ข่าว

ของเข้า!

ของเข้า!

10 ก.พ. 2553

เห็นถ้อยคำที่ "สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา" พูดถึง "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรีของไทย อดไม่ได้ที่จะคิดถึงสำนวนที่ว่า "อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมา"

 เชื่อว่าขณะที่ "ฮุน เซน" เปล่งถ้อยคำดังกล่าวออกจากปากคงไม่ได้อยู่ในอาการของ "คนเมา"
 
 มีคำถามตามมาว่าอะไรคือ "สาเหตุ" ที่ "ฮุน เซน" ออกอาการ "หลุด" ได้ขนาดนั้น !!

 และวัตถุประสงค์ของ "ฮุน เซน" ที่เดินทางไปยังปราสาทพระวิหารต้องการทำอะไร

 การเดินทางไปยัง "ปราสาทพระวิหาร" ของ "ฮุน เซน" ครั้งนี้ มี "กลุ่มคนไทยรักชาติ" นำโดย "วีระ สมความคิด" ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน และภาคีเครือข่ายติดตามสถานการณ์กรณีเขาพระวิหาร พร้อมตัวแทนคนรักชาติ เกือบ 300 คน เดินทางมาที่ปราสาทตาเมือนธม เพื่อประท้วงการมาเยือนบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาของ "ฮุน เซน"

 "วีระ" กล่าวว่า การที่มีผู้ชุมนุมเดินทางไปน้อยกว่าทุกครั้งเนื่องจากรู้ข่าวการเดินทางมาของฮุน เซนกระชั้นชิด เนื่องจากหน่วยงานรัฐปิดข่าว แต่ในฐานะที่ติดตามเรื่องเขาพระวิหารมาตลอดต้องเดินทางไปติดตามสถานการณ์ และประท้วงหาก "ฮุน เซน" ข้ามเขตแดนมายังประเทศไทย โดยไม่ผ่านขั้นตอนทางการทูต และหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง

 "หากเราไม่แสดงสิทธิความเป็นเจ้าของแผ่นดินบริเวณที่ฮุน เซนจะมาเยือน จะทำให้ฮุน เซน ย่ามใจ และบังเอิญไปรู้มาว่า การที่ฮุน เซนเดินทางมาครั้งนี้เพื่อจะทำให้คณะกรรมการยูเนสโกได้เห็นว่ามาเหยียบดินแดนได้ทุกจุด และต้องการแสดงให้เห็นว่า ดินแดนเหล่านี้เป็นของกัมพูชาและเดินทางมาประกอบพิธีทางไสยศาสตร์ตามความเชื่อ" วีระกล่าว

 "วีระ" ขยายความให้ฟังว่า ฮุน เซน มีความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ การเดินทางมาครั้งนี้จึงตั้งใจมาทำพิธีทางไสยศาสตร์ของกัมพูชาโดยต้องการทำที่ ปราสาทพระวิหาร กับปราสาทตาเมือนธม ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับปราสาทพระวิหาร แต่ปรากฏว่าฮุน เซน ทำพิธีบวงสรวงสักการะเทวรูปที่โคปุระชั้น 4 ของปราสาทพระวิหารเท่านั้น

 "ตามความเชื่อของชาวเขมรการทำพิธีดังกล่าวจะเป็นการปิดปากประเทศไทย ไม่ให้อ้างสิทธิใดๆ ได้ เหมือนกับกรณีปราสาทพระวิหารในอดีตผู้นำเขมรในขณะนั้นก็มาทำพิธีในลักษณะนี้ ทำให้เราต้องเสียตัวปราสาทพระวิหาร ซึ่งฮุน เซน เองก็เชื่อเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน" วีระกล่าว

 "วีระ" กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่มีส่วนทำให้ฮุน เซนไม่สามารถประกอบพิธีกรรมดังกล่าวได้สำเร็จ และการที่ฮุน เซนตัดสินใจขึ้นเฮลิคอปเตอร์ กลับเข้าพื้นที่ทางฝั่งกัมพูชา โดยไม่เข้ามาเยี่ยมปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ เพราะกลัวทหารไทย และกลุ่มคนไทยรักชาติที่ไปปักหลักประท้วงที่บริเวณดังกล่าว จึงตัดสินใจกลับ

 "ผมคิดว่าฮุน เซนคงกลัว จึงไม่กล้าขึ้นไปเที่ยวปราสาทตาเมือนธม เพราะทางการไทยยื่นเงื่อนไขเข้ามาต้องปลดอาวุธก่อน จึงคิดว่าหากเกิดกรณีฉุกเฉิน กลุ่มผู้ชุมนุมของผมลุกฮือประท้วงขับไล่และจับตัวฮุน เซน ทหารของกัมพูชาอาจช่วยอะไรเขาไม่ได้ ทำให้ฮุน เซน เดินทางกลับอย่างหัวเสีย และเชื่อว่านี่คงเป็นสาเหตุใหญ่ที่ให้ฮุน เซน ต่อว่านายกฯ อภิสิทธิ์ ด้วยถ้อยคำที่รุนแรง" วีระกล่าว

 มีรายงานในพื้นที่เล่าบรรยากาศการชุมนุมประท้วงของ "กลุ่มคนไทยรักชาติ" ให้ฟังว่า ระหว่างที่ตัวแทนทหารกัมพูชาเจรจาขอให้ "ฮุน เซน" เข้าตัวปราสาทตาเมือนธม ในฐานะนักท่องเที่ยว โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนทางการทูตและกระทรวงการต่างประเทศ แต่ทางการไทยไม่ยินยอมเนื่องจาก "ฮุน เซน" เป็นผู้นำระดับประเทศ

 นอกจากนี้ "พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์" แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ชี้แจงต่อตัวแทนของกัมพูชาว่า ในขณะนี้สถานการณ์ที่ปราสาทตาเมือนธมค่อนข้างตึงเครียด และอาจจะมีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยไปอยู่ใกล้กับพื้นที่ด้วย เกรงว่าหากทางทหารกัมพูชาเข้ามาในพื้นที่อาจจะเกิดการขยายตัวของกลุ่มผู้ชุมนุมและทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นไปอีก จึงยังไม่อยากที่จะให้กัมพูชาเข้าพื้นที่

 "วีระ" กล่าวว่า ทางกลุ่มได้ปราศรัยโจมตีพฤติการณ์ของ "ฮุน เซน" ตลอดเวลา โดยหันเครื่องขยายเสียงไปทางฝั่งกัมพูชา จึงน่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ ฮุน เซน และทหารกัมพูชาไม่มั่นใจหากมีการทำพิธีบริเวณปราสาทตาเมือนธมได้จนเสร็จลุล่วง เนื่องจากเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยในตัวผู้นำ จึงยอมล้มเลิกพิธีและถอนกำลังกลับไป

 หลังการเดินทางกลับเพราะจำนนต่อสถานการณ์จึงเห็น "ฮุน เซน" ออกอาการ "นอตหลุด" เหมือนโดน "ของเข้า" จนเป็นข่าวใหญ่อย่างที่เห็น !


 สมถวิล เทพสวัสดิ์