
เปิดเบื้องหลังย้ายบิ๊กมหาดไทย28ราย
"สุกิจ"ขู่ร้อง ก.พ.-ศาลปกครอง หลังโดนเด้งพ้นอธิบดีกรมปกครองท้องถิ่นเข้ากรุผู้ตรวจฯมหาดไทย แฉสุดแสบเซ็นทิ้งทวนยกเลิกคำสั่งตั้ง กก.พิจารณาเงินอุดหนุนท้องถิ่น แถมเขียนท้ายคำสั่ง ไม่ต้องรอคำสั่งมิชอบของฝ่ายการเมือง เพื่อไทยยื่นซักฟอก 8 รมต."สาทิตย์ปัดรัฐสั่
หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 10 มีนาคม 2552 มีมติเห็นชอบบัญชีรายชื่อข้าราชการระดับ 10 จำนวน 28 ตำแหน่ง ตามที่นายวิชัย ศรีขวัญ รักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทยเสนอ โดยเฉพาะอย่างยิง นายสุกิจ เจริญรัตนกุล ให้พ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง
ซึ่งนายสุกิจ กล่าวว่า การโยกย้ายลักษณะนี้ไม่เคยมีมาก่อน ที่จะให้อธิบดีกรมใหญ่ อย่างกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นกระทรวงอันดับหนึ่งของกระทรวงมหาดไทย ไปเป็นผู้ตรวจ อีกทั้งเคยเป็นถึงระดับรองปลัดกระทรวงมหาดไทยมาก่อน ถือว่าเป็นการผิดธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติ อย่างไรก็ตามยืนยันว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการโยกย้ายครั้งนี้ จะขอใช้สิทธิในการร้องอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรมของ ก.พ. และร้องต่อศาลปกครองต่อไป รวมทั้งเชื่อว่าการโยกย้ายดังกล่าวมีการเมืองอยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอน
นายสุกิจ กล่าวว่า ในส่วน พ.ต.ท.ทักษิณนั้นเป็นคนที่สนิทกับน้องชายตนเท่านั้น ไม่ได้มีความใกล้ชิด แต่กลับถูกดึงไปเป็นประเด็นเชื่อมโยงเป็นคนของขั้วอำนาจเก่า
เซ็นทิ้งทวนเลิก กก.พิจารณาเงินท้องถิ่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุกิจได้ลงนามในคำสั่ง มท.ที่ 0801.2/390 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2552 ให้ยกเลิกคำสั่งกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) ที่ 966/2552 ลงวันที่ 12 ธันวาคม 2551 ที่ผ่านมาเรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการเงินอุดหนุนเฉพาะกิจสำหรับพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรณีเร่งด่วนและเงินอุดหนุนเฉพาะกิจสำหรับสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และคำสั่ง สถ.ที่ 967/2552 ลงวันทื่ 12 ธันวาคม 2551 เรื่องแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาวงเงินค่าก่อสร้างและรูปแบบรายการ โครงการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขอรับการสนับสนุนงบประมาณปีงบประมาณ 2552 ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นคนปัจจุบัน (นายสุกิจ) ได้รับคำสั่งไปรักษาราชการแทนในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย
ท้ายคำสั่งดังกล่าวระบุอีกว่า เนื่องจากเหลือเวลาอีกเพียง 6 เดือนจะสิ้นปีงบประมาณ 2552 ฉะนั้นในห้วงเวลานี้จนถึงวันที่อธิบดีกรมปกครองส่วนท้องถิ่นคนปัจจุบันได้รับคำสั่งให้ไปรักษาราชการในตำแหน่งผู้ตรวจราชการ จึงขอให้ประธาน รองประธาน เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการเงินอุดหนุนเฉพาะกิจฯ เร่งพิจารณาโครงการต่างๆ ที่คณะทำงานพิจารณาวงเงินค่าก่อสร้างฯ ได้ตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้วประมาณ 3,000 โครงการ โดยมิต้องรอคำสั่งที่มิชอบของข้าราชการฝ่ายการเมืองเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
"ชุมพร"ไม่น้อยใจ-ปัดมีปัญหาสุขภาพ
ด้านนายชุมพร พลรักษ์ อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน กล่าวภายหลังมติ ครม.ให้ย้ายไปเป็นผู้ว่าฯ สิงห์บุรี ว่า ไม่ได้รู้สึกน้อยใจหรือเสียใจแต่อย่างใด เพราะถือเป็นเรื่องปกติของระบบข้าราชการและการย้ายครั้งนี้ก็ได้ออกไปเป็นผู้ว่าราชการ ยังถือว่าอยู่ในระดับเท่ากัน ซึ่งไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็พร้อมที่จะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ถือว่าผู้บังคับบัญชายังให้โอกาสได้ออกมาทำงาน เพราะเท่าที่ทราบเห็นว่าบางคนโดนหนักกว่านี้ และเป็นโอกาสที่ดีที่จะพิสูจน์ว่า เป็นคนทำงาน ส่วนเรื่องสุขภาพนั้นตนไม่ได้มีอะไร ก่อนหน้านี้มีป่วยในช่วงที่ทำงานหนัก แต่ตอนนี้หายเป็นปกติแล้ว
เปิดเบื้องหลังย้ายบิ๊ก มท. 28 ราย
มีรายงานว่าการจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายข้าราชการระดับ 10 ของกระทรวงมหาดไทย ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ทำหน้าที่ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีแทนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เกิดขึ้นภายหลังจากนายสุเทพ ที่กำกับดูแลกระทรวงมหาดไทยและผู้จัดการรัฐบาล ได้หารือกับนายเนวิน ชิดชอบ ที่มีส่วนร่วมจัดตั้งพรรคภูมิใจไทย ร่วมกันจัดทำโผรายชื่อโยกย้ายทั้งหมดแทบทุกตำแหน่ง นอกจากนี้ยังมีการผลักดันคนใกล้ชิดของตัวเองในพื้นที่ โดยเป็นคนบ้านเดียวกันกับนายสุเทพ เพื่อนสนิทและรุ่นน้องมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่จบการศึกษาจากที่เดียวกันมารับตำแหน่งหลายคน ในส่วนของการผลักดันของนายเนวินนั้น ให้ผู้ว่าฯ ภาคอีสานที่ใกล้ชิดกับ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย มารับตำแหน่งสำคัญๆ จำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ว่าฯ ภาคอีสาน
อย่างไรก็ตาม ผลของการโยกย้ายทำให้ผู้ถูกโยกย้ายบางคน อาทิ นายสุกิจ เจริญรัตนกุล ที่ถูกเด้งจากอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (อสถ.) ซึ่งเป็นกรมขนาดใหญ่ของกระทรวง ที่มีงบประมาณแต่ละปีประมาณ 1.4 แสนล้านบาท ไปนั่งตบยุงในตำแหน่งผู้ตรวจราชการ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่านายสุกิจมีความใกล้ชิดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ผนวกกับมีปัญหาเรื่องทุจริตนมโรงเรียนเกิดขึ้น แต่นายสุกิจชี้แจงเรื่องนี้ไม่เป็นที่พอใจของฝ่ายการเมือง อีกทั้งนายสุกิจได้ประกาศทันทีว่าเตรียมยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ก.พ.ตามรอยนายพีรพล ไตรทศาวิทย์ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ถูกเด้งเข้ากรุก่อนหน้านี้ สำหรับคนที่มาเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นคุมงบ 1.4 แสนล้านบาทแทนนายสุกิจ เป็นนายมานิต วัฒนเสน ผู้ว่าฯ ขอนแก่น สายตรงนายเนวิน ชิดชอบ ที่ก่อนหน้านี้เพิ่งได้รับแรงหนุนจากนายเนวินให้เป็นบอร์ดการประปาส่วนภูมิภาค
ส่วนรายชื่อที่น่าสนใจใน 28 ตำแหน่งหลักๆ เช่น นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ที่ถูกย้ายจากผู้ว่าฯเชียงใหม่ มาเป็นรองปลัดกระทรวง แม้จะดูว่าไม่ได้เป็นการลดชั้น ทว่าพื้นที่เชียงใหม่เป็นที่ทราบกันดีเป็นของ พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคเพื่อไทย นับว่าเป็นกองบัญชาการหลักของคนเสื้อแดงในภาคเหนือ จึงทำให้มีการย้ายนายวิบูลย์ครั้งนี้ เพราะฝ่ายการเมืองติดใจนายวิบูลย์หลายเรื่อง โดยเฉพาะกรณีที่ก่อนหน้านี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เดินทางไปร่วมงานสังสรรค์ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แล้วถูกคนเสื้อแดงบุกเข้าไปก่อกวนและปิดล้อมสถานที่จัดงาน ทั้งนี้คนที่มาแทน เป็นนายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าฯ ลำปาง ที่แนบแน่นกับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์หลายคน โดยเฉพาะนายชวน หลีกภัย นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ เป็นต้น โดยทราบกันดีว่านายชวนเวลามาที่ภาคเหนือจะต้องเดินทางไปบ้านนายอมรพันธุ์หลายครั้ง
นอกจากนี้ อธิบดีอีกหนึ่งคนที่ถูกเด้งแบบลดชั้นคือ นายชุมพร พลรักษ์ จากอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน มาเป็นผู้ว่าฯ สิงห์บุรี แต่หลายคนก็ไม่ผิดความคาดหมาย เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่านายชุมพรมีความใกล้ชิดกับแกนนำพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ทั้งนี้เดิมมีข่าวว่านายสุเทพพยายามผลักดันให้นายสยุมพร ลิ่มไทย ผู้ว่าฯ สตูล มาเป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน แต่ปรากฏว่าโผไม่ลงตัว เพราะชื่อของนายไพรัตน์ สกลพันธุ์ ผู้ว่าฯ นครนายก มาแรงในตอนท้าย เพราะนายเนวินต้องการให้นายไพรัตน์ไปเป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนแทน จนนายชวรัตน์ต้องตัดสินใจในช่วงดึกวันที่ 9 มีนาคม ก่อนนำชื่อเข้า ครม. โดยขอให้นายสยุมพรไปเป็นผู้ว่าฯ ระยองแทน ซึ่งนายสุเทพก็ไม่ขัดข้อง
ขณะที่นายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าฯ สิงห์บุรี มารับตำแหน่งผู้ว่าฯ ภูเก็ต ได้รับแรงหนุนจากนางอัญชลี วานิช เทพบุตร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เพราะเป็นอดีตผู้ว่าฯ พังงามาก่อน ก่อนหน้านี้เป็นอดีต ผอ.รางวัด กรมที่ดินและรองอธิบดีกรมที่ดิน เป็นผู้ว่าสิงห์ทอง รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงที่มีอยู่ในเวลานี้
นายปรีชา กมลบุตร ผู้ว่าฯ พระนครศรีอยุธยา ถูกลดชั้นให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ นครนายก เหตุเพราะฝ่ายการเมืองเห็นว่านายปรีชาไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงในพื้นที่ได้ ผนวกกับฝ่ายการเมืองเห็นว่านายปรีชาใกล้ชิดกับแกนนำเพื่อไทย โดยเฉพาะนายยงยุทธ ติยะไพรัช สมัยนายปรีชาเป็นผู้ว่าฯ เชียงราย
ส่วนนายปราโมทย์ สัจจรักษ์ ผู้ว่าฯ สุรินทร์ ที่ได้ขยับมาเป็นผู้ว่าฯ ขอนแก่น เนื่องจากเป็นสายตรงนายเนวิน และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ สำหรับนายวิเชียร ชวลิต ผู้ว่าฯ อำนาจเจริญ เลื่อนชั้นนั่งเก้าอี้เป็นผู้ว่าฯ สุรินทร์ ก็เป็นสายตรงของนายเนวิน บนแรงหนุนของ ส.ส.ภูมิใจไทย ในพื้นที่ของนายยรรยง ร่วมพัฒนา ส.ส.สุรินทร์
เพื่อไทยยื่นซักฟอก 8 รมต.
ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมพรรคเพื่อไทย มีแกนนำและ ส.ส.ของพรรคเดินทางเข้ามาประชุมกันคึกคักเป็นพิเศษ โดยหลังประชุม ส.ส.พรรคเสร็จสิ้น คณะทำงานยุทธศาสตร์ของพรรคมีการประชุมต่อในเวลา 17.00 น. เพื่อสรุปจำนวนรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปราย โดยมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.ในฐานะหัวหน้าทีมอภิปราย พร้อมคณะทำงาน เข้าร่วมประชุม
ทั้งนี้ คณะทำงานยุทธศาสตร์ได้สรุปรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายไว้ 8 คน คือ 1.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี 2.นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง 3.กษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ 4.นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง 5.นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม 6.นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย 7.นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ และ 8.นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ แต่มีแกนนำบางส่วนเสนอว่า ในการประชุมครั้งสุดท้ายวันที่ 12 มีนาคม ควรลดจำนวนรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายลงเพื่อให้การอภิปรายตรงประเด็นและมีน้ำหนัก
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธาน ส.ส. กล่าวว่า ได้เสนอต่อที่ประชุมพรรคให้ยื่นอภิปรายนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง ด้วย แต่ไม่รู้ว่าพรรคจะว่าอย่างไร ต้องให้คณะทำงานยุทธศาสตร์พรรคพิจารณาอีกครั้ง
"สาทิตย์”ปัดรัฐสั่งปิดวิทยุชุมชนคนแท็กซี่
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสื่อ กล่าวถึงกรณีมีข่าวว่าจะสั่งปิดสถานีวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ คลื่น 92.75 ว่า ขอยืนยันว่าเรื่องนี้รัฐบาลไม่ได้เป็นผู้สั่งให้ดำเนินการ เพราะถือว่าเป็นหน้าที่ของปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ในฐานะผู้รักษากฎหมายในช่วงที่ร่าง พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่ยังไม่ประกาศใช้ เข้าใจว่าเป็นเรื่องที่ปลัดสำนักนายกฯ ในฐานะที่เป็นประธานอนุกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ ที่ต้องทำงานร่วมกันคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ได้ตัดสินใจให้ดำเนินการกับวิทยุชุมชนที่ได้รับการร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมาก เกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายอาญาและการหมิ่นสถาบัน ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องเร่งดำเนินการ
ด้านนายนัที เปรมรัศมี ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีข่าวสั่งปิดสถานีวิทยุชุมชนคนรักแท็กซี่ คลื่น 92.25 ว่า ไม่ได้มีการสั่งปิดอย่างที่มีข่าว คิดว่าน่าจะเป็นจากที่ประชุมอนุกรรมการ กทช.เมื่อวานนี้ (9 มี.ค.) เพราะในที่ประชุมมีวิทยุชุมชนหลายคลื่นมาของบประมาณสนับสนุนประมาณ 40-50 ล้านบาท ทั้งๆ ที่ใกล้จะหมดสัญญาแล้ว ตนในฐานะประธานอนุกรรมการ กทช.ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม จึงไม่ได้อนุมัติและได้สั่งตัดงบดังกล่าวไป ซึ่งอาจจะมีบางส่วนที่ไม่พอใจหรือหมั่นไส้ตน จึงออกมาให้ข่าวเช่นนี้
ขณะที่นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร เลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวว่า กทช. ได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนไปยังสถานีวิทยุชุมชนทุกสถานี ให้ระงับการเผยแพร่เนื้อหาทางการเมืองในลักษณะให้ร้าย หรือเข้าข่ายผิดกฎหมาย โดย กทช.มีการตรวจสอบตลอดการเผยแพร่เนื้อหาตลอดเวลา หากพบว่ามีการออกอกาศเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม จะแจ้งไปยังคณะอนุกรรมการกิจการวิทยุโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียง ให้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินการทางอาญาต่อไป
"ชินวัฒน์" ท้าปิดคลื่นคนรักแท็กซี่
นายชินวัฒน์ หาบุญพาด ผอ.สถานีวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ และหนึ่งในแกนนำ นปช. กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือเตือนหรือสั่งปิดจากคณะอนุกรรมการ กทช.และหากรัฐบาลประชาธิปัตย์อยากจะเผชิญการต่อต้านจากคนเสื้อแดงอย่างรุนแรง ก็เชิญสั่งปิดวิทยุชุมชนแห่งนี้ได้เลย
นายไกรวัลย์ เกษมศิลป์ ผอ.สถานีวิทยุชุมชนคนรู้ใจ 87.75 นนทบุรี ซึ่งสนับสนุน นปช.อีกสถานีหนึ่ง กล่าวว่า ได้รับหนังสือเตือนจาก กทช.แล้ว แต่คงไม่ปฏิบัติตาม เพราะสถานีวิทยุชุมชนคนรู้ใจ ไม่ได้กระทำผิด ตามที่คณะอนุกรรมการ กทช.กล่าวหา สถานีแห่งนี้มีแต่นำเสนอเนื้อหาที่เป็นประชาธิปไตย ไม่มีการปลุกระดมต่อต้านรัฐบาล



