
เตือน"เนปาล"จะเป็นเฮติรายต่อไปแผ่นดินไหว
กาฐมาณฑุ-ผู้เชี่ยวชาญฟันธง จะเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ในเมืองหลวงของเนปาล และจะมีความรุนแรงกว่าที่เฮติ 8-10 เท่า
นักธรณีวิทยาชั้นนำของโลกหลายคนออกโรงเตือนว่า เนปาลจะเป็นประเทศต่อไปที่จะเผชิญกับเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างแบบเดียวกับแผ่นดินไหว 7.0 ริกเตอร์ ซึ่งเกิดขึ้นในเมืองหลวงของเฮติเมื่อวันที่ 12 มกราคม ที่ผ่านมา
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า แผ่นดินไหวที่อาจจะรุนแรงกว่าที่เฮตินั้น จะเกิดขึ้นที่เนปาลอย่างแน่นอน ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นว่าจะเกิดเมื่อไร แถมยังจะเกิดขึ้นในกรุงกาฐมาณฑุ เมืองหลวงของเนปาล ที่มีประชากรอาศัยกันอย่างแออัดยัดเยียด 2.5 ล้านคน ในบ้านที่สร้างขึ้นอย่างไม่แข็งแรง แถมผู้คนยังมีความรู้น้อย หรือไม่ทราบถึงอันตรายจากแผ่นดินไหวเลยด้วยซ้ำ
เนปาลนั้นตั้งอยู่ระหว่างแผ่นเปลือกโลกขนาดใหญ่ 2 แผ่น ที่เคลื่อนตัวไปด้วยกันมาเป็นเวลาหลายล้านปี ทำให้เกิดเทือกเขาหิมาลัยที่สูงที่สุดในโลกขึ้นมา โดยนักธรณีวิทยาเชื่อว่า เนปาลมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงกว่าที่เฮติ 8-10 เท่าเลยทีเดียว
ด้วยความที่เนปาลไม่ได้เจอแผ่นดินไหวรุนแรงมานานหลายสิบปีแล้ว จึงทำให้ นายเดวิด เพทลีย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหว แสดงความเป็นห่วงว่าประเทศแห่งเทือกเขาหิมาลัยแห่งนี้ จะไม่ได้เตรียมความพร้อมรับมือในเรื่องนี้
ขณะที่ผลการศึกษาที่สถาบันวิจัยจีโอฮาซาร์ดส อินเตอร์เนชั่นแนล ในสหรัฐ ทำขึ้นเมื่อปี 2544 ก็พบว่า กรุงกาฐมาณฑุจะได้รับความเสียหายมากที่สุดหากเกิดแผ่นดินไหวขึ้น เพราะสิ่งปลูกสร้างไม่ได้มาตรฐาน ระบบสาธารณูปโภคไม่ดี แถมกาฐมาณฑุยังตั้งอยู่บนตะกอนนุ่มๆ ของทะเลสาบเก่าแห่งหนึ่งมาก่อน ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้มีความเสี่ยงสูง
กาฐมาณฑุมีความเหมือนกรุงปอร์โตแปรงซ์ตรงที่มีสนามบินรันเวย์เดียวอยู่เพียงแห่งเดียว แต่ที่แย่กว่าเฮติคือไม่มีเมืองท่าในเมืองหลวง ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า ถนนเพียง 3 สายที่มุ่งสู่กาฐมาณฑุนั้น น่าจะได้รับความเสียหายหากเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ขึ้น
ขณะที่สถานการณ์ล่าสุดในเฮตินั้น ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 12 มกราคม ได้พังถล่มลงมาเมื่อวันอังคารขณะมีคนราว 5-8 คนอยู่ข้างใน หน่วยกู้ภัยหลายชุดรีบรุดไปให้ความช่วยเหลือแล้ว
ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้สูง 5 ชั้น เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใหญ่ที่สุดในกรุงปอร์โตแปรงซ์ ได้รับความเสียหายหนักจากแผ่นดินไหว แต่ตัวอาคารยังตั้งอยู่ได้บางส่วนก่อนจะพังทลายลงมาในครั้งนี้ พร้อมกับทับคนที่เข้าไปค้นหาสิ่งของที่ยังหลงเหลืออยู่ไปด้วย
ส่วนชายคนที่ได้รับความช่วยเหลือออกมาจากซากปรักหักพังเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หรือหลังจากแผ่นดินไหวเกือบ 1 เดือนนั้น ล่าสุดแพทย์เชื่อว่าเขาอาจจะติดอยู่ใต้ซากนาน 27 วัน อย่างที่กล่าวอ้างจริง



