
องค์กรเภสัชฯ แจ้งหมิ่นประมาท "นายแพทย์" รพ.ดังย่านฝั่งธน ปมวัคซีน
รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย และเร่งดำเนินการ กรณีองค์กรเภสัชฯ แจ้งหมิ่นประมาท "นายแพทย์" รพ.ดังย่านฝั่งธน
วันที่ 5 สิงหาคม 2564 ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีที่ทางองค์การเภสัชกรรมได้มอบอำนาจให้ทนายความ เข้าแจ้งความ ดำเนินคดีกับ นายแพทย์ท่านหนึ่ง ที่เป็นผู้บริหารโรงพยาบาล ย่านฝั่งธน ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ที่ สน.พญาไท ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเนื่องจากมีเอกสารทางคดีจำนวนมาก
"ยืนยันว่าตำรวจจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย อีกทั้งคดีดังกล่าวสามารถยอมความได้ แต่ในขณะนี้คู่กรณีทั้งสองฝ่าย ยังไม่ได้ทำการติดต่อเจรจากันแต่อย่างใด และคาดว่าในอีก 2 สัปดาห์ พนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกให้คู่กรณีมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป" พล.ต.ต.ปิยะ กล่าว
สำหรับ นายแพทย์ รายนี้ ได้โพสต์ข้อความกล่าวหาว่าองค์การเภสัชกรรม ในฐานะผู้แทนภาครัฐที่ได้รับมอบหมายในการประสานงานจัดซื้อจัดหาวัคซีนโมเดอร์นา ให้แก่สมาคมโรงพยาบาลเอกชน โดยมุ่งแสวงหาผลกำไรจากประชาชน ซึ่งเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและเกิดความเสียหายต่อองค์การเภสัชกรรม
ขณะที่ กรณี นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับ บช.สอท ให้ดำเนินการเอาผิดกับ นายแพทย์ที่เป็นเจ้าของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
ในกรณีโพสต์ประกาศเซ็นสัญญานำเข้าวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 20 ล้านโดส แต่ต่อมา นายแพทย์คนดังกล่าวได้โพสต์ประกาศยุติการนำเข้าวัคซีนดังกล่าวทำให้ องค์กร สถานพยาบาล และประชาชนที่จองวัคซีนไว้ได้รับผลกระทบจำนวนมาก
ทาง พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ ในฐานะโฆษก กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บช.สอท) เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดหรือไม่ เบื้องต้นตามขั้นตอนทางพนักงานสอบสวนจะรับเรื่องและต้องดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนก่อนที่จะดำเนินการในขั้นต่อไป
พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวด้วยว่า ส่วนองค์กร หรือประชาชนที่รับผลกระทบในการสั่งจองวัคซีนแล้วจะเข้ามาแจ้งความดำเนินคดีกับนายแพทย์คนดังกล่าวนั้นต้องรอให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานให้เสร็จสิ้นก่อนจึงจะทราบความผิดไว้



