
ร่างทรงเผด็จการ
ดูเผินๆ นายฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้แสดงออกให้เห็นชัดเจนระหว่างตระเวนเลียบค่ายชายแดนกัมพูชา-ไทย ว่าตัวตนแท้จริงนั้นก็คือ ร่างทรงของอดีตเผด็จการอีดี้ อามินแห่งอูกันดา จอมตลกเอกของโลก ผู้มากด้วยความโหดร้ายผิดมนุษย์มนา ถึงขั้นเข่นฆ่าประชาชนอย่างเลือดเ
กล้าทำอะไรก็ตามที่ผู้นำประเทศทั่วโลกเขาไม่ทำกัน นอกเหนือจากเป็นร่างทรงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคุกอีกร่างหนึ่ง จนสามารถลอกเลียนความคิดและอากัปกิริยาทุกอย่าง ทั้งกรณีพูดเอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้คนอื่น หรือการพาลพาโล พยายามยั่วยุให้ล้มรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หรือการก่นด่าและแช่งชักหักกระดูกให้นายอภิสิทธิ์มีอันเป็นไป อันเป็นพฤติการณ์ที่ผู้นำดีๆ ทั่วโลกเขาไม่ทำกัน
อย่างไรก็ดี ถ้ามองให้ลึกซึ้งจะพบว่า ภายใต้พฤติการณ์ที่ดูคล้ายกับว่าเริ่มเพี้ยนหรือเข้าขั้นบ้านั้น ฮุน เซน ได้ซ่อนความฉลาดลึกล้ำไว้ภายในอย่างมิดชิด จึงสามารถยิงกระสุนนัดเดียวได้นกหลายตัว หนึ่งนั้นเป็นการแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ว่า ตัวเองเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดตัวจริง กลบข่าวลือว่ากำลังแย่งชิงอำนาจกับนายเจีย ซิม ประธานรัฐสภาและประมุขแห่งรัฐ
ประการที่สอง การแสดงออกที่แข็งกร้าวของฮุน เซน ต่อปัญหาพิพาทชายแดนนั้น ทำให้เจ้าตัวได้คะแนนนิยมเพิ่มมากขึ้นจากประชาชนชาวกัมพูชา ที่สำคัญก็คือ การเปิดแนวรบตอนเหนือที่อยู่ติดกับไทย สามารถกลบปัญหาจริงที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนที่อยู่ติดกับเวียดนาม ซึ่งฮุน เซน ทำสัญญายกพื้นที่พิพาทส่วนหนึ่งแลกกับการช่วยเหลือต่างๆ กระทั่งชาวกัมพูชาต่างไม่พอใจ ช่วยกันถอนหลักเขตชายแดนทิ้งถึง 6 หลัก เมื่อเดือนตุลาคม ปีที่แล้ว แต่ศาลกลับพิจารณาลับ ตัดสินจำคุกนายสม รังสี หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านใหญ่สุดในประเทศนาน 2 ปี แม้ว่าสม รังสี จะไม่ได้อยู่ฟังคำตัดสินนี้ เนื่องจากยังหลบภัยอยู่ที่ฝรั่งเศส
อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ฮุน เซน เล่นละครน้ำเน่าบทนี้ ก็เพื่อหวังดึงความสนใจจากประชาคมโลก อันเป็นบทบาททางการทูตที่กัมพูชาถนัดเล่นมากที่สุด โดยเฉพาะในช่วงที่คณะกรรมการมรดกโลกเตรียมพิจารณาปัญหาพื้นที่ทับซ้อนที่เขาพระวิหารในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า ไม่ต้องพูดไปไกลถึงแผนซื้อใจมหาอำนาจอย่างสหรัฐ ด้วยการเสนอให้สหรัฐแปลงหนี้ 339 ล้านดอลลาร์ ที่อดีตรัฐบาลลอน นอล ขอกู้มาเมื่อช่วงทศวรรษที่ 2513 และยังค้างชำระหนี้จนถึงขณะนี้ ให้เป็นทุนในการร่วมพัฒนาโครงการด้านสังคมในประเทศ การเลียบค่ายของฮุน เซน จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลไทยจะประมาทไม่ได้ เนื่องจากสอดประสานกับแผนร่วมกันปิดล้อมประเทศไทยอย่างเป็นระบบทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดังที่เกิดขึ้นในขณะนี้



