ข่าว

"มาร์ค"ปลุกอส.ร่วมสู้ศึกนอก-ในชาติ

"มาร์ค"ปลุกอส.ร่วมสู้ศึกนอก-ในชาติ

10 ก.พ. 2553

อภิสิทธิ์ปลุกอส.ร่วมสู้ศึกนอก-ในชาติ ขอยืมมือสร้างสมานฉันท์-รักษาความมั่นคง ยันไม่ได้มีปัญหากับพรรคร่วม ระบุโครงการถนนไร้ฝุ่นไม่ได้ถูกตัดเพียงแต่อาจเปลี่ยนแหล่งเงินเท่านั้น เผยตรวจการบ้าน “ โสภณ ” ถือว่าครอบคลุม บอกปีหน้าผลงานใหญ่จะเริ่มออก เผยไอเดียเปิ

 (10ก.พ.)  เมื่อเวลา 14.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีสดุดีอาสารักษาดินแดน ประจำปี 2553 พร้อมมอบเครื่องหมายรักษาดินแดนยิ่งชีพ เข็มอาสารักษาดินแดนสดุดี และมอบรางวัลแก่กองร้อยและสมาชิกอาสารักษาดินแดน สำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน(อส.) กระทรวงมหาดไทย ประจำปี 2552 ณ ตึกสันติไมตรีหลังนอก ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ฐานะนายกองใหญ่ ผู้บริหาร ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ญาติและครอบครัวของผู้ที่ได้รับรางวัลมาร่วมงานอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

 นายกฯ กล่าวภายหลังการมอบรางวัลว่า การที่ประเทศชาติดำรงเอกราชและอธิปไตยมาได้ทุกวันนี้เป็นเพราะบรรพบุรุษได้เสียสละเลือดเนื้อและชีวิตเข้าปกป้องรักษาบ้านเมืองไว้ นอกจากนี้ในสมัยโบราณเมื่อเกิดศึกสงครามราษฎรที่ไม่ใช่ทหารได้รวมตัวรวมพลังกันต่อสู้เพื่อขับไล่ผู้รุกรานจนประสบผลสำเร็จหลายต่อหลายครั้ง

 ดังนั้นจึงมีความพยายามจัดตั้งหน่วยพลเรือนอาสาขึ้นอย่างเป็นระบบเพื่อให้มีกำลังสำรองไว้ทั้งในยามปกติและในยามสงครามขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2497 โดยตลอดระยะเวลายาวนานที่ผ่านมาอส.ที่ได้จัดตั้งตามพระราชบัญญัติ อส. ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบและวิริยะอุตสาหะ ซึ่งผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่ตลอดจนสมาชิกอส.ได้อุทิศตน เสียสละ ด้วยจิตเป็นสาธารณกุศล ดำเนินการร่วมกับฝ่ายปกครอง ตำรวจและทหารในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายในของชาติ

 “โดยเฉพาะการปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้สมาชิกอส.หลายท่านได้รับบาดเจ็บหรือสูญเสียชีวิต นับเป็นการเสียสละอันยิ่งใหญ่ เป็นเกียรติยศและศักดิ์ศรีของชาติบ้านเมือง ของครอบครัว วงศ์ตระกูล และของกองอาสารักษาดินแดนอย่างอยากที่จะหาสิ่งใดมาตอบแทนได้”นายกฯ กล่าว

 นายกฯ กล่าวอีกว่า รัฐบาลตระหนักถึงภารกิจอันสำคัญของอส. และได้ส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินการอยู่เสมอ โดยครม.ได้อนุมัติงบประมาณ 263 ล้านกว่าบาทเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเพิ่มกำลังพลสมาชิกอส.เขตเมืองในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 1,440อัตรา ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ เพื่อให้การดำเนินงานของอส.สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสมศักดิ์ศรี

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันสภาะแวดล้อมได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว บ้านเมืองต้องเผชิญทั้งปัญหาจากภายในและภายนอกประเทศติดต่อกันมาหลายปี แม้ว่าปัญหาที่มาจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกได้คลี่คลายตามลำดับ แต่ปัญหาทางการเมืองที่มาจากความคิดเห็นที่ขัดแย้งยังคงมีอยู่และส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองและความรู้สึกของประชาชน ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในเรื่องของความรุนแรง

 เรื่องของความสงบสุขของส่วนรวม เพราะการที่บ้านเมืองจะเจริญก้าวหน้าไปอย่างยั่งยืนนั้นไม่ใช่เพียงเพราะมีเศรษฐกิจดี หรือมีความรู้ที่ก้าวทันเทคโนยีที่ทันสมัยเท่านั้น แต่ต้องมีรากฐานทางการเมืองและสังคมที่มั่นคงเข้มแข็ง ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสงบและมีสันติสุขด้วย จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่และสมาชิกอส.จะได้ช่วยกัน ร่วมแรงร่วมใจทำงานแก้ปัญหาของบ้านเมืองอย่างสอดคล้องกับสภาวะการในปัจจุบัน โดยเฉพาะในการช่วยเหลือประชาชนเกี่ยวกับความมั่นคง ความปลอดภัย ตลอดจนในด้านชีวิตและความเป็นอยู่ต่างๆ รวมทั้งการช่วยเหลือแก้ไขผลกระทบที่มาจากภัยธรรมชาติหรือยาเสพติด

 นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า รัฐบาลปรารถนาที่จะเห็นการดำเนินงานของอส.เป็นไปตามพ.ร.บ.อส. นอกจากนี้ยังคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าอส.และสมาชิกทั้งหลายจะช่วยเสริมสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ รักษาความมั่นคงภายใน รักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ช่วยแก้ไขปัญหายาเสพติด ช่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ช่วยป้องกันและปราบปรามารกลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ตลอดจนช่วยสนับสนุนการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ตามแนวนโยบายของรัฐบาล ทั้งนี้เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประเทศชาติโดยส่วนรวม และที่สำคัญอยากเห็นการปลูกฝังจิตสำนึกเรื่องจิตอาสาหรือการอาสาใกห้ขยายออกไปยิ่งๆขึ้นในสังคมไทยของเรา

 “เพราะการที่เราจะอยู่รอดปลอยภัยในสังคมทุกวันนี้ เราจะต้องมีจิตอาสาช่วยเหลือส่วนรวมกันให้มากยิ่งขึ้น ผมและรัฐบาลขอเป็นกำลังใจให้กับสมาชิกกองอาสาฯทุกท่านและพร้อมจะสนับสนุนกองอาสาฯให้ปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ยันไม่มีปัญหาพรรคร่วมโครงการถนนไร้ฝุ่น

 นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงความเข้าใจที่ไม่ตรงกันในส่วนของโครงการถนนไร้ฝุ่น ว่า ความจริงไม่มีปัญหาอะไรเป็นเรื่องที่นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ แสดงความคิดเห็น วันนี้บังเอิญที่ตนได้เชิญนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม มาพูดคุยเรื่องงานในภาพรวมทั้งหมดซึ่งความจริงโครงการถนนไร้ฝุ่นเป็นเรื่องที่เล็กน้อยมาก เป็นเรื่องที่ทุกพรรคมีนโยบายในการทำ และบรรจุอยู่ในแผนเรียบร้อยแล้ว ถ้าจะมีการปรับเปลี่ยนก็จะเป็นในส่วนของแหล่งเงิน ว่าจะมีบางกรณีที่อาจจะปรับออกมาจากในส่วนของเงินกู้มาเป็นเงินงบประมาณ ซึ่งก็จะสอดคล้องกับสิ่งที่นายไตรรงค์พูดในเชิงหลักการไว้ว่าถ้าโครงการอย่างนี้สามารถเข้ามาอยู่ในโครงการปกติได้ก็จะเป็นเรื่องดี ตรงนั้นจึงไม่ได้เป็นปัญหา

 ผู้สื่อข่าวถามว่าตกลงความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับพรรคร่วมยังดีอยู่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคร่วมก็เป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล เมื่อถามว่าแต่มีรัฐมนตรีหลายคนจากพรรคภูมิใจไทยแสดงความไม่พอใจกับโครงการถนนไร้ฝุ่น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนก็คุยกับนายโสภณอยู่ก็ไม่เห็นจะมีอะไร ส่วนจะไม่พอใจเรื่องอะไรนั้นตนไม่ทราบ เพราะยังไม่เห็นจะมีประเด็นอะไร

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ในการหารือกันวันนี้ ( 10 ก.พ.) กับรมว.คมนาคม ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งในการตรวจการบ้าน ซึ่ง รมว.คมนาคมได้ทำรายงานทั้งในส่วนของปีที่แล้ว และที่จะทำในปีนี้มาค่อนข้างชัดเจนและสอดคล้องกับนโยบาย ถือว่า รมว.คมนาคมติดตามงานได้ค่อนข้างละเอียด มีความชัดเจนทั้งในส่วนของขั้นตอน รายละเอียดและสถานภาพเกือบทุกเรื่องถือว่าครอบคลุมและคิดว่าจะหาโอกาสแถลงข่าวให้ประชาชนรับทราบ ซึ่งตนได้ใช้เวลาดูโครงการทั้งหมด ทั้งเรื่องขนส่งระบบราง ไม่ว่าจะเป็นรถไฟ รถไฟฟ้า สนามบิน รถเมล์ ท่าเรือ ความลปอดภัยบนท้องถนน ซึ่งทาง รมว.คมนาคมได้ส่งรายงานมาอย่างครอบคลุมและตรงกับประเด็นที่ตนมองอยู่และคิดว่าในปีนี้จะเป็นงานที่กระทรวงคมนาคมมีผลงานสำคัญออกมาค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการเริ่มต้นในระบบรอจิสติกทั้งหลาย

 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แนวปฏิบัติที่วางไว้ในช่วงปีที่ 2 ส่วนใหญ่ก็จะรวบเอาสิ่งทีได้ตกลงกันไว้ว่าจะต้องดำเนินการมาเพื่อจัดลำดับความสำคัญในเร่องของการจัดสรรงบประมาณ แหล่งเงิน และการกำหนดเวลาที่ชัดเจนในเรื่องของการเริ่มต้นและสิ้นสุดของโครงการต่างๆ ให้ชัดเจน เช่น ในส่วนของรถไฟทั้งในส่วนที่จะทำในระบบปัจจุบันให้รถไฟสามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงขึ้นเท่าตัว หรือสองเส้นทางใหม่ที่จะไปเด่นชัย- เชียงราย, บัวใหญ่- นครพนม รถไฟความเร็วสูง ก็จะมีความชัดเจนออกมาให้ได้ว่าจะใช้แหล่งเงินจากไหน เริ่มต้นเมื่อไหร่ ซึ่งหลายเรื่องใช้เวลาไม่นานก็จะมีความชัดเจน ในส่วนของสนามบินก็พูดกันถึงสนามบินดอนเมือง ซึ่งจะมีรูปแบบวิธีการบริหารที่ชัดเจนมากขึ้น สนามบินในภูมิภาค รวมทั้งแผนของสนามบินสุวรรณภูมิ ได้ทำความเข้าใจให้ตรงกันทั้งหมดการทำงานจะได้ราบรื่นทั้งในส่วนของกระทรวงและรัฐบาล

 ผู้สื่อข่าวถามว่ากระทรวงคมนาคมยอมรับแล้วใช่หรือไม่ว่าสนามบินสุวรรณภูมิจะไม่ใช่เป็นสนามบินแห่งเดียวในกรุงเทพฯ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ความจำเป็นของสนามบินสุวรรณภูมิจะเป็นไปตามแผนเดิมเท่านั้น คือ การเป็น Bigfield Concourse เท่านั้น ในส่วนอื่นก็ยังไม่เป็นเรื่องเร่งด่วน ส่วนสนามบินดอนเมืองหลักคิดที่สำคัญคือถ้ามีผู้บริหารสนามบินดอนเมืองเป็นการเฉพาะเพื่อเปิดโอกาสให้เขาสามารถที่จะแข่งขันกับสุวรรณภูมิได้ โดยมีเงื่อนไขเดียวว่ากรณีที่เกิดจุดตัดบนอากาศเราต้องให้ลำดับความสำคัญกับทางสุวรรณภูมิก่อนในฐานะที่เป็นสนามบินหลัก คิดว่าถ้าไปในแนวทางนี้มันจะได้คำตอบสำหรับดอนเมืองที่มีเหตุผลชัดเจนในเชิงพาณิชย์ แล้วก็จะเป็นการกระตุ้นให้สนามบินสุวรรณภูมิมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเท่าที่ได้หารือกันในส่วนของดอนเมืองก็คงจะทำระบบการบริหารแยกระหว่างดอนเมืองออกมาจากสุวรรณภูมิ