
เบื้องหลังความดังของแบร์ลุสโคนี
ทัศนีย์ สาลีโภชน์
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เหล่าผู้นำจะมีสไตลิสต์หรือช่างแต่งหน้าประจำตัวเอาไว้เสริมหล่อเสริมสวยยามออกสื่อ เพราะภาพลักษณ์อันงดงามนั้นเป็นตัวเรียกคะแนนนิยมได้ไม่แพ้คุณสมบัติข้ออื่นๆ หรือเผลอๆอาจจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ
แล้วผู้นำโลกคนหนึ่งที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องนี้ก็คือ นายซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี ที่ถึงขั้นไปทำศัลยกรรมเสริมหล่อราวกับเป็นดารามาแล้ว
ความรักสวยรักงามของแบร์ลุสโคนีนั้นมีมากถึงขั้นที่มีคนแต่งหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกมาขายเลยทีเดียว แถมยังบอกด้วยว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้แบร์ลุสโคนีครองอำนาจได้ยาวนานเป็นผลมาจากการที่เขาดูแลภาพลักษณ์ของตัวเองอย่างเอาใจใส่
หนังสือดังกล่าวมีชื่อว่า "เดอะ บอดี้ ออฟ เดอะ บอส" เขียนโดย มาร์โก้ เบลโพลิตี้ ซึ่งวางแผงได้เพียงไม่กี่วันก็ขายไปได้แล้วถึงหมื่นเล่ม
เบลโพลิตีบอกว่า แบร์ลุสโคนี ซึ่งจะเล่นการเมืองครบ 15 ปีในช่วงสิ้นเดือนนี้ เอาประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ซึ่งเคยเป็นดาราหนังมาก่อนที่จะก้าวมาเป็นผู้นำสหรัฐ เป็นแบบอย่าง โดยหวังจะมีภาพลักษณ์ชวนมอง และอ่อนเยาว์อยู่เสมอ เพื่อเป็นเสน่ห์มัดใจผู้มีสิทธิ์ออกเสียง
ผู้เขียนยังบอกด้วยว่าแบร์ลุสโคนีเป็นนักการเมืองอิตาลีคนแรกนับตั้งแต่สิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เป็นห่วงภาพลักษณ์มากพอๆกับมุสโสลินี แต่ยุคของทีวีทำให้แบร์ลุสโคนีไปไกลกว่ามุสโสลินีเยอะ แบร์ลุสโคนี ซึ่งมีทีวีถึง 3 ช่องเป็นของตัวเองนั้นรู้ดีว่าจะต้องถูกโคลสอัพ ก็เลยไปเสริมหล่อด้วยการทำศัลยกรรมตา ปลูกผมใหม่ ทั้งยังใช้รองพื้นเวลาแต่งหน้า แล้วก็ย้อมผมอยู่เสมอด้วย
ว่ากันว่าสมัยที่ยังใช้กล้องฟิล์มอยู่นั้น ช่างภาพจะถูกสั่งให้ใช้ถุงน่องคลุมเลนส์เพื่อให้ริ้วรอยต่างๆของแบร์ลุสโคนีดูอ่อนนุ่มลง ซึ่งเป็นเทคนิคเดียวกับที่ใช้กันในฮอลลีวูดเลยทีเดียว
เบลโพลิตีวิเคราะห์เรื่องที่แบร์ลุสโคนีพะวงเรื่องภาพลักษณ์ของตัวเองมากจนเกินเหตุเอาไว้ว่าเป็นเพราะเขาไม่มีอุดมการณ์ทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นขวาหรือซ้ายนั่นเอง
แล้วการขายภาพลักษณ์โดยปราศจากอุดมการณ์ของแบร์ลุสโคนีจะช่วยให้เขามีชัยในการเลือกตั้งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้หรือเปล่า
เบลโพลิตีมองว่าแบร์ลุสโคนีมาถึงช่วงเวลาที่ซับซ้อนมากในอาชีพนักการเมือง ประกอบกับการที่โอบามาซึ่งอายุเพียง 47 ปี ได้รับเลือกตั้งเข้ามา ทำให้แบร์ลุสโคนี ซึ่งอายุ 72 ปีแล้ว หันมาตระหนักถึงสังขารอันร่วงโรยของตัวเอง
อีกอย่าง วิกฤติเศรษฐกิจที่กำลังเล่นงานคนทั่วโลกจนอ่วมทำให้ยังไงๆแบร์ลุสโคนีก็ต้องหยิบยกเรื่องนี้มาพูด
จะมัวมาห่วงหล่อแต่อย่างเดียวคงไม่ได้แล้ว



