
ปธ.วิปฝ่ายค้านแนะเด็กพท.นิ่งไม่ต้องจุ้นแก้รธน.
"ปธ.วิปฝ่ายค้าน"แนะเด็กพท.นิ่ง ไม่ต้องจุ้นแก้รธน. ด้าน"เฉลิม"บอกปล่อยให้พรรคร่วมตีกันเอง เพื่อไทยอยู่เฉยๆดีกว่า เชื่องานนี้ความแตกแยกไม่ส่งผลให้ยุบสภา อ้างเหตุเพราะยังมีผลประโยชน์ร่วมกัน
(10ก.พ.) นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส. พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) กล่าวภายหลังประชุมวิปฝ่ายค้าน ว่า สำหรับการประชุมรัฐสภาในวันพรุ่งนี้ โดยมีวาระเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ร่าง ทั้งของภาคประชาชน โดยคณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีนพ.เหวง โตจิรการ เป็นประธาน และร่างของพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งพรรคเพื่อไทยยังคงในหลักการเดิมที่ได้เคยมีมติไปแล้ว คือ ไม่ร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเราเชื่อว่ารัฐบาลโดยพรรคประชาธิปัตย์ไม่ต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงไม่จำเป็นที่เราจะมีท่าทีอย่างไร ก็เพียงรอดูท่าทีของ 5 พรรคร่วมรัฐบาลว่าจะทำหน้าที่อย่างไรในการประชุมรัฐสภาวันพรุ่งนี้
แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน และประธานส.ส. พรรคเพื่อไทย ได้เสนอในที่ประชุมวิปฝ่ายค้านถึงการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งสองร่างว่า โดยแนะนำว่าให้ส.ส.พรรคเพื่อไทยไม่ต้องไปร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากพรรคเพื่อไทยได้เคยมีมติไปแล้วว่าจะไม่ร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยจะยึดหลักเอารัฐธรรมนูญ 40 กลับมาใช้ โดยในส่วนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของนพ.เหวง ซึ่งยึดหลักรัฐธรรมนูญปี 40 เช่นกันนั้น หากส.ส.พรรคเพื่อไทยไม่ร่วมแก้จะเกิดผลกระทบหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม ชี้แจงว่า ครั้งที่นพ.เหวงยื่นร่างแก้ไขเป็นช่วงที่เราเป็นเสียงข้างมาก เป็นรัฐบาล แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป เราไม่ใช่เสียงข้างมาก และการที่ประธานรัฐสภากำหนดให้มีการประชุมโดยเร็วนั้น ก็เพื่อต้องการต่อรองกับพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้นพรรคเพื่อไทยเองไม่ต้องเข้าไปยุ่ง ปล่อยให้รัฐบาลทะเลาะกันเอง แล้วก็คอยดูว่าจะจบลงอย่างไร แต่จะถึงขั้นพรรคร่วมถอนตัวจากรัฐบาลนั้นไม่ต้องฝันเลย เป็นไปไม่ได้ ยังไงก็ต้องอยู่ร่วมรับผลประโยชน์กันไป
นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ยังไงพรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่ ซึ่งก็ต้องรอดูว่าพรรคประชาธิปัตย์จะว่าอย่างไร แต่ถ้าพรรคประชาธิปัตย์รับไปก่อนให้ผ่านวาระแรก อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาอีก 5 - 6 เดือนในขั้นตอนต่อไป และพรรคประชาธิปัตย์เองก็ตั้งคนมาเป็นกรรมาธิการในชั้นแปรญัตติ ไม่ชอบอะไรก็เอาออกตรงนั้น ถ้าเป็นอย่างนี้ก็เหมือนเป็นการดึงฟืนออกจากกองไฟ แต่ถ้าหากไม่ร่วมก็จะเป็นการเร่งให้ไฟมันแรงขึ้น ก็คงต้องดูต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้น
วิปวุฒิหารือท่าทีประชุมร่วม11ก.พ.แนะควรเลื่อนแก้รธน.ออกไปก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา หรือวิปวุฒิ ได้มีการหารือถึง การเปิดประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ซึ่งมีญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของคป.พร.และของส.ส.จำนวน 102 คน บรรจุอยู่ในวาระเรื่องด่วนสองเรื่องแรก โดยในที่ประชุม วิปวุฒิบางส่วนที่มาจากกลุ่มส.ว.เลือกตั้ง เห็นว่า ควรพิจารณาเรื่องรัฐธรรมนูญไปเลยตามที่บรรจุในวาระเป็นเรื่องด่วนที่ 1 และ 2 เพราะญัตติค้างในวาระนานแล้ว
ขณะที่วิปส่วนใหญ่ที่เป็นส.ว.สายผู้ใหญ่ มองว่า หากถึงขั้นมีการโหวตแล้วเกิดมีสมาชิกเกินกึ่งหนึ่งรับหลักการทำให้ต้องมีการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็จะยิ่งทำให้สถานการณ์วุ่นวายมากขึ้น จึงควรพักเรื่องนี้ไว้ก่อน เช่นเดียวกับวิปที่มาจากส.ว.สรรหา มองว่า ควรเลื่อนวาระอื่นขึ้นมาพิจารณาก่อน เพราะตัวแทนวิปวุฒิที่ไปประชุมกับนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เมื่อบ่ายวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ไปชี้แจงแล้วว่า วุฒิสภามีวาระการประชุมแน่นมากในช่วงเดือนนี้ โดยเฉพาะการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 2 ตำแหน่ง และเสนอว่าควรประชุมร่วมรัฐสภากลางหรือปลายเดือนมีนาคม และยังสงสัยว่า ข้อบังคับการประชุมที่นายชัยอ้างกำหนดเพียงว่า ให้บรรจุญัตติภายใน 7 วัน แต่ไม่ได้กำหนดว่า ต้องนัดประชุมเมื่อไหร่ และการนัดประชุมต้องนัดล่วงหน้าก่อน 3 วัน แม้จะมีข้อยกเว้นว่า สามารถแจ้งด่วนได้ แต่การเร่งนัดแบบนี้ น่าสงสัยว่าเร่งรัด และเป็นการนำวุฒิสภามาเป็นตัวประกอบเพื่อเล่นเกมระหว่างภายในพรรคร่วมรัฐบาล
อย่างไรก็ดี สุดท้ายในที่ประชุมวิปวุฒิ ไม่ได้มีมติให้ส.ว.โหวตไปในทางเดียวกัน หากมีการเสนอในที่ประชุมรัฐสภาว่า ให้นำญัตติอื่นขึ้นมาพิจารณาก่อน โดยให้เป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกในการตัดสินใจหลังจากมีการอภิปรายเหตุผลในสภาแล้ว
ด้านนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา แกนนำกลุ่ม 40 ส.ว. กล่าวว่า การประชุมร่วมกันของรัฐสภา น่าจะวัดใจให้เอาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ญัตติมาพิจารณาเลย จะได้ให้จบๆไป ไม่ต้องนำเรื่องรัฐธรรมนูญมาเป็นเกมต่อรองอีก และจะได้ดูว่าพรรคร่วมรัฐบาล 5 พรรค ที่เสนอญัตติ และพรรคเพื่อไทย จะกล้าร่วมมือโหวตเอาร่างของคป.พร.จริงหรือไม่ ซึ่งถ้าร่วมมือกัน คงมีส.ว.บางกลุ่ม โหวตเอาด้วย เสียงน่าจะเกินกึ่งหนึ่งแน่ แต่สิ่งที่ตามมาคือ นายกฯคงจะยุบสภาแน่ ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคร่วมรัฐบาลกลัวที่สุด เพราะโอกาสที่พรรคร่วมซึ่งมีส.ส.ไม่มาก แต่กลับได้คุมกระทรวงเกรดเอบวก หาไม่ได้อีกแล้วในโลกนี้ หรือ จะโหวตเอาญัตติแก้ 2 ประเด็น ของพรรคร่วมรัฐบาล แต่พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย และส.ว. ก็ไม่เอาด้วย ฉะนั้นเอาเข้ามาพิจารณาก็เจอโหวตตกแน่
" พิจารณาจะได้จบๆกันไป เพราะถ้าเป็นญัตติแก้ 2 ประเด็น ของพรรคร่วม เจอที่ประชุมโหวตตกแน่ ส่วนร่างคป.พร.พรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ร่วมมือกันจริง ก็จะเจอนายกฯยุบสภาแน่ ฉะนั้นวัดใจกันไปเลย จะได้ไม่ต้องนำเรื่องรัฐธรรมนูญมาค้างคาเป็นเกมในสภาระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลอีก เพราะเห็นชัดว่าเป็นเกมต่อรองอำนาจ ผลคือบ้านเมืองเสียหาย เรื่องแก้รัฐธรรมนูญต้องคิดให้ดีก่อน ไม่ใช่เอามาเล่นกันแบบนี้" นายสมชาย กล่าว



