ข่าว

 "พชร" ปธ.ก.อ. จี้ ผู้จัดละคร "ให้รักพิพากษา" แก้บท ชี้ ทำเสียภาพลักษณ์ "อัยการ"

"พชร" ปธ.ก.อ. จี้ ผู้จัดละคร "ให้รักพิพากษา" แก้บท ชี้ ทำเสียภาพลักษณ์ "อัยการ"

13 ส.ค. 2564

ประธาน ก.อ. "พชร ยุติธรรมดำรง" จี้ ผู้จัดละคร "ให้รักพิพากษา" ต้องแก้บทให้ถูกต้อง มิเช่นนั้นสงวนสิทธิ์ดำเนินการตามกฎหมาย ชี้ อัยการทั่วประเทศรับไม่ได้เสียหายภาพลักษณ์ ทำให้ประชาชน เข้าใจบทบาทหน้าที่อัยการฯ ผิด

13 ส.ค. 2564  จากกรณีที่ นายประยุทธ์ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด  โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า .. “ให้รัก พิพากษา” ละคร ช่อง 3  เป็นละครที่มีการนำเสนอที่บิดเบือน การทำงานของอัยการที่เสียหายมาก เช่น คดีไม่สำคัญมอบอัยการผู้ช่วยทำ หรือ ชวนทนายมาเป็นอัยการเพราะกำลังขาดคนหรือการทำงานโดยเลือกเอาเอกสารออกจากสำนวนฯลฯ ซึ่งทั้งหมดทำให้สังคมเข้าใจบทบาทอัยการที่ไม่ถูกต้องอย่างรุนแรง กระทบต่อความรู้สึกของอัยการทั่วประเทศ  สักครู่ผมในนามทีมโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด  ได้ประสานไปยังคุณหนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ในฐานะผู้ประกาศข่าว ช่อง 3  เพื่อประสานผู้จัดละครให้ทราบข้อเท็จจริงและหาทางแก้ไขโดยด่วนแล้วครับ

 

 "พชร" ปธ.ก.อ. จี้ ผู้จัดละคร "ให้รักพิพากษา" แก้บท ชี้ ทำเสียภาพลักษณ์ "อัยการ"

 

 


 

ล่าสุด นายพชร ยุติธรรมดำรง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) เเละอดีตอัยการสูงสุด  ระบุว่า การนำเสนอละคร ”ให้รักพิพากษา” ซึ่งเป็นละครที่ออกอากาศทาง ช่อง 3 มีเนื้อหาบิดเบือนการทำหน้าที่ของพนักงานอัยการ ว่าละครเรื่องนี้ เดินเรื่องบทบาทการเป็นพนักงานอัยการ ของสำนักงานอัยการไม่สำรวมไม่ถูกต้อง อัยการทั่วประเทศรับไม่ได้กับบทละคร และผู้แสดงเป็นหัวหน้าพนักงานอัยการของละครเรื่องนี้ จะเห็นว่าการเดินบทละครเรื่องนี้ การแสดงของหัวหน้าอัยการใช้วาจาไม่สำรวม ตามจีบทนายสาว เเละชวนทนายสาวมาเป็นอัยการโดยไม่ผ่านการสอบตามกฎหมายของสำนักงานอัยการสูงสุด ถือเป็นการเขียน เดินบทละคร บิดเบือนจากตัวบทบทกฎหมายการเข้าสู่วิชาชีพการเป็นพนักงานอัยการไม่ถูกต้องตามกฎหมายมีการใช้วาจาดูแคลนทนายความ หากมีความเป็นจริงแบบนี้เกิดขึ้นจริงพนักงานอัยการผู้ใดประพฤติเช่นนี้จะต้องถูกลงโทษทางวินัย ไม่รักษาเกียรติศักดิ์ของการเป็นพนักงานอัยการ
     

 

หรือแม้กระทั่งการถ่ายทำบทบาทการว่าคดีในศาลยุติธรรม ความเป็นจริงศาลผู้พิจารณาคดีโดยปกติ ผู้พิพากษาจะนั่งพิจารณาเป็นองค์คณะ 3 ท่าน การอ้างอิงการสืบพยานในศาลจะต้องทำตามกระบวนพิจารณาเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ตามบัญชีพยานที่คู่ความยื่นอ้างไว้ต่อศาล ไม่ใช่จะไปเรียกขอให้ศาลส่งเอกสารพยานได้ตามใจชอบของคู่ความ  การเดินบทละคร การว่าความในกระบวนการยุติธรรม ต้องทำให้ถูกต้องตามกระบวนการที่มีการประกอบวิชาชีพ ตามกฎหมายไม่ใช่จะเดินเรื่องตามความคิดของผู้เขียนบทละคร หากยังเดินเรื่องบทละครตามสภาพการแสดงนี้ต่อไป จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงานอัยการสูงสุด เกิดภาพลักษณ์เสียหายต่อพนักงานอัยการทั่วประเทศ และจะทำให้ประชาชน เข้าใจบทบาทหน้าที่การรักษากฎหมายของพนักงานอัยการที่ผิดและเสื่อมเสียแก่พนักงานอัยการในปัจจุบันเป็นอย่างมาก

 

ตนในฐานะประธาน ก.อ.และพนักงานอัยการทั่วประเทศไม่อาจที่จะยอมรับบทละครเรื่องนี้ได้ต่อไป และขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการตามกฎหมายกับสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ,ผู้ผลิต ,ผู้เขียนบทละครเรื่องนี้ และ ผู้แสดงบทละครเรื่องนี้ที่แสดงในบทบาทการเป็นพนักงานอัยการที่ผิดๆ ตามกฎหมายต่อไป

 


   

ทางด้าน น.ส.สุภาภรณ์ ไชยปุรณะ อัยการจังหวัดคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี ในฐานะกรรมการประชาสัมพันธ์เนติบัณฑิตยสภากล่าวว่า ในความเห็นส่วนตัว เข้าใจว่าละครก็อาจจะมีการแต่งเติมสีสันไปบ้าง แต่ละครที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม การเขียนบทละครหรือการดูเนื้อหาของเรื่องต้องใช้ความละเอียดรอบคอบพอสมควร โดยเฉพาะถ้ากระทบกับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม การให้เนื้อหาในส่วนของกระบวนการขั้นตอนต้องถูกต้อง เพราะประชาชนที่ไม่รู้ขั้นตอนอาจจะเข้าใจผิดแล้วก็เสียหายได้ ความเสียหายอาจเกิดได้ทั้งหน่วยงานและประชาชนที่รับข้อมูลที่ผิดพลาด เช่น ละครนำเสนอเกี่ยวกับลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลย การดึงเอกสารออกจากสำนวน หรือชวนทนายความมาเป็นอัยการได้เลย อันนี้คือผิดผลาดคลาดเคลื่อนอย่างมาก เชื่อว่าการเขียนบทละครแบบนี้ต้องมีคนที่เรียนจบทางกฎหมายให้ข้อมูล  แต่สงสัยว่า คนให้ข้อมูลไม่รู้กระบวนการในการพิจารณาชั้นศาลเลยหรือ  ถึงให้ข้อมูลผิดพลาด แทนที่ประชาชน จะได้ความรู้จากละครไปด้วย แต่กลับได้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง  สงสัยว่าทำไมทนายความ หรือนักกฎหมาย เก่งๆ ที่รู้จริงในขั้นตอนมีมากมาย ทำไมไม่ถาม หรือเจตนาให้ออกมาเป็นแบบนี้  

 

ดูละครก็ทำให้คิดไปได้ว่า คนให้ข้อมูลกับละครมีอะไรกับอัยการรึเปล่า  ให้อัยการดูเป็นตัวร้าย ก็เข้าใจว่าวางพล็อตเรื่องเป็นแบบนี้ ใช่ว่าอัยการจะแตะต้องไม่ได้ ก็แล้วแต่เนื้อเรื่อง เราไม่ใช่เทวดา จะต้องเป็นพระเอก นางเอก  ที่ห่วงคือขั้นตอนต่างๆที่สื่อไปผิดพลาด การเป็นอัยการ ต้องจบเนติบัณฑิตยสภา แต่ทนายความไม่ต้องจบเนติ ฯ แค่จะสอบเนติฯผ่าน คนสอบก็เป็นพันเป็นหมื่น  กว่าจะมีใบเบิกทางมาสอบอัยการได้ ไม่ได้เป็นกันง่ายๆ อัยการเป็นข้าราชการ รักษาผลประโยชน์ของรัฐ ให้ความยุติธรรมแก่ประชาชนส่วนทนายความรับค่าจ้างทำงานให้ลูกความ(เว้นทนายอาสา) ละครจะแต่งให้ใครเป็นตัวดีตัวร้ายก็ได้ แต่หลักต้องถูกต้อง จะแต่งให้อัยการมาจีบทนาย แต่จีบไม่ติดก็ได้ ในละครอัยการอาจจะเป็นตัวร้าย แต่เรื่องจริง อัยการมีจิตใจดี อัยการยินดีต้อนรับประชาชนทุกคน