ข่าว

"บิ๊กปั๊ด" ผบ.ตร. เรียกประชุมรับมือม็อบ 7 สิงหาคม เผย 1 ปีมีม็อบกว่า 2 พันครั้ง 

"บิ๊กปั๊ด" ผบ.ตร. เรียกประชุมรับมือม็อบ 7 สิงหาคม เผย 1 ปีมีม็อบกว่า 2 พันครั้ง 

05 ส.ค. 2564

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประชุมหารือวางแนวทางในการรับมือการชุนนุมในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ 

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2564 ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.  พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ปฏิบัติราชการ บช.น. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมในการชุมนุมวันที่ 7 สิงหาคม นี้  

 

"บิ๊กปั๊ด" ผบ.ตร. เรียกประชุมรับมือม็อบ 7 สิงหาคม เผย 1 ปีมีม็อบกว่า 2 พันครั้ง 

สำหรับการชุมนุมในวันที่ 7 สิงหาคม นี้ มีผู้ชุมนุม 2 กลุ่ม โดย กลุ่มเยาวชนปลดแอก Free Youth นัดรวมตัวกันตั้งแต่ เวลา 13.00 น. จาก อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จุดหมายการชุมนุมที่ พระบรมมหาราชวัง และ กลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จัดกิจกรรม คาร์ม็อบ 2 ล้อ โดยนายธนเดช หรือม่อน ศรีสงคราม ที่ สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ก่อนเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล

 

"บิ๊กปั๊ด" ผบ.ตร. เรียกประชุมรับมือม็อบ 7 สิงหาคม เผย 1 ปีมีม็อบกว่า 2 พันครั้ง 

พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า ในการดูแลความเรียบร้อยจะให้ทาง กองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นหน่วยงานหลัก และมีฝ่ายสนับสนุนที่อาจมีความจำเป็นที่ต้องใช้กำลังจากตำรวจต่างจังหวัดค่อนข้างมาก โดยตั้งแต่ช่วง กรกฎาคม ปีที่ผ่านมา มีการชุมนุมในประเทศจนถึงปัจจุบัน 2,233 ครั้ง มีคดีที่เกี่ยวกับเฉพาะการชุมนุม 524 คดี

พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวอีกว่า ถือเป็นภาระที่บั่นทอนการทำงานของตำรวจ ซึ่งไม่เคยบ่น เพราะเป็นเรื่องที่ต้องทำ แม้เป็นภาระของประเทศชาติในสภาวะที่บ้านเมืองยากลำบาก ประชาชนยากลำบากจากการแพร่ระบาดโรคโควิด-19

 

"จึงอยากฝากว่าจะกระทำการอะไร อย่าได้ซ้ำเติมความเดือดร้อน ความเสียหาย สุดท้ายก็เกิดขึ้นกับประเทศชาติ สังคมโดยส่วนรวม ขอให้คิดให้ดี" พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าว 

 

พล.ต.อ.สุวัฒน์ ยังกล่าวด้วยว่า คนที่กระทำผิดซ้ำคดีทุกเรื่อง ตำรวจก็ต้องดำเนินคดีทุกเรื่อง ไม่เคยปล่อยปละละเลย เมื่อถึงวันนึง แม้ว่าการดำเนินคดีจะช้าบ้าง เร็วบ้าง ทุกคดีต้องมีผลลัพธ์ออกมา ขอให้ตระหนักถึงสิ่งที่ท่านทำมีผลกระทบอะไรบ้าง

 

พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวอีกว่า กรณีการชุมนุมที่จะเกิดขึ้นนี้ก็มีการกล่าวพาดพิง มีการกล่าวถึงของประชาชนจำนวนมาก รู้สึกว่าถูกเหยียดหยาม ทำร้ายจิตใจ ทำลายความรู้สึกพูดพาดพิงถึงสถาบันซึ่งเป็นเรื่องอ่อนไหวของคนในสังคม

 

"คนที่ทำ ไม่ว่าจะทำด้วยเหตุใดก็แล้วแต่ก็ควรจะคิดว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง สิ่งที่จะตามมาต้องรับผิดชอบ เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องใช้ทุกอย่างที่มีตามกฎหมายเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย" พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าว 

 

พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวต่อว่า หลายครั้งที่ผ่านคนทำซ้ำก็ทำอยู่อย่างนั้น คนใช้ความรุนแรงก็ซ้ำ ๆ เราได้ใช้กฎหมายจริง ๆ ไม่มีอะไรนอกเหนือกว่านั้น และทำจนกว่าจะถึงที่สุด ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรก็เป็นไปตามกระบวนการ ทุกครั้งหลายครั้ง หลังการปฏิบัติก็มีการกระทบกระทั่งความสูญเสียเกิดขึ้น ซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิด

 

"เมื่อกระทบกระทั่งแล้วยากที่จะควบคุม ใครคิดจะทำใครตั้งต้องรับผิดชอบ ตำรวจจะทำให้ดีที่สุด เพราะเป็นผู้รักษากติกาของคนในสังคม ประชาชนประเทศชาติยากลำบากอยู่แล้วขอให้ทบทวนใหม่ไม่ว่าเหตุใดก็แล้วแต่ ใครที่กลับใจเปลี่ยนใจได้ตนก็ขอบคุณ" พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การชุมนุมดังกล่าวจะมีความรุนแรงมากน้อยอย่างไร 

 

พล.ต.อ.สุวัฒน์ ตอบว่า กรณีที่ผ่านมา การชุมนุมมีการใช้อาวุธ บางครั้งหลังจากเลิกการชุมนุมแล้ว ก็ยังมีกลุ่มคนจำนวนนึงแตกตัวเป็นกลุ่มย่อย เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง กระจัดกระจายไป ไปสร้างความเสียหายกับที่ต่าง ๆ 

 

ทำร้ายเจ้าหน้าที่บ้าง เผาทรัพย์สินบ้าง ลักษณะเหมือนคึกคะนอง เรื่องลักษณะนี้ ตำรวจจะพยายามปรับยุทธวิธีจัดการให้ได้ โดยเฉพาะกรณีที่จะไปทำลายสมบัติของแผ่นดิน ทางตำรวจไม่ยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาด

 

ส่วนมาตรการที่จะใช้ดำเนินการนั้น

 

พล.ต.อ.สุวัฒน์ บอกว่า เรามีแต่ไม่สามารถบอกได้ เนื่องจากเป็นเรื่องของยุทธวิธี แต่ก็ปรับไปโดยเอาบทเรียนเก่ามาศึกษา รวมถึงการยั่วยุ ก็มีการสั่งกำชับการปฏิบัติอยู่แล้ว ส่วนกรณีที่มีกลุ่มผู้ชุมทั้ง 2 ฝ่ายก็ต้องตรวจสอบว่ามีการมาลักษณะรูปแบบใด ปรับเปลี่ยนไปตามหน้างาน

 

ส่วนของแกนนำที่มีคดีติดตัว

 

พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า การดำเนินคดี 500 กว่าเรื่อง ตำรวจดำเนินคดีทุกเรื่อง คดีมีค้างอยู่เป็นจำนวนมากทั้งในชั้นศาล ชั้นอัยการ แล้วมีคดีเกิดขึ้นใหม่ต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่พยายามดำเนินการให้เสร็จสิ้น ใครออกหมายจับได้ก็จะขออนุมัติศาลออกหมายจับเพื่อดำเนินการจับกุมตัว บางรายพยานหลักฐานไม่เพียงพอ ก็พยายามรวบรวม

 

ส่วนกรณีแกนนำที่มีคดีติตตัวแล้วยังออกมาชุมนุม จะดำเนินการจับกุมหรือไม่ 

 

พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องตัดสินใจกันหน้างาน ส่วนความปลอดภัยสื่อมวลชน อยากให้ผู้สื่อประสานกับผู้คุมกำลัง ในบริเวณที่ไป โดยต้องมีการแจ้ง ตนจะจัดเจ้าหน้าที่ทีมโฆษกเป็นผู้ประสานงาน เนื่องจาก เมื่อผู้สื่อข่าวไปเอง ผู้คุมกำลังก็ไม่ทราบว่าเป็นใคร ทั้งนี้เพื่อให้อยู่ในพื้นที่ที่สบายใจซึ่งกันและกัน ผู้สื่อข่าวทำหน้าที่ได้ในระดับหนึ่ง และตำรวจก็ทำหน้าที่ในระดับหนึ่ง และควรหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต่อไป