคม 2553 สูงถึง 27.6 เซนต์ต่อปอนด์ ซึ่งเป็นระดับราคาที่สูงที่สุดในรอบเกือบ 30 เดือน

 "คาดว่าราคาน้ำตาลจะทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องจนถึงปี 2554 และหลังจากนั้นจะเป็นช่วงขาลงตามวัฏจักรราคา โดยราคาน้ำตาลในตลาดที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอาจส่งผลให้ราคาน้ำตาลในประเทศปรับสูงขึ้น และอาจก่อให้เกิดการขาดแคลน จากการที่ผู้ประกอบการหันไปส่งออกมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นลักษณะของการลักลอบส่งออกด้วย" นายอมรกล่าว

 ทั้งนี้ ราคาน้ำตาลที่สูงขึ้นได้ส่งผลต่ออุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่ใช้น้ำตาลเป็นวัตถุดิบในการผลิต โดยพบว่าการจำหน่ายให้แก่โรงงานอุตสาหกรรมเฉลี่ย 6-8 ล้านกระสอบต่อปี ถูกจัดสรรไปยังอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องดื่ม 45% ของปริมาณจำหน่าย รองลงไปเป็นอุตสาหกรรมผลิตอาหาร (รวมอาหารกระป๋องและน้ำปลา) 27% ผลิตภัณฑ์นม 19% สำหรับอุตสาหกรรมลูกกวาด ขนมปัง (รวมสุราและเบียร์) ยาและอื่นๆ มีสัดส่วนรวมกันราว 9%  โดยอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มแต่ละประเภทจะได้รับผลกระทบแตกต่างกันไปตามโครงสร้างต้นทุนการผลิต และลักษณะเฉพาะของอุตสาหกรรมนั้นๆ

 ดังนั้น ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารจึงควรเร่งเตรียมหาแนวทางป้องกันปัญหา เช่น การปรับปรุงสูตรการผลิตให้ใช้น้ำตาลน้อยลง การนำเอาสารทดแทนอื่นมาใช้แทน รวมถึงการบริหารต้นทุนวัตถุดิบประเภทอื่น วัสดุสิ้นเปลืองหรือค่าใช้จ่ายในสำนักงาน เป็นต้น เพราะค่อนข้างชัดเจนว่าในระยะ 1-2 ปีจากนี้ ผู้ประกอบการจะต้องเผชิญกับปัญหาค่าขนส่ง ค่าพลังงาน และค่าบรรจุภัณฑ์ ที่จะเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างแน่นอน