ข่าว

คมชัดลึกตอน:สัมพันธ์ไทย-กัมพูชาในมือฮุน เซน?

คมชัดลึกตอน:สัมพันธ์ไทย-กัมพูชาในมือฮุน เซน?

10 ก.พ. 2553

ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชาถูกจับตามองจากประชาคมโลกอีกครั้งหนึ่ง หลังสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวพาดพิง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ด้วยถ้อยคำรุนแรง

ระหว่างเป็นประธานเปิดที่ทำการกองพันทหารราบชายแดนที่ 422 จ.อุดรมีชัย ห่างจากปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ ประมาณ 6 กิโลเมตรนั้น โดยล่าสุดสังคมกำลังมองว่าการกระทำดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศอย่างไรบ้าง รายการ "คม ชัด ลึก" วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2553 จึงได้เชิญนักวิชาการรวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาพูดคุยในรายการ ตอน สัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ในมือฮุน เซน?


 
รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร
รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
"ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาไม่ได้อยู่ในมือสมเด็จฮุน เซน"

 สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ขณะที่สมเด็จฮุน เซน เดินทางมาที่ปราสาทพระวิหาร และแสดงออกถึงพฤติกรรมก้าวร้าว ไม่ทำตามกติกามารยาททางการทูตวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับรัฐบาลไทยนั้น น่าจะเป็นเพราะไม่ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง รวมถึงการที่รัฐบาลกัมพูชาเดือดร้อนเกี่ยวกับประเด็นความร่วมมือระหว่างประเทศที่มีหลายโครงการที่จะทำร่วมกันแต่ปัจจุบันมีความคืบหน้าน้อยมาก ทั้งเนื่องจากประเทศไทยมีการเปลี่ยนรัฐบาล ก็มักจะหยิบโครงการร่วมมือต่างๆ มาพิจารณาใหม่ อย่างไรก็ดีเชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชาไม่ได้อยู่ในมือของนายกรัฐมนตรีกัมพูชาเพียงคนเดียว แต่จะมีคน 3 กลุ่มที่ตัดสิน คือ ผู้นำระหว่างไทย-กัมพูชา ภาคประชาชนทั้ง 2 ประเทศ และนานานชาติ องค์กรระหว่างประเทศ

 "สำหรับเรื่องปราสาทพระวิหารนั้น สิ่งที่รัฐบาลไทยทำมาโดยตลอดคือยื่นเรื่องคัดค้านการที่ประเทศกัมพูชายื่นขึ้นทะเบียนประสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกเพียงประเทศเดียว แต่จะขอยื่นร่วมกันเพราะหากดูตามระเบียนการขึ้นเป็นมรดกโลกนั้นเพียงตัวปราสาทอย่างเดียวไม่สามารถขึ้นเป็นมรดกโลกได้จำเป็นจะต้องมีสิ่งรายล้อม แต่ก่อนที่จะถึงขั้นนั้นเราจะต้องมาตกลงกันเรื่องเขตพื้นที่ทับซ้อนอย่างสันติวิธีเสียก่อน" 

เดโช สวนานนท์
นายกสมาคมอิโคโมสไทย อดีต ส.ส.ร.
"2 ประเทศเอาอารมณ์มาเถียงกันมากกว่าเหตุผล"

 เป้าหมายการเดินทางมาที่โบราณสถานของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา นั้นมีวัตถุประสงค์ชัดเจนคือเรื่องปราสาทพระวิหาร โดยรัฐบาลกัมพูชาต้องการประกาศให้ทุกคนรับรู้ว่าการเดินทางมายังโบราณสถานแห่งนี้ไม่จำเป็นจะต้องเดินทางผ่านทางประเทศไทย เพราะทุกวันนี้เขาได้สร้างทางขึ้นเสร็จเรียบร้อย อย่างไรก็ตามพฤติกรรมก้าวร้าวที่แสดงออกผ่านคำให้สัมภาษณ์นั้น เชื่อว่ากัมพูชาไม่พอใจรัฐบาลไทยที่ไปคัดค้านไม่ให้ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก

 "ปราสาทพระวิหารเป็นความหวัง เป็นชัยชนะของเขา แต่ที่ผ่านมาไม่เป็นดั่งใจเพราะรัฐบาลไทยไปขัดขวางขอให้คณะกรรมการพิจารณาการขึ้นทะเบียนร่วมกันของทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งทุกวันนี้เชื่อว่าการขึ้นทะเบียนนี้ก็ไปต่อไม่ได้เพราะผิดหลักการตอนนี้เราต้องสู้ให้ถึงที่สุด เราเสียมาเยอะแล้ว อย่างไรก็ดีขณะนี้ภาพความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ภาพความขัดแย้งของทั้ง 2 ประเทศเท่าที่เห็นไม่ได้เอาเหตุผลหลักความเป็นจริงมาพูดกัน ตรงกันข้ามกับเอาอารมณ์มาถกเถียงกันมากกว่า" 

ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์
หัวหน้าภาควิชาสังคมศาสตร์ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต
"วัตถุประสงค์3ประการที่ ฮุน เซนมาปราสาทพระวิหาร"

 การเดินทางมาของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา มองถึงวัตถุประสงค์ได้ 3 ประการด้วยกัน ประการแรกคือรัฐบาลกัมพูชาต้องการที่จะเข้ามาบริหารจัดการพื้นที่ทางภาคเหนือของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม เพราะตลอด 20 ปีที่ผ่านมาบริเวณภาคเหนือของเขาซึ่งตรงกับภาคอีสานของไทยนั้นด้อยพัฒนาเพราะมีการสู้รบตลอดเวลา ประการที่สอง รัฐบาลกัมพูชาต้องการที่จะตอบคำถามประชาชนว่ารัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับปราสาทพระวิหาร ส่วนประการสุดท้ายที่เดินทางมาที่ปราสาทพระวิหารเพื่อเตรียมหาคำตอบไว้ตอบกับคณะกรรมการมรดกโลกว่ามีแผนพัฒนาอย่างไรต่อไป ซึ่งคำตอบที่รัฐบาลกัมพูชาอาจให้คณะกรรมการก็คือไม่สามารถเจรจากับทางการไทยได้ อาจต้องเปลี่ยนแผนซึ่งอาจจะมีการเสนอขอลดพื้นที่การพัฒนาพื้นที่มรดกโลก

 "ตอนนี้ต้องยอมรับว่าการเมืองในประเทศเรานั้นมีความเคลื่อนไหว หลายคนมองสิ่งที่เกิดขึ้นเชื่อมโยงกัน แต่หากมองจากหัวใจของเขาจะเห็นว่าครั้งหนึ่งเราเคยสัญญาจะสนับสนุนเรื่องการยื่นเป็นมรดกโลกของปราสาทพระวิหาร แต่วันดีคืนดีเรากลับมาคัดค้านก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เขาจะไม่พอใจ"