
มาร์คเร่งก.ยธ.-ทรัพย์ฯเตรียมข้อมูลพระวิหาร
"นายกฯ"จี้ ก.ยธ.- ก.ทรัพย์ฯ เร่งเตรียมข้อมูลเขาพระวิหาร ชี้ปัญหาความขัดแย้งเขาพระวิหาร ไม่น่าส่งขึ้นศาลโลกได้ พร้อมมั่นใจไทยจะเสียพื้นที่ทับซ้อน 4.6 กม.
(10ก.พ.) เมื่อเวลา 15.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กัมพูชาเตรียมที่จะยื่นฟ้องศาลโลกกรณีพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตร.กม.รอบปราสาทเขาพระวิหาร ว่า ยังไม่ทราบว่าจะมีการดำเนินการลักษณะใด แต่จริงๆ กระทรวงที่เกี่ยวข้องได้เตรียมข้อกฎหมายและจริงๆแล้วไม่น่าจะเป็นเรื่องที่จะนำขึ้นไปได้ เมื่อถามว่าประเด็นใดที่คิดว่ากัมพูชาจะไม่สามารถนำขึ้นศาลโลกได้ นายกฯ กล่าวว่า การวินิจฉัยของศาลโลกในครั้งนั้น (15 มิ.ย. 2505) ได้วินิจฉัยเรื่องอำนาจหน้าที่ และขอบเขตของตัวเองไว้เรียบร้อยแล้ว ฉะนั้นสิ่งใดที่ศาลโลกไม่ได้วินิจฉัยไว้ในอดีต คือ เห็นว่าไม่ได้เป็นอำนาจที่จะวินิจฉัยอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะเพิ่มการสร้างสถานการณ์เพื่อนำกรณีนี้สู่ศาลโลกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนยังมองไม่เห็นเงื่อนไข เมื่อถามว่า ในสถานะที่จะมีการพิจารณาการขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารในเดือนก.ค.ได้เตรียมการไว้อย่างไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า เตรียมการอยู่ และเช้าวันนี้ได้ซักซ้อมกับกระทรวงการต่างประเทศอีกครั้งแล้ว และทำตามที่ครม.มอบหมายไว้ เช่น กระทรวงยุติธรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ โดยหน่วยงานเหล่านี้จะหารือกันในช่วงนี้เพราะเรารู้ว่าจะมีขั้นตอนการดำเนินการต่างๆอยู่
เมื่อถามว่า ปัญหาความสับสนด้านเอกสารที่กัมพูชาเผยแพร่ทางเว็บไซต์ในช่วงก่อนหน้านี้ และอาจสร้างความเข้าใจผิดเรื่องแผนที่ได้ นายกฯ กล่าวว่ากัมพูชาก็ทำแบบนี้มา และในอดีตก็เคยทำแต่เราจะดูจากเอกสารทางการที่ยื่นเข้าไปทั้งหมด เมื่อถามว่า ยังมีความหวังในการคัดค้านเรื่องนี้อย่างไร นายกฯกล่าวว่า ตนคิดว่าเราอยู่กับเหตุผล และได้ติดตามตั้งแต่ครั้งที่มีการพิจารณา โดยมีความเห็นของผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ตนคิดว่าหลายสิ่งนั้นเราได้สะท้อนผ่านไปยังองค์การระหว่างประเทศ และยูเนสโกแล้วว่าการขึ้นทะเบียนฝ่ายเดียวแบบนี้จะมีปัญหามาก และไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ขององค์กร
เมื่อถามว่า คิดว่าองค์กรเหล่านั้นจะรับฟังไทยมากเพียงใด นายกฯ กล่าวว่า เราต้องพยายามชี้แจงเหตุผลไป เมื่อถามต่อว่า คิดว่าจะได้ผลหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คิดว่าเราทำดีที่สุดและเชื่อว่าเหตุผลของเราชัดเจน และเดินหน้าอย่างต่อเนื่องไม่ละเลยเรื่องนี้แน่นอน เมื่อถามว่าสิ่งเลวร้ายที่สุดที่ไทยจะเผชิญคืออะไร นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่คิดว่าเป็นเรื่องเลวร้าย และเป็นเรื่องที่ตนคิดว่าต้องนำเสนอเป็นระบบเข้มแข็งและกำลังเตรียมการอยู่
เมื่อถามว่า ไทยจะเสียพื้นที่ 4.6 ตร.กม.หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่หรอก เรื่องสูญเสียนั้นอย่างไรก็ไม่มี เมื่อถามว่าหากยูเนสโกไปยอมรับแผนพัฒนาของกัมพูชาจะทำอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ไม่หรอก เรื่องพื้นที่ที่อ้างสิทธิทับพื้นที่ของไทยนั้น เราต้องยืนยันว่าเป็นของเรา เมื่อถามว่า แสดงว่าจะไม่มีผลกับการพิจารณาของยูเนสโก นายกฯ กล่าวว่า ก็เห็นอยู่แล้วว่าสภาพต่างๆจะจัดการได้อย่างไร หากไม่มีการพูดคุยเพื่อให้ได้ข้อยุติด้วยดีในแนวปฏิบัติ เพราะความจริงนั้นทุกฝ่ายควรจะยึดถือตามบันทึกความเข้าใจไทย - กัมพูชาที่ทำไว้เมื่อปี 2543



