
เอกสารหลุด เงื่อนงำนำเข้าไฟเซอร์ " ดีลกับใคร"
"ดีลกับใคร" กลายเป็นคำถามที่หลายคนสงสัยมาตลอด นับตั้งแต่ "บุญ วนาสิน" บิ๊กบอสจากธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป ลั่นวาจาจะนำเข้าวัคซีนไฟเซอร์ 20 ล้านโดส แต่จนถึงวันนี้ ยอมรับปิดดีลอย่างไม่สวยงามนัก
“ดีลกับใคร” กลายเป็นคำถามที่หลายคนสงสัยมาตลอด นับตั้งแต่ นายบุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บมจ. ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป แสดงความไม่พอใจรัฐบาลบริหารจัดการกระจายวัคซีนล่าช้า ถึงขั้นขันอาสา พร้อมทุ่มเงินซื้อวัคซีนโมเดอร์น่า มาฉีดประชาชนป้องกันจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19
สร้างความหวังให้ประชาชนติดต่อขอจองวัคซีนโมเดอร์นาผ่าน รพ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ จำนวนมาก พร้อมกับกระดานหุ้นของ ธนบุรีเฮลท์แคร์ THG เขียวสดใส
การให้ข่าวระลอกแล้วระลอกเล่า จุดประกายความหวังให้ประชาชนที่ต้องการวัคซีนทางเลือกตลอดเวลา โดยเฉพาะ เปิดข้อมูลว่า มีการเจรจาจัดหาวัคซีน”ไฟเซอร์” จากเยอรมัน จำนวน 20 ล้านโดส ประเดิมจะส่งมาถึงเมืองไทยปลายเดือนกรกฎาคมนี้ ยิ่งทำให้สื่อมวลชนเกาะติดความสามารถของหมอบุญ
ขณะเดียวกัน ยิ่งทำให้ตารางหุ้นของ THG พุ่งขึ้นอีกเช่นเคย ก่อนที่ทางไบโอเอ็นเทค ได้ออกมาสยบข่าวดังกล่าวว่า ไม่เคยมีการเจรจากับทางภาคเอกชนรายใดของไทย ตามที่หมอบุญเคยกล่าวอ้าง ทำให้ ตารางหุ้นของ THG กลับสู่ภาวะปกติ
ความคืบหน้าที่พอเห็นชัดอยู่บ้าง นั่นคือ กรณีวัคซีนทางเลือก “โมเดอร์นา” เมื่อสมาคมรพ.เอกชน ลงนามการชำระเงินให้กับองค์การเภสัชกรรมในฐานะตัวกลางประสานการจัดซื้อขายกับบริษัทซิริคฟาร์มา นำเข้าวัคซีนโมเดอร์นาเข้ามา และกระจายโควต้าให้กับรพ.เอกชนต่างๆ ซึ่งก็รวมถึง รพ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ ด้วย โดยที่หมอบุญ ระบุว่า ทางรพ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ ได้รับจัดสรรโควต้าจากส่วนนี้ จำนวน 7-8 แสนโดส
ขณะที่คำถามถึง”วัคซีนไฟเซอร์” ตามที่นายบุญ วนาสินธ์ เปิดประเด็นไว้ จะประเดิมนำเข้าปลายเดือนกรกฎาคมนี้ ไม่มีวี่แววความชัดเจน
มีเพียงการให้ข่าวของนายบุญ ว่า “ตอนนี้พูดอะไรมากไม่ได้ เพราะกลต.สั่งให้หยุดพูด สิ่งที่พูดได้คือ กำลังประสานกับหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่งเพื่อนำเข้ามา จะมีการเชิญสื่อมวลชนมาร่วมฟังการแถลงข่าว โดยทางรพ.ธนบุรีเฮลท์แคร์ จะส่งตัวแทนร่วมโต๊ะแถลงข่าวความสำเร็จครั้งนี้ด้วย”
นั่นคือ คีย์เวิร์ด ที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม
ทว่าผ่านมาถึงวันนี้ ล่วงเลยสู่เดือนสิงหาคม คำกล่าว เชิญสื่อมวลชนมาร่วมกันฟังแถลงข่าวความสำเร็จ “ไม่ปรากฎ” หนำซ้ำกับการให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อเมื่อวันที่ 3 ส.ค. ให้ข้อมูลใหม่เข้ามาอีกว่า เขาได้ดีลกับหน่วยงานของกระทรวงกลาโหมในการนำเข้าวัคซีนไฟเซอร์ รวมถึงการเสียเงินมัดจำจำนวน 500-600 ล้านบาท จากการผิดเงื่อนไขของสัญญา
จนในที่สุด เมื่อวันที่ 4 ส.ค.64 นายบุญได้ออกมาเปิดเผยผ่านสื่อมวลชนอีกรอบ พร้อมกับยอมรับว่า "ดีลไม่สำเร็จแล้ว เพราะหน่วยงานของกระทรวงกลาโหม ไม่เอาด้วย "
"ถอดใจเรื่องนี้แล้ว เพราะเป็นเรื่องยากมาก ถึงแม้ว่าวัคซีนมีติดต่อได้ แต่ไม่สามารถหาหน่วยงานนำเข้าได้ ที่ผ่านมา มีความพยายามติดต่อหลายหน่วยงาน แต่ก็ไม่มีใครอยากยุ่ง เพราะอาจกลัวผลกระทบ ถูกกล่าวหามุ่งกำไร" นายบุญ เปิดเผยผ่านรายการหนึ่งในวันที่ 4 ส.ค.
หากแต่การถูกซักถามถึงหน่วยงานที่เคยอ้างว่าเป็นกระทรวงกลาโหม ก็มีการหลุดคำพูดว่า "น้องชายของเขาเป็นผู้ประสานหน่วยงานดังกล่าว"
“คมชัดลึกออนไลน์” ตรวจสอบพบ เอกสารฉบับหนึ่ง ที่มีการจัดทำไปถึงไฟเซอร์สหรัฐอเมริกา ลงวันที่ 24 ก.ค.2564 มีความสอดคล้องกับสิ่งที่นายบุญอ้างมาตลอดหรือไม่ประสานกับหน่วยงานของกระทรวงกลาโหม
เพราะปรากฎข้อความกล่าวอ้างถึงหน่วยงานแห่งหนึ่ง ด้วยภาษาอังกฤษว่า youth Leadership Development Foundation on behalf of The Royal Thai Army Enterprise Public Company Limited
นั่นกำลังหมายถึงองค์กรใดในกองทัพ เพราะจากการตรวจสอบ ไม่พบองค์กรลักษณะนี้
ก.ล.ต. เห็นว่า เนื่องจากข้อเท็จจริงดังกล่าวมีความขัดแย้งกัน ซึ่งอาจก่อให้เกิดความสำคัญผิดและอาจมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้นหรือต่อการตัดสินใจลงทุนหรือต่อการเปลี่ยนแปลงในราคาหลักทรัพย์
ถึงวันนั้น คงจะทราบกันว่า หน่วยงานในเอกสาร คือหน่วยงานใดกันแน่



