
"หมอเคท" จี้ 8 ข้อ จัดสรรวัคซีน"ไฟเซอร์" ไม่ยกเว้นคนที่ปฎิเสธ SV - กระตุ้นเข็ม 3 โอนสิทธิ์ให้คนในครอบครัวได้
"หมอเคท" จี้ 8 ข้อ จัดสรรวัคซีน"ไฟเซอร์" ไม่ยกเว้นบุคคลที่ปฎิเสธ SV - กระตุ้นเข็ม 3 หรือฉีดสูตรผสมแล้ว โอนสิทธิ์ให้คนในครอบครัวได้
แพทย์หญิง ของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ หรือ หมอเคท เจ้าของคลินิกผิวหนังถึง 9 สาขาทั่วประเทศไทย ซึ่งจัดว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและเลเซอร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ค Doctorkatekate ขณะเดินทางไปที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อนำหนังสือข้อเรียกร้องส่งถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรี และ ผู้อำนวยการ ศบค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข น.พ. โอภาส การย์กวินพงศ์ ผู้อำนวยการกรมควบคุมโรค เรื่อง การจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 1.503 ล้านโดส จากสหรัฐอเมริกา ลงวันที่ 2 สิงหาคม 2564 โดยมีข้อความในหนังสือ ระบุว่า
เนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่รุนแรงในขณะนี้ เจ้าหน้าที่ด่านหน้า บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้อง รวมถึงจิตอาสา อาสาสมัคร พนักงานขับรถ แม่บ้าน สัปเหร่อ ทั้งในและนอกระบบ รวมถึงคนในครอบครัวทุกคน ล้วนแล้วแต่ทุ่มเททำงานอย่างหนัก ภายใต้ชุด PPE และอุปกรณ์ป้องกันตัวหลายชั้น แต่การป้องกันก็ยังบอบบางเกินกว่านักรบเสื้อกาวน์จะรบในสงครามโรคระบาดครั้งนี้ได้ ข้าพเจ้า พ.ญ. ของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ จึงได้ทำหนังสือเปิดผนึกถึงท่านผู้มีอำนาจ เพื่อเรียกร้องให้
1. ยกเลิกกฎเกณฑ์ต่าง ๆ กับบุคคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า ในการได้รับวัคซีนไฟเซอร์ ล็อต 1.503 ล้านโดส ที่ได้รับบริจาคมาจากสหรัฐฯ "โดยไม่ยกเว้นบุคคลที่เคยปฏิเสธการรับวัคซีนซิโนแวคก่อนหน้านี้ ไม่ว่าด้วยสาเหตุใด ๆ" โดยทางสหรัฐฯได้ระบุว่า ความต้องการในการบริจาควัคซีนครั้งนี้ ต้องการให้วัคซีนกับกลุ่มเสี่ยงสูง และกลุ่มเปราะบางอย่างทั่วถึง โปร่งใส รวดเร็ว และเท่าเทียม
2. นับรวมบุคลากรด่านหน้าผู้ที่เข้าเกณฑ์ได้รับวัคซีนไฟเซอร์ "ทั้งในและนอกระบบ" เนื่องจากในสภาวะนี้ เราต้องยอมรับว่า อาสาสมัครและภาคเอกชนที่ทำงานเสี่ยงสูง สัมผัสผู้ป่วยโดยตรง โดยไม่อยู่ในระบบ และไม่ผ่านหน่วยงานราชการนั้น มีอยู่เป็นจำนวนมาก และเขาเหล่านั้นมีส่วนสำคัญอย่างมาก ในการช่วยชีวิตพี่น้องประชาชน ไม่ต่างกับหน่วยงานด่านหน้าในระบบ และพิจารณากลุ่มที่เสี่ยงสูงที่ไม่เข้าเกณฑ์ เช่น ทันตแพทย์ คนเก็บขยะติดเชื้อ คนทำความสะอาดพ่นแอลกอฮอล์ กู้ภัย หน่วยห้องฉุกเฉินที่อาจจะได้รับผู้ป่วยโควิดโดยไม่รู้ตัว พระสามเณร สัปเหร่อ และคนที่อยู่ในวัดที่มีการเผาศพโควิด ฯลฯ
3.เพิ่มข้อกำหนดให้บุคลากรทางการแพทย์ และกลุ่มเปราะบางที่ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซเนก้ากระตุ้นเป็นเข็มที่ 3 หรือ ได้รับวัคซีนสูตรผสมซิโนแวค + แอสตร้าเซเนก้า แล้ว สามารถโอนสิทธิ์การฉีดไฟเซอร์ให้กับบุคคลในครอบครัวที่ยังไม่ได้รับวัคซีน หรือได้รับวัคซีนเพียงเข็มเดียว เพื่อขวัญและกำลังใจให้ด่านหน้าในการต่อสู้กับโรคระบาด และเพื่อให้มี "ความโปร่งใส" ในการกระจายวัคซีน ทั้งนี้ จะได้ลบข้อครหาของการกระตุ้นภูมิด้วย แอสตร้าเซเนก้าของด่านหน้าก่อนหน้านี้ด้วย
4.ยกเลิกการสำรองวัคซีน 40,000 โดส เพื่อต่อต้านการระบาด 5,000 โดส สำหรับงานวิจัย และเปิดเผยข้อมูลให้โปร่งใสในโควต้า 150,000 โดสสำหรับชาวต่างชาติ "โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ" เนื่องจากสถานการณ์ฉุกเฉินในปัจจุบัน เราจำเป็นต้องกระจายวัคซีนที่มีคุณภาพให้ทั่วถึงกลุ่มด่านหน้าและครอบครัว รวมถึงกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงในการเสียชีวิตเมื่อติดโควิด
5.เปิดเผยรายชื่อผู้ที่ได้รับวัคซีนไฟเซอร์อย่างโปร่งใส "ทุกคน" เพื่อไม่ให้เกิดข้อกังขาในสังคม
6.พิจารณาทบทวนอีกครั้ง กับการกำหนดสูตรการฉีดวัคซีนผสมสูตร ซิโนแวค+แอสตร้าเซเนก้า ที่กำหนดให้กับบุคคลทั่วไปทุกคน โดยต้องให้ประชาชนมีสิทธิ์ตัดสินใจเลือกยี่ห้อวัคซีนเอง เนื่องจากการฉีดวัคซีนสูตรนี้ จะลดโอกาส หรือมีความเสี่ยงสูงขึ้น หากต้องได้รับ mRNA วัคซีนในอนาคต เพื่อต่อต้านไวรัสกลายพันธุ์ เนื่องจากยังไม่มีงานวิจัยที่มากพอในการผสมวัคซีน 3 ชนิด
7.นำเข้า mRNA Vaccine เข้ามาฉีดให้กับประชาชนให้เร็วที่สุด ด่วนที่สุด มากที่สุด และกรุณาชะลอการสั่งวัคซีนเชื้อตายเข้ามาเป็นจำนวนมาก เพราะจากสถิติและการวิจัยทั่วโลกชี้ให้เห็นประสิทธิภาพที่ดีกว่าของ mRNAvaccine ในการต้านเชื้อสายกลายพันธุ์เดลต้า เพื่อหยุดวงจรโรคระบาด ซึ่งส่งผลในเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
8.ตรวจสอบเอกสารรายชื่อ "ตำรวจ" ที่ได้จัดสรรวัคซีนกระตุ้นเป็นเข็มที่ 3 ที่ได้แนบมาพร้อมจดหมายฉบับนี้ว่า มีความโปร่งใส เพียงใด
นอกจากนี้ พญ.ของขวัญ ยังได้เปิดข้อเรียกร้องเรื่องวัคซีนไฟเซอร์(ฉบับแก้ไข) ผ่าน FacebookLive จากหน้าทำเนียบรัฐบาลด้วย
ที่มา : เฟซบุ๊ค Doctorkatekate



