ข่าว

"จาตุรนต์ ฉายแสง"เตรียมเปิดตัวตั้ง"พรรคใหม่"

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์

"จาตุรนต์ ฉายแสง" เตรียมเปิดตัวตั้ง"พรรคใหม่" แจงวิกฤต"ทางการเมือง" ไม่มีวี่แววว่าจะคลี่คลายไปได้ง่าย ๆ "พรรคการเมือง"จึงเป็นเวทีและเครื่องมือที่เป็นประโยชน์ในการรวบรวมผู้คนที่มีความคิดอุดมการณ์ใกล้เคียงกันร่วมกันผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาของประเทศได้

 

นายจาตุรนต์ ฉายแสง  อดีตรองนายกฯและอดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ  โพสต์เฟซบุ๊กว่า เตรียมเปิดตัวพรรคครับ

 

 

ไต่ถามกันมาเป็นระยะว่าการทำพรรคการเมืองไปถึงไหน ผมขอถือโอกาสนี้ชี้แจงสักหน่อยครับ
 

 

ผมกับเพื่อน ๆ  ร่วมกันสร้างพรรคการเมืองมาระยะหนึ่งและมีความคืบหน้าไปพอสมควรเตรียมจะเปิดตัวมาระยะหนึ่งแล้ว ตั้งใจว่าจะเชิญคนมาร่วมงานให้คึกคัก แต่ต้องเลื่อนมาเพราะสถานการณ์โควิด

 

 

บางช่วงก็เห็นว่าสถานการณ์ทางการเมืองอาจจะไม่ค่อยอำนวยเท่าใดนัก

 

 

มาถึงเวลานี้บ้านเมืองกำลังอยู่ในช่วงวิกฤต ทั้งการแพร่ระบาดของโควิดและผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่รุนแรงหนักหนาสาหัส

 

 

การบริหารงานของรัฐบาลล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงทำให้ประชาชนเดือดร้อนไปทั่ว การเมืองกำลังผันผวน

 

 

ขณะที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่ไปไหน ไม่มีการแก้ไขในเรื่องสำคัญที่จะทำให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นหรือป้องกันวิกฤตทางการเมืองที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่มีวี่แววว่าวิกฤตการณ์นี้จะคลี่คลายไปได้ง่ายๆ

 

 

ผมกับผู้ร่วมงานมาปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่าในสถานการณ์แบบนี้พรรคการเมืองเป็นเวทีและเครื่องมือที่เป็นประโยชน์ในการรวบรวมผู้คนที่มีความคิดอุดมการณ์ใกล้เคียงกันร่วมกันผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาของประเทศได้ตามสมควร

 

 

จึงเห็นร่วมกันว่าต้องเดินหน้าสร้างพรรคการเมืองนี้และทำให้พร้อมเพื่อดำเนินการทางการเมืองโดยเร็วต่อไป

 

 

เราจะปรับแผนงานเปิดตัวเสียใหม่ให้เรียบ ๆ ง่าย ๆ เหมาะกับสถานการณ์และเปิดตัวในเร็ว ๆ นี้ครับ

 

 

สำหรับ"จาตุรนต์ ฉายแสง"(คลิกอ่านประวัติละเอียด ) ก้าวเข้าสู่การเมืองครั้งแรกจากการชักชวนของผู้เป็นพ่อให้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปี 2529 ในนาม" พรรคประชาธิปัตย์"

 

 

และได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ฉะเชิงเทราสมัยแรก และสมัยที่ 2 ในปี 2531

 

 

และได้ย้ายมาร่วมงานกับพรรคประชาชน ซึ่งนำโดยนายเฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์

 

 

ต่อมาได้ย้ายมาสังกัดพรรคความหวังใหม่ และได้รับการเลือกตั้งต่อเนื่องกันมาโดยตลอด

 

 

จนกระทั่งในการเลือกตั้งปี 2544 "จาตุรนต์"ได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อสังกัดพรรคไทยรักไทย จนกระทั่งเกิดรัฐประหารในปี 2549

 

 

ภายหลังรัฐประหาร ทักษิณ ชินวัตร ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคไทยรักไทย" จาตุรนต์" ได้เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรครักษาการแทน

 

ต่อมาตุลาการรัฐธรรมนูญมีมติยุบพรรคไทยรักไทยด้วยมติเอกฉันท์ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2550

 

 

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2557 เขาได้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย 

 

 

หลังรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557 เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม เขาถูกทหารควบคุมตัวที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ อาคารมณียาเซ็นเตอร์ ถนนเพลินจิต ระหว่างการแถลงต่อผู้สื่อข่าว

 

 

เขาเป็นบุคคลแรกที่ถูกไต่สวนในศาลทหารเนื่องจากไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่ง คสช.

 

 

เขาถูกตั้ง 3 ข้อหา คือ ขัดคำสั่ง คสช., ยุยงให้เกิดความกระด้างกระเดื่องและให้ทำผิดกฎหมาย (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116) และความผิดต่อความมั่นคงหรือก่อการร้ายตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ รวมมีโทษระวาง 14 ปี

 

 

เขาถูกจำคุกที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหนครก่อนได้รับการปล่อยตัว ในวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2557

 

 

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 เขาได้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคไทยรักษาชาติ ลำดับที่ 2 แต่พรรคไทยรักษาชาติ ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคก่อนวันเลือกตั้ง