ข่าว

"หมอแอร์" แนะ กินยารักษา"โควิด-19" ให้ถูกกลุ่ม สีเขียวไม่จำเป็นต้องใช้ยา "ฟาวิพิราเวียร์"

"หมอแอร์" แนะ กินยารักษา"โควิด-19" ให้ถูกกลุ่ม สีเขียวไม่จำเป็นต้องใช้ยา "ฟาวิพิราเวียร์"

05 ส.ค. 2564

"หมอแอร์" แนะ กินยารักษา"โควิด-19" ให้ถูกกลุ่ม สีเขียวไม่จำเป็นต้องใช้ยา "Favipiravir" และห้ามกินร่วมกับ"ฟ้าทะลายโจร"

นพ.อกนิษฐ์ ศรีสุขวัฒนา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ หรือ หมอแอร์ โพสต์เฟซบุ๊ค Akanis Srisukwattana ให้คำแนะนำถึงการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ตามระดับสี มีการรักษาแตกต่างกันอย่างไร โดยระบุว่า เขียว เหลือง แดง อาการต่างกัน รักษาต่างกัน ยอดติดเชื้อต่อวัน ทะลุ 2 หมื่นราย เฉพาะ กทม. 4,000 คน ยังมีคนใหม่ไข้ค้างอยู่หลักหมื่น และเพิ่มมาเรื่อย ๆ

 

"หมอแอร์" แนะ กินยารักษา"โควิด-19" ให้ถูกกลุ่ม สีเขียวไม่จำเป็นต้องใช้ยา "ฟาวิพิราเวียร์"

 

เริ่มมีการตรวจเชิงรุก ระดับชุมชน กระจายตามเขตต่าง ๆ จากทีมแพทย์ชนบท สมาคมเวชศาสตร์ครอบครัวไปแล้ว ระบบ HI ยังต้องทำงานหนักมาก และรับคนไข้เข้าระบบอีกเยอะ จนกว่า ระบบกระจายยา จะทำได้ทั่วถึง ถ้าจะทำให้ทันผู้ติดเชื้อใหม่ ที่เข้ามาในระบบ

ทวนกันอีกที ประชาชนควรทราบ ว่าเราเป็น กลุ่ม สีเขียว เหลือง หรือสีแดง สำหรับการรักษาโควิด-19

1 กลุ่มเขียว ประมาณ 50% ของคนไข้

กลุ่มนี้จะไม่มีอาการ หรือมีเล็กน้อย และไม่ใช่ หรือมีเล็กน้อย

- เขียวไม่มีอาการ ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง ไม่มีความจำเป็นต้องกินยา Favipiravir  โรคสามารถหายได้เอง รักษาตามอาการได้

- เขียวมีอาการ ไข้ หรือ มีไอชัดเจน( ไม่ไอ ค้อกแค้ก ระคายคอ) อาจให้ยา Favipiravir ได้

 

กลุ่มเขียว เป็นเกิน 7 วัน อาการเริ่มดีขึ้นไม่ต้องกินยาแล้ว

ถ้าเราให้ยา Favipiravir ทุกคนในกลุ่มเขียวทุกคน จะทำให้มีบางช่วง ยาจะขาดชั่วคราวได้ ทำให้กลุ่ม เหลือง แดง อาจไม่ได้ยา และไม่มีข้อมูลทางคลินิค ในการให้การกลุ่มไม่มีอาการแล้วจะได้ประโยชน์

 

"หมอแอร์" แนะ กินยารักษา"โควิด-19" ให้ถูกกลุ่ม สีเขียวไม่จำเป็นต้องใช้ยา "ฟาวิพิราเวียร์"

 

ฟ้าทะลายโจร กินตามขนาดยา อย่าเพิ่มขนาดเอง กินเพียง 5 วันพอ การกินเยอะมากเกิน อาจทำให้ตับอักเสบได้

เราจะไม่กิน Favipiravir ร่วมกับ ฟ้าทลายโจร ถ้าได้ Favi ให้หยุด ฟ้าทลายโจร กันตับอักเสบ

อย่าใช้ยาแปลก หรือยาสมุนไพรที่เกินขนาด เพราะทำให้อาจเกิดตับอักเสบได้เช่นกัน

2 กลุ่มเหลือง ประมาณ 40% ของคนไข้

กลุ่มนี้คือมีอาการชัดเจน ไข้ ไอเยอะ อ่อนเพลีย กินไม่ได้

หรือ ไม่มีอาการ แต่เป็นกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ อายุเกิน 60 ปี , โรคปอด , โรคไต, เบาหวาน, หัวใจ ,หลอดเลือดสมอง,โรคตับ, อ้วน

กลุ่มนี้ต้องได้รับยา Favipiravir ทุกคน ยิ่งเร็วยิ่งดี และต้องเฝ้าระวังไม่ให้เป็นสีแดง เพราะอาจมีอาการมากขึ้นได้ ถ้า 7 วันไปแล้ว อาการดีขึ้น น่าจะปลอดภัย โรคจะค่อย ๆ หายเองต่อไป

 

3. กลุ่มสีแดง ต่ำกว่า 10% ของคนไข้

คือกลุ่มที่มีปอดอักเสบ Oxygen ปลายนิ้วต่ำกว่า 96%

กลุ่มนี้ต้องรีบรักษาเร่งด่วน ต้องได้รับ Favipiravir ร่วมกับ Steroid ให้เร็วที่สุด steroid สำคัญมาก ๆ ต้องได้ทุกคนเพราะลดอัตราการเสียชีวิต

ยิ่งได้ยาช้า โรคจะไปไกล จะยิ่งรักษายากและได้ผลน้อย

ปกติกลุ่มนี้ต้องรับไว้ในโรงพยาบาล แต่ตอนนี้เตียงทุกที่ยังเต็ม ทีมแพทย์ ใช้การส่ง oxygen ให้ที่บ้าน และกินยา

หลายคนอาการดีขึ้นได้ จากการให้ยาเร็ว

เครื่องวัด oxygen ปลายนิ้ว หลายอันไม่ตรง ส่วนใหญ่เพี้ยนต่ำ แต่ให้เชื่อไว้ก่อน จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าเครื่องไม่ตรง เช่น จับคนปกติ oxygen ยังต่ำ คนปกติ ควร 97-99%

อีกแบบที่เจอ บางคนสบายดี แต่ O2 ต่ำ มีปอดอักเสบแบบไม่รู้ตัว เข้าใจว่าตัวเองปกติ กลุ่มนี้ก็ต้องรีบรักษาเช่นกัน

หายแล้ว กักตัว 14 วัน นับจากวันมีอาการ หรือวันตรวจ Test ก็ได้

รู้ได้ยังไงว่าหาย ไข้ลดลง ไอลดลง คนที่ o2 ต่ำ กลับมาใกล้ปกติ ถือว่า ดีแล้ว

หลายคนอยากไปตรวจปอด แนะนำให้ดู o2 ปลายนิ้วได้

ยังไม่ต้องรีบไปเช็ค X ray รอให้ คนไข้โรงพยาบาลเริ่มน้อยลง ค่อยไปเช็คถ้ามีความกังวล

อย่าลืมจองวัคซีน เพื่อฉีดวัคซีน ในคนที่ยังไม่ฉีดวัคซีนเลย หรือ ยังฉีดไม่ครบนะครับ ทิ้งระยะอย่างน้อย 1 เดือน แต่อย่านานเกิน 4 เดือน จนภูมิต้านทานหายไป เดี๋ยวจะเป็นซ้ำได้

หนทางยังอีกยาวไกล ทุกคนกำลังร่วมด้วยช่วยกัน ให้เราผ่านพ้น วิกฤติช่วงนี้ให้สูญเสียน้อยที่สุดได้

 

ที่มา: Akanis Srisukwattana