ข่าว

ภาค3สั่งตั้งศูนย์ติดตามความเคลื่อนไหวเสื้อแดง

ภาค3สั่งตั้งศูนย์ติดตามความเคลื่อนไหวเสื้อแดง

10 ก.พ. 2553

ตำรวจภูธรภาค 3 สั่งตั้งศูนย์ติดตามความเคลื่อนไหวเสื้อแดงเข้ม 6 จังหวัดอีสานล่าง ระบุพบมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องเตรียมแผน กรกฎ 52 ควบคุม

 (10ก.พ.)พล.ต.ต.อำนาจ อันอาตม์งาม รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ในฐานะโฆษกตำรวจภูธรภาค 3 เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางตำรวจภูธรภาค 3 ได้มีการจัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนต่างๆ ในเขตรับผิดชอบ 8 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ซึ่งประกอบด้วย นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ ยโสธร ศรีสะเกษ สุรินทร์ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 นครราชสีมา เพื่อควบคุมดูแลในพื้นที่รับผิดชอบ เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนต่างๆ

 นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งศูนย์ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนในแต่ละจังหวัดจำนวน 6 จังหวัดเป็นพิเศษ จากทั้งหมด 8 จังหวัดอีสานตอนล่าง ยกเว้นจังหวัดบุรีรัมย์ และอำนาจเจริญ เนื่องจากพบว่ามีการเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมาตรการในการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 3 นั้น จะเน้นหนักในเรื่องมาตรการด้านการข่าว และมาตรการด้านการจัดเตรียมกำลัง เพื่อที่พร้อมปฏิบัติการได้ทุกเมื่อ  รวมถึงแผนการปฏิบัติการต่างๆ ในเรื่องของแผนการป้องกันและแผนการเผชิญเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้

 สำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนในพื้นที่นั้น เท่าที่ได้รับรายงานทราบว่ามีการเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนหลายกลุ่ม ตัวอย่างในขณะนี้ก็มีการเคลื่อนไหวของประชาคมมวลชน 4 ภาค ที่ชุมนุมอยู่บริเวณช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ จำนวนกว่า 1,000 คน ซึ่งทางตำรวจภูธรภาค 3 ก็ได้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งลงพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและแก้ไขปัญหา ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มอื่นๆในช่วงนี้นั้น ยังไม่มีความชัดเจนถึงแนวทางการเคลื่อนไหวแบบเป็นกลุ่มก้อน แต่ก็ยังมีการเคลื่อนไหวอยู่อย่างต่อเนื่องในทุกจังหวัด โดยเฉพาะ 6 จังหวัด ยกเว้นบุรีรัมย์และอำนาจเจริญ  

 ในฐานะที่ตำรวจภูธรภาค 3 เป็นหน่วยปฏิบัติการที่จะดูแลความสงบและความเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนในพื้นที่ ก็ได้มีการเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกภาคส่วนจำนวนกว่า 20,000 นาย เพื่อทำหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย  แต่ว่าในทางปฏิบัตินั้นได้มีการแยกการปฏิบัติ ออกเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในส่วนของสถานีตำรวจ การปฏิบัติการด้านการบริการประชาชน และอีกส่วนคือชุดกำลังที่จะคอยรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งประกอบด้วยกองร้อยควบคุมฝูงชนต่างๆ ซึ่งทางตำรวจภูธรภาค 3 ได้มีการเตรียมการไว้หมดแล้ว ส่วนการปฏิบัติก็ต้องอยู่ที่ขั้นตอนของกฎหมาย ว่าจะมีการมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างไร ซึ่งโดยปกติแล้วทางตำรวจภูธรภาค 3 ก็ยึดถือปฏิบัติหน้าที่ตามแผน กรกฏ 52 อยู่แล้ว แต่หากจะมีการปฏิบัติตามกฎหมายพิเศษ เช่น พรบ.ความมั่นคง หรือ พรก.ฉุกเฉิน ก็ต้องมีการประสานกับหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ซึ่งทางตำรวจภูธรภาค 3 เองก็ได้มีการเตรียมพร้อมในเรื่องแนวทางการปฏิบัติไว้เรียบร้อยแล้ว

 ส่วนกรณีที่ทาง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงออกมาระบุว่า กลุ่มคนเสื้อแดงอาจจะมีการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงจนถึงขั้นเผาสถานที่ราชการโดยเฉพาะในส่วนของศาลากลางจังหวัดแต่ละจังหวัดนั้น  ด้านการข่าวของศูนย์ปฏิบัติการฯ ขณะนี้ยังเป็นเพียงการนำเสนอข่าวผ่านทางสื่อมวลชน แต่พื้นฐานทางการข่าวในเชิงลึกยังคงไม่มีความชัดเจนในเรื่องนี้  แต่อย่างไรก็ตามการดูแลรักษาความปลอดภัยตามสถานที่ราชการต่างๆทุกแห่ง ไม่เฉพาะศาลากลางจังหวัด สถานที่สำคัญต่างๆ ของแต่ละจังหวัดทั้งสถานที่ราชการ ระบบสาธารณูปโภคต่างๆ นั้น ทางตำรวจภูธรภาค 3 ได้มีมาตรการควบคุมดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดอยู่แล้ว โดยได้มีการประสานงานปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างสถานีตำรวจในพื้นที่และทางจังหวัดแต่ละจังหวัดไว้เรียบร้อยแล้ว

 พล.ต.ต.อำนาจ กล่าวอีกว่า อยากทำความเข้าใจกับกลุ่มมวลชนที่ต้องการออกมาเคลื่อนไหวทุกกลุ่มว่า การชุมนุมเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่สามารถกระทำได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ไม่มีอาวุธ ไม่ไปละเมิดสิทธิของผู้อื่น และต้องเป็นการชุมนุมโดยสงบสันติ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็มีมาตรการในการปฏิบัติในเรื่องของการรักษาความปลอดภัยและค วบคุมการชุมนุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและไม่มีการใช้อาวุธเป็นหลัก แต่ทั้งนี้ปัญหาต่างๆที่อาจจะเกิดจากการชุมนุมนั้นก็จะพยายามแก้ไขปัญหาโดยใช้การเจรจา ตั้งแต่ก่อนเริ่มการชุมนุม ระหว่างการชุมนุม จนกระทั่งการชุมนุมเสร็จสิ้นและพยายามที่จะทำให้เกิดปัญหาได้น้อยที่สุด