ข่าว

"มาร์ค"ชี้'บช.ภ.1และ4'ฉาวซื้อขายตำแหน่ง

"มาร์ค"ชี้'บช.ภ.1และ4'ฉาวซื้อขายตำแหน่ง

11 ก.พ. 2553

"อภิสิทธิ์"ชี้บช.ภ.1และภ.4 ซื้อขายตำแหน่งฉาวไม่ต่างบช.ภ.2 ด้าน"สุเทพ"นัดประชุมก.ตร. 12 ก.พ. ส่อรื้อบัญชีโยกย้ายทั่วปท. เซ่นปัญหาซื้อขายตำแหน่ง ปัดการเมืองแทรกตำรวจ ลือสะพัด เล็งดัน"อัศวิน" ขึ้นแท่นชิ่งเก้าอี้ ผบ.ตร. กรรมาธิการ ตร.ตั้ง"นิพิฏฐ์" ลุยสอบอีกชุ

ความคืบหน้าการตรวจสอบความไม่โปร่งใสการโยกย้ายตำแหน่งนายตำรวจระดับรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ถึงสารวัตร (สว.) ภายหลังจาก พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. มีคำสั่งให้ พล.ต.ท.เกรียงศักดิ์ สุริโย ผบช.ภ.2 ไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และให้ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผช.ผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผบช.ภ.2 พร้อมแต่งตั้ง พล.ต.ท.ฉัตรชัย โปตระนันทน์ รองจเรตำรวจแห่งชาติ (รอง จตช.) ประธานการสอบสวนข้อเท็จจริง พล.ต.ท.เกรียงศักดิ์ ในเรื่องแต่งตั้งโยกย้ายว่ามีความเป็นธรรมหรือไม่

 วานนี้(10ก.พ.) พล.ต.ท.ฉัตรชัย โปตระนันทน์ กล่าวถึงประเด็นในการสืบสวนว่า จะพิจารณาว่าการแต่งตั้งดำเนินไปตามกฎเกณฑ์ระเบียบวิธีการที่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) กำหนดหรือไม่ แต่เบื้องต้นยังเปิดเผยรายละเอียดไม่ได้ คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะเชิญคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงทั้งหมดหารือเพื่อวางแนวทางการสอบสวน โดยปกติจะมีกรอบไม่เกิน 60 วัน แต่เรื่องนี้จะเร่งสืบสวนโดยเร็วที่สุด

 "เร็วๆ นี้จะเรียก พล.ต.ท.เกรียงศักดิ์ และผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล คณะกรรมการไม่ได้พุ่งเป้าสอบเรื่องซื้อขายตำแหน่ง แต่ถ้าตรวจพบจะส่งข้อมูลให้ รรท.ผบ.ตร.พิจารณา หากมีมูลความผิดจะเสนอ รรท.ผบ.ตร.ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยต่อไป" พล.ต.ท.ฉัตรชัยกล่าว

 ด้าน พล.ต.ท.อัศวินกล่าวถึงการรื้อบัญชีโยกย้ายใน บช.ภ.2 ว่า ในวันที่  11 กุมภาพันธ์นี้ จะเรียกประชุมพิจารณาเรื่องดังกล่าว คาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ และส่งให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป

 มีรายงานแจ้งว่า การพิจารณาบัญชีโยกย้าย สังกัด บช.ภ. 2 มีกว่า 200 ตำแหน่ง คาดว่าส่วนใหญ่จะใช้บัญชีเดิม แต่จะปรับเปลี่ยนประมาณ 20 นายเท่านั้น ส่วนการเคลื่อนไหวของตำรวจในพื้นที่ จ.ชลบุรี ขณะนี้นายตำรวจที่มีปัญหาหลายคนพยายามติดต่อให้ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ช่วยเหลือเพื่อขอยืนในตำแหน่งที่โยกย้ายเดิม

 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าวถึงคำสั่งย้าย ผบช.ภ.2 ว่า เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติของตำรวจ ส่วนการโยกย้าย ผบช.ภ.2 ถือเป็นการตอกย้ำว่าการเมืองเข้ามาแทรกแซงองค์กรตำรวจหรือไม่นั้น รองนายกรัฐมนตรีอธิบายว่า "ผมยังไม่ได้ทำอะไรเขาเลย การโยกย้ายไม่ได้เกี่ยวกับการเมือง ถ้าไม่มีความถูกต้องและไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์กติกา หลักการ สตช. สามารถดำเนินการเองได้"
 นายสุเทพกล่าวอีกว่า ในการประชุม ก.ตร.วันที่ 12 กุมภาพันธ์นี้ จะสอบถามว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นมาอย่างไร

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.อาจิณ โชติวงศ์ ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ผบช.ก.ตร.) ทำหนังสือเวียนเชิญประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 1/2553 วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 12.00 น. ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 2 อาคาร 1 วาระการประชุมน่าสนใจ คือ วาระที่ 4 เรื่องที่เสนอเพื่อพิจารณา เรื่องที่ 3 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอสำเนารายงานการประชุม ก.ตร. เรื่องที่ 4 ป.ป.ช.ขอมติและความเห็นของคณะอนุ ก.ตร. และ ก.ตร. เรื่องที่ 6 การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่งระดับ สว.-รอง ผบก. วาระประจำปี 2552 (การขยายระยะเวลาการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ) และเรื่องที่ 7 การกำหนดตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ 10) นอกจากนี้ยังการกำหนดให้ตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ 10) ด้านการปราบปราม และด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ ซึ่งเดิมเป็นตำแหน่งเฉพาะตัวให้เป็นตำแหน่งถาวร

 นอกจากนั้นยังมีวาระการพิจารณาจัดที่นั่งในที่ประชุม ก.ตร.ให้เป็นไปตามลำดับอาวุโส เนื่องจาก พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รอง ผบ.ตร. ทำหนังสือถึงเลขาฯ ก.ตร.ให้จัดที่นั่งในที่ประชุมใหม่ให้เหมาะสมกับลำดับอาวุโส โดย พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ระบุว่า เป็นรอง ผบ.ตร.อาวุโสอันดับ 1 เดิมจะนั่งติดกับเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (เลขาฯ ก.พ.) ถัดจาก ผบ.ตร. และประธาน ก.ตร. แต่ภายหลังเมื่อ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ดำรงตำแหน่งรอง ผบ.ตร. ตำแหน่งหลัก ทำให้สำนักงาน ก.ตร.จัดที่นั่งให้ พล.ต.อ.วิเชียร นั่งในที่นั่งรอง ผบ.ตร.อาวุโสอันดับ 1 แทนที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์

 รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุม ก.ตร.วาระที่ 4 เรื่องที่เสนอเพื่อพิจารณา เรื่องที่ 6 การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่งระดับ สว.-รอง ผบก. วาระประจำปี 2552 (การขยายระยะเวลาการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ) เนื่องจากบัญชีรายชื่อโยกย้ายจะมีผลตามกฎหมายในวันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้ แต่เกิดเรื่องอื้อฉาวจากปัญหาความไม่โปร่งใส โดยเฉพาะการซื้อขายตำแหน่งในหลายกองบัญชาการ กระทั่ง รรท.ผบ.ตร.มีคำสั่งย้าย ผบช.ภ.2 ไปปฏิบัติหน้าที่ที่ สตช. และตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง โดยให้เหตุผลว่าคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายอาจไม่เป็นธรรม พร้อมทั้งสั่งให้ทบทวนบัญชีรายชื่อโยกย้ายใหม่ ซึ่งกระทบต่อกองบัญชาการอื่นๆ ด้วย

 ดังนั้นคาดว่าในที่ประชุม ก.ตร.นัดล่าสุด ที่ประชุมจะพิจารณาเรื่องนี้เป็นกรณีพิเศษ และมีความเป็นไปได้ว่าอาจมีคำสั่งเลื่อนวันบังคับใช้บัญชีแต่งตั้งโยกย้ายออกไปก่อน เพื่อเปิดทางให้มีการแก้ปัญหาดังกล่าวในกองบัญชาการที่คำสั่งแต่งตั้งอาจไม่โปร่งใส หรืออาจจะมีการรื้อบัญชีรายชื่อเพื่อจัดทำโผใหม่ในกองบัญชาการ หรือในทุกกองบัญชาการ

 มีรายงานว่า การขอตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ 10) คาดว่าจะเปิดทางให้พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผช.ผบ.ตร.ซึ่งล่าสุด พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร.ส่งไปดูแลการแต่งตั้งโยกย้ายใน บช.ภ.2 แทน พล.ต.ท.เกรียงศักดิ์ สุริโย ที่ถูกย้ายเข้ามาช่วยราชการใน สตช. ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่า หาก พล.ต.ท.อัศวิน ได้ขึ้นเป็นที่ปรึกษา (สบ 10) ซึ่งเป็นตำแหน่งเทียบเท่ารอง ผบ.ตร. จะมีโอกาสได้รับพิจารณาให้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.คนต่อไป เนื่องจากที่ผ่านมา พล.ต.ท.อัศวิน ได้รับความไว้วางใจอย่างสูงจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในการรับผิดชอบคดีสำคัญๆ ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.อัศวิน จะเกษียณอายุราชการในปี 2554 จึงมีโอกาสสูงที่จะได้รับการพิจารณาให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว

 ส่วนเรื่องที่ ป.ป.ช.ขอมติ และความเห็นของคณะอนุ ก.ตร.และ ก.ตร.นั้น เป็นเรื่องที่ ก.ตร.ต้องรับรองมติผลการประชุมครั้งที่ผ่านมา กรณีเกี่ยวกับเรื่องการพิจารณาให้การอุทธรณ์ของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.ภ.4 และ พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ภราดรศักดิ์ อดีต ผบก.ภ.จว.อุดรธานี กรณีสลายการชุมนุมฟังขึ้น ให้รับกลับเข้ารับราชการตำรวจ

 หลังจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ลงนามในคำสั่งเพิ่มเติมให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการร้องเรียนเรื่องการซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจในสังกัด บช.ภ.2 ชุดที่ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ เป็นประธาน ให้ตรวจสอบการซื้อขายตำแหน่งนายตำรวจในสังกัด บช.ภ.1 และ บช.ภ.4 ในวันเดียวกันที่ รรท.ผบ.ตร.มีคำสั่งย้าย ผบช.ภ.2 นั้น

 นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ในส่วนของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีการร้องเรียนการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งนั้น กำลังทำงานอยู่ แต่เข้าใจว่าที่มีการออกคำสั่งครั้งนี้ เป็นเรื่องการตรวจพบความไม่ถูกต้องของคำสั่งโยกย้าย เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องของ รรท.ผบ.ตร.ที่ต้องแก้ไขให้ถูกต้อง

 "คำสั่งโยกย้ายมันไม่ชอบ ผมทราบว่าผู้ที่มีอำนาจต่างๆ ที่ต้องลงชื่อไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ในส่วนของภาคอื่นๆ ที่มีลักษณะว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบนั้น ยังไม่เห็น มีแต่เรื่องร้องเรียน เพราะฉะนั้นงานในส่วนของคณะกรรมการที่มี พล.ต.อ.วสิษฐ เป็นประธาน จะมีทั้งการตรวจสอบใน บช.ภ.2 บช.ภ.1 และ บช.ภ.4" นายอภิสิทธิ์กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า บช.ภ.1 และ บช.ภ.4 ปัญหาคล้ายกับที่ บช.ภ.2 หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พฤติกรรมมีทั้งเหมือนและต่าง แต่ความหนักเบาอาจจะต่างอยู่บ้าง เท่าที่ได้พูดคุยกับ พล.ต.อ.วสิษฐ ยืนยันว่า ในส่วนของ บช.ภ.2 น่าจะเสร็จได้เร็ว แต่บังเอิญทราบว่ามีการไปตรวจพบความไม่ถูกต้องของคำสั่งด้วย

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นไปได้ที่การแต่งโยกย้ายตำรวจครั้งนี้อาจจะมีการรื้อทั้งระบบหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เวลานี้ยังไม่ไปถึงขั้นนั้น เรามอบหมายให้ สตช.ตรวจสอบในกรณีที่มีการร้องเรียน แต่ไม่ได้หนักหน่วงมาก จุดไหนที่หนักก็จะให้กรรมการพิจารณา

 เมื่อถามย้ำว่า รู้สึกอย่างไร เพราะตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งนายกฯ มีปัญหากับตำรวจมาตลอด โดยเฉพาะตำแหน่ง ผบ.ตร.ที่ยังไม่ยอมจบ นายอภิสิทธิ์กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ผมไม่ได้มีปัญหากับใคร”

 กระทั่งเวลา 19.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ร่วมประชุมกับ พล.ต.อ.วสิษฐ เรื่องแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจ สังกัด บช.ภ.2 ที่บ้านพิษณุโลก