
แม้วปัดไม่มีเคยส่งเงินช่วยแดงเตือนนักลงทุนหนี
"ทักษิณ ชินวัตร" ท้ารัฐบาลโชว์หลักฐานการส่งน้ำเลี้ยงให้แกนนำเลื้อแดง ซัดเลิกนิสัยสีม่วง เด็กมาร์คเย้ยนชป.ตั้งกองทัพธรรมแค่กองทัพทำโมะ
(10ก.พ.) เวลา12.00 น.ตามเวลาประเทศไทย ที่ทวิตเตอร์พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ทวิตกรณีมีการชุมนุมของเสื้อแดงว่า " ไม่มีการชุมนุมเพื่อกดดันศาล การชุมนุมของคนเสื้อแดงเพื่อให้ได้ประชาธิปไตยเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง และต่อต้านความอยุติธรรม 2 มาตรฐานครับ" และตอบว่า "thaksinvoice ไม่ใช่ของผมครับ ผมนั่งตอบเองแทบจะทุกวันที่ thaksinlive และที่ thaksinbizครับ"
พ.ต.ท.ทักษิณ ยังเขียนถึงเงินที่โอนเข้าแกนนำเสื้อแดงว่า "รัฐบาลแถลงว่ามีการโอนเงินเข้าบัญชีแกนนำเสื้อแดง ทั้งจากต่างประเทศและในประเทศจำนวนมาก เป็นรัฐบาลมีอำนาจทำไมไม่จับเอาหลักฐานมาแสดงชัด อย่าพูดให้คนอื่นเสียหาย ตอนเลือกตั้งก็อ้างว่ามีการขนเงินมาทางสุวรรณภูมิหมื่นล้าน ถ้าไม่จริงไม่มีหลักฐานทีหลังอย่าพูดและเลิกนิสัยสีม่วงเสีย"
ปัดไม่มีเคยส่งเงินช่วยแดงเตือนนักลงทุนหนี
ต่อมาเวลา 20.30 น. พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวผ่านรายการวิทยุ "ทอล์ก อะราวด์ เดอะ เวิลด์" ว่า สาเหตุหนึ่งที่ทรัพย์สินของครอบครัวในไทยถูกอายัดทรัพย์นั้น เป็นเพราะครอบครัวของตนรักชาติมากไป เมื่อขายกิจการได้เงินสดเข้ามา แทนที่จะเก็บไว้ที่ต่างประเทศ กลับนำเข้ามาเมืองไทยหมด เลยถูกอายัด ถ้าไม่รักชาติมาก เก็บไว้เมืองนอกก็คงไม่เดือดร้อนเหมือนที่โดนวันนี้
ซัด"ชวน"แค้นที่ไม่ยอมเข้าร่วมปชป.
อดีตนายกฯ ยังกล่าวถึงความสัมพันธ์กับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อครั้งนายชวนเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬผ่านไป ได้นายอานันท์ ปันยารชุน มาเป็นนายกฯ รอบสอง หลังจากนั้นมีการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ นายชวนได้ชักชวนให้ตนมาอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์แต่ตนตอบปฏิเสธไป อย่างไรก็ตามหลังจากนั้น พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หัวหน้าพรรคพลังธรรมขณะนั้น กำลังมีการปรับ ครม.ตามโควตาพรรคพลังธรรม และต้องการเปลี่ยนตัว น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ รมว.ต่างประเทศขณะนั้นออก พล.ต.จำลองมาชวนให้ตนรับตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ ซึ่งตนชอบเรื่องต่างประเทศอยู่แล้ว และเมื่อนายชวนเดินทางกลับจากต่างประเทศทราบว่าตนมาอยู่กับพรรคพลังธรรม ก็ไม่พอใจตนอย่างมาก
ยัน7หมื่นล้านได้มาก่อนเป็นนายกฯ
พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า หลังรับตำแหน่งรมว.ต่างประเทศได้ 105 วัน ก็ถูกบีบจนต้องลาออก และ นพ.กระแสร์ ชนะวงศ์ มาเป็นรมว.ต่างประเทศแทน หลังจากออกจากตำแหน่งแล้วต้องมีการแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย ช่วงนั้นทำความอึดอัดให้ครอบครัวพอสมควร เพราะต้องโชว์ทรัพย์สินว่ามีที่ดินเท่าไหร่ มีอสังหาเท่าไหร่ มีหุ้นเท่าไหร่ ซึ่งหุ้นบวกที่ดินรวมแล้วมีมูลค่าทรัพย์สินกว่า 6 หมื่นกว่าล้าน และก่อนหน้านั้นนิตยสารฟอร์บส์ ระบุว่า ครอบครัวของตนมีมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 5 หมื่นกว่าล้านบาท ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ตนจะมีเงิน 7 หมื่นล้านในปัจจุบัน เพราะราคาหุ้นขึ้นไปตามเศรษฐกิจและเราได้เงินปันผล เงินในแบงก์ก็มีดอกเบี้ย ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่หากันมาก่อนหน้านี้ จนมีเงินแล้วจึงคิดว่าทำงานให้สังคม
พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ต่อมาเดือนพฤษภาคม 2538 มีเรื่องส.ป.ก.4-01 ทำให้ พล.ต.จำลองตัดสินใจนำพรรคพลังธรรมถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลนายชวน จนนายชวนต้องประกาศยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ซึ่งพล.ต.จำลองได้มาขอร้องให้ตนรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังธรรม และตนได้ตัดสินใจรับเป็นหัวหน้าพรรคก่อนจะมีการเลือกตั้งเพียง 6 วัน แต่ปรากฏว่าพรรคพลังธรรมชนะเป็นที่หนึ่งในกทม. ได้ ส.ส.กทม.16 คน ส่วนต่างจังหวัดได้ ส.ส.มาประมาณ 5-6 คน จนได้ร่วมรัฐบาลนายบรรหาร ศิลปอาชา และตนได้รับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ดูแลด้านการจราจร ก่อนจะถอนตัวและลาออกจากพรรคพลังธรรม จนมีการเลือกตั้งใหม่
ปัดเอี่ยวปัญหาลดค่าเงินบาทปี 40
พ.ต.ท.ทักษิณยังอ้างว่าไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาการลดค่าเงินบาทในปี 2540 ในสมัยรัฐบาลพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ โดยบอกว่า มีการประชุมกันของกลุ่มนักธุรกิจระดับประเทศที่ภัตตาคารย่านสีลม มีตนเข้าประชุมด้วย ที่ประชุมมีการสอบถามความเห็นเรื่องค่าเงินบาทควรลดหรือยัง ตอนนั้นตนบอกไปว่า ถ้าไม่ลดก็จะมีการโจมตีค่าเงินบาท ถ้าลดตอนนั้นเราจะลดน้อย แต่ถ้าเราถูกบังคับให้ลด เราจะลดเยอะ จะเสียหายเยอะ หลายคนในนั้นบอกให้รอเดือนธันวาคม ก็ปรากฏว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยังไม่มีการลดเงินบาท เศรษฐกิจก็ดำเนินต่อจนถึงกุมภาพันธ์ ปี 2540 กระทั่งจอร์จ โซรอส เริ่มเข้ามาโจมตีค่าเงินบาท ทางฝ่ายเราคิดว่าเรามีเงินสำรองอยู่เยอะ โจมตีมาเราก็สู้ สู้จนสู้ไม่ไหว ต้องประกาศลดค่าเงินบาทในที่สุด กลายเป็นวิกฤติต้มยำกุ้ง จนต้องพึ่งกองทุนไอเอ็มเอฟ
ด้านพล.ต.เชวงศักดิ์ ทองสลวย นายทหารคนสนิท พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทยกล่าวกรณีที่รัฐบาลเปิดเผยเรื่องท่อน้ำเลี้ยงที่ไหลเข้ามาจากต่างประเทศในเขตตะวันออกกลางให้แกนนำพรรคเพื่อไทยและกลุ่มเสื้อแดง ว่า พล.อ.ชวลิตได้ยืนยันว่า ไม่มีเงินจำนวนดังกล่าวไหลเข้ากระเป๋าของพล.อ.ชวลิต การที่รัฐบาลระบุว่ามีเงินโอนมาให้อดีตนายทหารคนหนึ่งที่เป็นคนประสานกลุ่มต่างๆ และแกนนำกลุ่มฮาร์ดคอร์ เพื่อนำไปใช้ในการเคลื่อนไหวของเสื้อแดงนั้น ขอท้าให้รัฐบาลโชว์หลักฐานมา เพราะรัฐบาลตรวจสอบได้ไม่ยาก
นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำเสื้อแดง กล่าวถึงกรณีนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีออกมาระบุว่ามีการโอนเงินและขนเงินผ่านสนามบินสุวรรณภูมิเข้ามาสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า นายปณิธานมีพฤติกรรมชอบพูดเท็จหลายครั้งหลายคราว ก่อนหน้านี้ก็เคยเปิดเผยข้อมูลว่ากลุ่มเสื้อแดงฝึกกำลังต่างด้าว เมื่อตนท้าให้เอาหลักฐานมาเปิดเผย และตั้งกระทู้สดถามในสภานายสุเทพ ก็ยังตอบไม่ได้โดยบอกเพียงเป็นแค่การเตือน แต่มาครั้งนี้ที่นายปณิธานบอกว่ามีการโอนเงินผ่านธนาคาร โดยพยายามสื่อว่าเป็นเงินที่โอนมามาจากตะวันออกกลาง โดยมาจากเมืองดูไบและเป็นของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เรื่องนี้ตนขอท้าว่ารัฐบาลมีศักยภาพที่จะตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และเงินสดที่อ้างว่ามีการขนผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ ก็สามารถใช้เครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ตรวจสอบได้
จึงขอให้นายปณิธานนำหลักฐานออกมาแสดง หากนายปณิธานไม่สามารถเอาหลักฐานรายชื่อการโอนเงินออกมาแสดงนายปณิธานก็ไม่ควรแค่ลาออกจากตำแหน่งทางการเมืองเท่านั้นแต่ควรลาออกจากความเป็นมนุษย์ อย่าทำตัวเป็นคนวิปริต ทำตัวเซื่องๆ ซึมๆ แล้วพูดเท็จ อย่าทำตัวเป็นสีม่วงรุ่นหลังที่เอาแต่บิดเบือน ไม่เช่นนั้นตนจะเอาผ้าคลุมสีม่วงไปให้ ตอนนี้ตนได้ข่าวว่าที่ทำเนียบมีห้องสีเขียว ห้องสีไข่ แต่กลับไปรวมตัวกันอยู่ห้องสีม่วง ขอยืนยันว่าไม่มีการโอนเงินหรือขนเงินใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนพวกฮาร์ดคอร์พวกไหนจะไปขนเงินรัฐบาลซึ่งมีอำนาจก็ควรนำหลักฐานมายืนยัน
นายจตุพร กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่รัฐบาลเตรียมตั้งด่านตรวจการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง 38 จังหวัด รัฐบาลจินตนาการเกินเหตุ ทั้งที่คนเสื้อแดงยังไม่ได้เคลื่อนไหว ทั้งนายกอปศักดิ์ และนายปณิธาน และนายสุเทพ มีพฤติกรรมสะท้อนความเลอะเทอะ ก่อนหน้านี้เคยออกมาเปิดเผยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้สัญชาติกัมพูชา ทั้งที่นายอภิสิทธิ์มีเชื้อชาติเวียดนาม ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลขณะนี้ดูเหมือนจะมีความร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด กลุ่มเสื้อแดงประเมินว่ารัฐบาลและกลุ่มอำมาตย์พยายามสร้างภาพกลุ่มเสื้อแดงให้มีความรุนแรง ถือเป็นยุทธวิธีที่ใช้โจมตีคนเสื้อแดง แต่กลุ่มเสื้อแดงจะมีกาเคลื่อนไหวอย่างเป็นระบบโดยเร็วๆ นี้จะมีการเปิดประเด็นเรื่องอื่นตามมาอีก เช่น จะเปิดประเด็นที่มีองคมนตรีคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนกับลุงของนายปณิธานมีการบุกรุกป่าสงวน
เมื่อถามว่าคนเสื้อแดงยินดีให้รัฐบาลตรวจสอบเส้นทางการเงินโดยใช้กลไกทางกฎหมายเช่นป.ป.ง.ตรวจสอบใช่หรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลกล้าตรวจสอบข้อมูลตนก็กล้าให้ตรวจสอบ เพราะไม่มีการโอนเงินให้แกนนำ ถ้ามีการถือเงินสดจริงรัฐบาลสามารถตรวจสอบได้จากสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งมีการบันทึกข้อมูลไว้อยู่แล้ว ศักยภาพอย่างนายสุเทพทำไมจะตรวจสอบไม่ได้ ขอให้ตรวจสอบทันทีอย่าช้า
เมื่อถามว่ากลุ่มเสื้อแดงจะมีการเปิดเผยเงินที่ใช้ในการเคลื่อนไหวตั้งแต่หลังรัฐประหารหรือไม่ และขณะนี้ใช้เงินจากส่วนไหนเคลื่อนไหว นายจตุพร กล่าวว่า ไม่มีปัญหาเปิดเผยได้ เพราะเงินบริจาคก็มีการบริจาคผ่านบัญชี ที่มีข่าวออกมาเล่นงานตนว่าตนซื้อทาวน์เฮาส์หลังใหญ่ ตนขอให้ไปดูส.ก.พรรคประชาธิปัตย์ บางคนบ้านหลังใหญ่กว่าตน แม้แต่ส.ส.ที่ชอบประท้วงตนในสภา กล่าวหาว่าตนสู้แล้วรวยก็เป็นเจ้าของโรงแรมม่านรูด
เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับพลเอกพัลลภ ปิ่นมณี แกนนำพรรคเพื่อไทยแล้วหรือยัง หลังจากพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ออกมาเปิดเผยว่ามีการหารือลงตัวแล้ว นายจตุพร กล่าวว่า ตนยังไม่ได้เข้าพรรคจึงยังไม่เจอพลเอกพัลลภ พลเอกชวลิตได้ไปคุยกับพลเอกพัลลภ และนายวีระ โดยนายวีระได้มาคุยกับตนอีกที ตนยืนยันว่าไม่มีปัญหาเรื่องส่วนตัวกับพลเอกพัลลภ แต่เป็นเรื่องของหลักการ ขอยืนยันว่าแนวทางของคนเสื้อแดงจะต้องสู้อย่างสันติเท่านั้น เมื่อถามอีกว่าพลตรีขัตติยะ สวัสดิผล ยังมีการเคลื่อนไหวตั้งกลุ่มนักรบดำที่จ.อุบลราชธานี นายจตุพร กล่าวว่า กลุ่มนปช.ยึดแนวทางสันติใครไม่ดำเนินการตามแนวทางนี้ก็ไม่ใช่กลุ่มเสื้อแดง เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่ากลุ่มเสื้อแดงได้หารือกันและมีความเห็นไม่ให้พลตรีขัตติยะมาขึ้นเวทีคนเสื้อแดง นายจตุพร กล่าวว่า ปกติพลตรีชัตติยะก็ไม่เคยขึ้นเวทีคนเสื้อแดงอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการแถลงข่าวช่วงถามคำถาม สื่อมวลชนได้สอบถามหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องการใช้เงินที่ใช้ในการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงว่าเอาเงินในการเคลื่อนไหวการชุมนุมมาจากไหน และกรณีที่นายกรัฐมนตรีเคยกล่าวว่านายจตุพรโกหกจนเชื่อคำพูดของตัวเอง ทำให้นายจตุพรมีน้ำเสียงเคร่งเครียดและดุดันมากขึ้น โดยเมื่อผู้สื่อข่าวคนหนึ่งจากสำนักข่าวเนชั่นถามว่า หากคนเสื้อแดงได้รับใช้ชนะพลตรีขัตติยะ จะให้นายจตุพรมาเป็นนายกรัฐมนตรี ส่งผลให้นายจตุพรเกิดอารมณ์ และตอบโต้กับผู้สื่อข่าวว่า “ผมไม่ใช่คนบ้า ถ้ามีคนให้คุณไปเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์(บ.เนชั่น)จะไปเป็นไหมล่ะ”
เด็กมาร์คเย้ย“นชป.”ตั้งกองทัพธรรมแค่กองทัพทำโมะ
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปตย์ แถลงถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ปรึกษาเศรษฐกิจรัฐบาลกัมพูชา สั่งกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ให้สามัคคีกันเพื่อหวังงานใหญ่ในวันข้างหน้าว่า เมื่อผลประโยชน์ลงตัวก็ทำให้คู่ขัดแย้งสงบลง เพราะคนเหล่านี้ต่างก็มีพระเจ้าองค์เดียวกันคือพ.ตท.ทักษิณ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ เมื่อทั้งสองส่วนที่มีความแตกแยกกัน แต่ยังเคลื่อนไหวภายใต้การบงการของพ.ต.ท.ทักษิณ ก็อาจทำให้การเคลื่อนไหวเกิดเป็น 2 แนวทางคือ กลุ่ม 3 เกลอ ที่ประกาศจะเคลื่อนไหวในลักษณะสันติอหิงสา แต่ขณะที่กลุ่มฮาร์ดคอร์ ก็ประกาศชัดเจนว่าเคลื่อนไหวใต้ดินต่อไป ซึ่งตรงนี้น่าจะเป็นเรื่องการตีสองหน้า เพื่อเคลื่อนไหวหวังผลล้มรัฐบาลตามเป้าหมายของพ.ต.ท.ทักษิณ นอกจากนี้การที่กลุ่มคนเสื้อแดงประกาศจัดตั้งกองทัพธรรมนั้น อยากถามว่าเป็นกองทัพทำอะไร ธรรมะ หรือทำโมะ
โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปตย์ กล่าวว่า ส่วนที่บอกว่ารัฐบาลพยายามสร้างภาพลวงตาเพื่อให้เห็นว่ากลุ่มเสื้อแดงนิยมความรุนแรง แล้วฉวยโอกาสปราบปรามนั้น รัฐบาลไม่เคยสร้างภาพลวงตาใด ๆ ภาพความรุนแรงที่ปรากฎล้วนเป็นพฤติกรรมของแกนนำคนเสื้อแดงทั้งนั้น เพราะประชาชนทั้งประเทศรับรู้ได้จากสถานีโทรทัศน์ดีสเตชั่น เพราะแกนนำได้ประกาศบนเวทีว่า ให้คนเสื้อแดงเตรียมขวดเปล่าแล้วมาซื้อน้ำมันที่กรุงเทพฯ พร้อมที่จะเผาบ้านเผาเมือง และนับตั้งแต่ตรุษจีนเป็นต้นไป ความรุนแรงค่อนข้างชัดเจนมากขึ้นแน่นอน
อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตว่าขณะที่ประเทศมีความรุนแรงทางการเมืองเกิดขึ้น จะเห็นได้ว่าทุกครั้งการเมืองนอกประเทศโดยเฉพาะท่าทีของสมเด็จฯ ฮุนเซน นายกฯกัมพูชาก็จะแสดงท่าทีทำให้การเมืองไทยรุนแรงขึ้นมาอีก ซึ่งไม่แน่ใจว่าวันนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ยังใช้แผนตากสิน 1 และ 2 โดยใช้การเมืองนอกประเทศมากดดันประเทศไทยหรือไม่ อย่างไรก็ตามท่าทีของสมเด็จฯฮุนเซนที่มีต่อประเทศไทย ที่ผสมโรงกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง คิดว่าคนไทยทั้งประเทศน่าจะรู้สึกได้ว่านี่คือตัวแทนที่พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้เข้ามาเคลื่อนไหวเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง และกระแสของประชาชนในทุกวันนี้สามารถรับรู้ได้ว่าไม่พอใจพฤติกรรมของสมเด็จฯ ฮุนเซน และทำให้ประชาคมโลกเห็นว่าคนไม่ยอมรับพฤติกรรมของสมเด็จฯฮุนเซน และพ.ต.ท.ทักษิณ
นายเทพไท กล่าวว่า ส่วนกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ทวีตเตอร์โดยพาดพิงรัฐบาลว่า ภายใต้รัฐบาลนี้อย่าหวังความสมานฉันท์ และมีคติอยู่ให้นานกินให้ไวนั้น ข้อความทั้งหมดล้วนบิดเบือน ใส่ร้ายรัฐบาล ว่ารัฐบาลพยายามทุกทางที่จะทำให้เกิดความสมานฉันท์ และรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้คิดหวังว่าจะ “อยู่นาน-กินให้ไว” เพียงแต่ระหว่างที่ทำหน้าที่รัฐบาลก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด จะไม่ให้มีการโกงกินคอร์รัปชั่น เพราะบทเรียนที่ผ่านมา คิดว่าสังคมได้รับรู้ว่ารัฐบาลที่ทุจริตคอร์รัปชั่นอยู่ได้ไม่นาน รัฐบาลที่ประกาศว่าจะอยู่ในอำนาจ 20 ปี แต่เมื่อโกงกินคอร์รัปชั่นเกิดขึ้นภายใน 4-5 ปี ก็ถูกไล่ลงจากเวที ฉะนั้นพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ต้องกังวลว่ารัฐบาลชุดนี้จะอยู่นานแล้วกินให้ไว เพราะรัฐบาลนี้จะอยู่นานหรือไม่นานอยู่ที่ศรัทธาประชาชน โดยยืนยันว่าการโกงกินไม่มีแน่นอน
โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปตย์ กล่าวถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยว่า พยายามขยายผลให้กิดความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาล ขอรัฐธรรมนูญ โครงการถนนไร้ฝุ่นมาตอกลิ่มความขัดแย้งนั้น ตนคิดว่าไม่ประสบความสำเร็จ และทุกพรรคพร้อมที่จะจับมือร่วมกันนำพาประเทศชาติให้พ้นวิกฤตไปได้ การที่พรรคเพื่อไทยพยายามที่จะเอาเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ โครงการถนนไร้ฝุ่นมาตอกลิ่มความขัดแย้งนั้น ตนคิดว่าไม่ประสบความสำเร็จ เพราะพรรคร่วมรัฐบาลต่างเข้าใจกันดีว่าจุดยืนของแต่ละพรรคเป็นอย่างไร และปัญหาดังกล่าวก็จะทำความเข้าใจกันได้อย่างแน่นอน
ส่วนเรื่องการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจที่พรรคเพื่อไทยประกาศว่าจะมีผู้อภิปราย 17 คนนั้น เป็นที่น่าแปลกใจว่ายังไม่รู้เลยว่าจะอภิปรายใคร และอยากถามกลับไปยังพรรคเพื่อไทยว่า วันนี้ได้หานายกรัฐมนตรีที่ต้องอุปโลกขึ้นมาตามมาตรา 158 ได้แล้วหรือยัง ตนไม่อยากให้เกิดภาพคนวิกลจริต ไปพบล็อตเตอรี่ทั้ง ๆ ที่รางวัลยังไม่ออก ก็มาแบ่งรางวัลกันแล้ว ดังนั้นพรรคเพื่อไทยควรไปสร้างความพร้อมในพรรคตัวเองก่อนที่จะมาประโคมข่าวอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ส่วนกรณีที่นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช เสนอให้ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรี 2 คนเพื่อสร้างความสมานฉันท์นั้น นายเทพไท กล่าวว่า ตนไม่แปลกใจในความคิดดังกล่าว เพราะยิ่งนานวันก็ยิ่งฟั่นเฟือนไปเรื่อย ๆ ตนเข้าใจว่าจ.สระแก้วอยู่ใกล้กับประเทศกัมพูชา นายเสนาะ อาจจะซึมซับประเทศกัมพูชาในวันที่มีนายกฯ 2 คน จึงนำความคิดนั้นมาใช้กับประเทศไทย ซึ่งไม่เหมาะกับประเทศไทย เพราะคนไทยไม่ยอมรับความคิดนี้อย่างแน่นอน
โฆษกปชป.เสี้ยมข่าวปูดนปช.วาง3ยุทธศาสตร์รุนแรงขั้นวิกฤติ
นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า คณะทำงานติดตามสถานการณ์ทางการเมือง (วอร์รูม) พรรคประชาธิปัตย์ ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อว่า ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์การเคลื่อนไหวจะรุนแรงถึงขั้นวิกฤติ โดยเฉพาะในช่วงการพิพากษาคดียึดทรัยพ์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ปรึกษาเศรษฐกิจรัฐบาลกัมพูชา อดีตนายกฯ ซึ่งวอร์รูมเห็นว่า ภายหลังจากที่คนเสื้อแดงประกาศตั้งกองทัพประชาชน แต่กลับได้รับปฏิกิริยาเชิงลบจากสังคม รวมทั้งการไม่ประสบความสำเร็จจากเหตุการณ์ช่วงเดือนเมษายนเลือด ทำให้คนเสื้อแดงได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเคลื่อนไหวเป็น 2 ช่วงเวลา ภายใต้ 3 ยุทธศาสตร์
คือ ช่วงที่ 1 วันที่ 10-19 ก.พ. ซึ่งเป็นช่วงเตรียมการระดมคนมาชุมนุมใหญ่ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยช่วงนี้คนเสื้อแดงจะใช้สื่อเป็นเครื่องมือในการปลุกระดม ดูจากการที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เพิ่มวันออกอากาศรายการทักษิณไลฟ์ จากเฉพาะวันอังคาร มาเป็นออกอากาศทุกวัน
นอกจากนี้ ในช่วงเวลาเดียวกัน จะใช้ปฏิบัติการโอนเงิน ซึ่งพรรคขอสนับสนุนให้รัฐบาลให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเมือง โดยหากพบว่า ไปปรากฎที่ใดก็ให้อายัดเงินทันที
นอกจากนี้ วันที่ 20-26 ก.พ. จะมีการเคลื่อนไหวจากมวลชนคนเสื้อแดง ไปตามสถานที่สำคัญต่าง ๆ อาทิ ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สำนักงานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำเนียบองคมนตรี
"จะเป็นการเคลื่อนไหวภายใต้ 3 ยุทธศาสตร์ คือ ยุทธศาสตร์การเคลื่อนไหวมวลชนคนเสื้อแดง ยุทธศาสตร์อาศัยผู้อบรม นปช. และยุทธศาสตร์การฝึกกองกำลังติดอาวุธจรยุทธ์ และเมื่อฝึกเสร็จจะมีการมอบเครื่องแบบสีดำ จากนั้นจะอ้างเป็นการ์ดของนปช.ใส่ชุดดำในการชุมนุม"



