ข่าว

สตช.เรียกทุกบช.ทบทวนคำสั่งแต่งตั้งโยกย้าย

สตช.เรียกทุกบช.ทบทวนคำสั่งแต่งตั้งโยกย้าย

08 ก.พ. 2553

สตช.เรียกทุกบช.ทบทวนคำสั่งแต่งตั้งโยกย้าย หากพบไม่ตรงตามหลักเกณฑ์ ต้องพิจารณาแก้ไข ย้ำให้ทันวันที่ 16 ก.พ.ที่คำสั่งจะมีผลบังคับใช้

 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 8 ก.พ.2553 พล.ต.ท.เอก อังสนานนท์ ผู้ช่วยผบ.ตร.ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณายกเว้นหลักเกณฑ์การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบก.-สว. ได้ เรียกผู้บัญชาการ(ผบช.)ของทุกกองบัญชาการ ซึ่งมีจำนวนกว่า 30 กองบัญชาการ มาชี้แจงกระบวนการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจว่ากระบวนการแต่งตั้งเป็นไป ตามกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการแต่งตั้ง และแนวทางของตร.หรือไม่ โดย บช.แรกที่เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการคือ ศชต. และ บช.สุดท้ายคือบช.น.

 พล. ต.ท.เอก กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น มีบางกรณีที่การแต่งตั้งไม่เป็นไปตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องรวมถึงกฎก. ตร.ที่เกี่ยวข้อง และหนังสือเวียนของสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ ยกตัวอย่าง นโยบายที่จะสนับสนุนหัวหน้าหน่วยที่พัฒนาปรับปรุงโรงพักตามโครงการโรงพัก เพื่อประชาชน ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ เราจึงอยากจะสนับสนุนเขาให้ได้เลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้น เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ตามที่ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร.เน้นย้ำมา และให้การแต่งตั้งยึดหลักเกณฑ์ อาวุโส 25 เปอร์เซ็นต์ ทุกคนต้องได้หมดจะข้ามไม่ได้ หรือถ้าข้ามจะต้องมีเหตุผลอธิบายได้อย่างชัดเจน ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะมีการเชิญผบช. หรือรองผบช. มาชี้แจงให้ข้อมูลเพื่อยืนยันความถูกต้องในการแต่งตั้ง ก่อน จะสรุปข้อมูลเสนอ รรท.ผบ.ตร.เพื่อจะได้มีคำสั่งตามที่เห็นสมควรต่อไป อย่างกรณีบช.ภ.2 ที่ปรากฏเป็นข่าวนั้นทางผบช.ภ.2 ได้เข้ามาชี้แจงแล้ว แต่เพื่อความชัดเจน จะเชิญ รองผบช.ทั้งหมดซึ่งเป็นคณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้งมาชี้แจง ว่าข้อมูลตรงกันหรือไม่ บช.อื่นๆ หากพบว่ามีปัญหาก็จะดำเนินการเช่นเดียวกัน

 ผู้สื่อข่าวถามว่าตร.จะใช้หลักเกณฑ์หรือหลักฐานอะไรในการตรวจสอบการแต่งตั้ง พล.ต.ท.เอก กล่าวว่า เรามีกรอบการแต่งตั้งอยู่แล้ว เช่น อาวุโส 25 เปอร์เซ็นต์ แต่งตั้งครบหรือไม่ หัว หน้าโรงพักที่ได้รับรางวัลโรงพักดีเด่น ได้รับการแต่งตั้งหรือไม่ ที่เรียกแต่ละบช.มาไม่ได้ต้องการจับผิดอะไร แต่พล.ต.อ.ปทีป ต้องการให้การแต่งตั้งโยกย้ายเกิดความเป็นธรรมและโปร่งใสมากที่สุด ไม่อยากให้มีการมาร้องเรียน หรือกล่าวหาอะไรเกิดขึ้น

 เมื่อถามว่าคณะกรรมการชุดนี้มีความเกี่ยวโยงกับคณะกรรมการตรวจสอบการซื้อขายตำแหน่งที่มี พล.ต.อ.วศิษฐ์ เดช กุญชร อดีต รอง อ.ตร. เป็นประธานคณะกรรมการอย่างไร พล.ต.ท.เอก กล่าวว่า คณะกรรมการชุดที่มีตนเป็นประธานการตรวจสอบได้รับการแต่งตั้งจาก พล.ต.อ.ปทีป ให้ตรวจสอบว่า การแต่งตั้งโยกย้ายระดับ รองผบก.- สว.ซึ่งเป็นอำนาจของ ผบช. ได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการแต่งตั้ง หรือแนวทางของตร. ให้ไว้หรือไม่เท่านั้น คนละเรื่องกับชุดของพล.ต.อ.วศิษฐ์ที่นายกรัฐมนตรีเป็นคนตั้ง

 เมื่อถามว่าคำสั่งแต่งตั้งได้ออกไปแล้วการดำเนินเช่นนี้จะทำให้สังคมมองได้หรือ ไม่ว่า ตร.เข้าไปแทรกแซงการแต่งตั้ง หรือ เนื่องจากคำสั่งที่ออกไปไม่เป็นไปตามที่ต้องการได้หรือไม่ พล.ต.ท.เอก กล่าวว่า คงไม่ถึงขนาดนั้น ไม่มีประเด็นนั้น แต่การแต่งตั้งครั้งนี้เป็นการแต่งตั้งครั้งแรกภายหลังจากมีโครงสร้าง ตร. ใหม่ จึงมีตำแหน่งเกิดใหม่เยอะ มีการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายในปริมาณที่มากผิดปกติ ขณะเดียวกัน ระเบียบกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวกับการแต่งตั้ง ไม่สอดรับกับโครงสร้างใหม่ บางหน่วยก็มีตำแหน่งว่างมากทำให้ต้องมีการโยกย้ายจากหน่วยหนึ่งไปอีกหน่วย หนึ่ง ประกอบกับแนวทางของ รรท.ผบ.ตร. ต้องการสนับสนุนให้ข้าราชการตำรวจมีขวัญกำลังใจในการปฎิบัติหน้าที่เป็น สาเหตุที่ต้องตรวจสอบให้ดี โดยคิดว่า ทางตร.จะดำเนินการให้เสร็จอาจจะมีการแก้ไขเพิ่มเติม เพราะอยู่ในช่วงเวลาที่แก้ไขได้หากมีความผิดพลาดบกพร่อง มั่นใจว่า วันที่ 16 ก.พ. คำสั่งจะมีผลและข้าราชการตำรวจจะไปปฎิบัติหน้าที่อย่างแน่นอน

 เมื่อ ถามว่า จะต้องให้เสร็จก่อนการประชุม ก.ตร.วันที่ 12 ก.พ.นี้หรือไม่ เพราะการเปลี่ยนแปลงบางอย่างต้องขออำนาจจาก ก.ตร. พล.ต.ท.เอก กล่าวว่า ถ้ามีเงือนไขว่า ต้องทำให้ถูกต้องตามระเบียบก็ต้องนำเข้าที่ประชุมก.ตรวันที่ 12 ก.พ. และจะพยายามพิจารณาให้แล้วเสร็จในวันนี้

 ต่อข้อถามที่ว่า คำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายได้ออกไปแล้ว จะกลับมาพิจารณาใหม่ได้หรือไม่ พล.ต.ท. เอกกกล่าวว่า เราไม่ได้พิจารณาคำสั่ง คำสั่งยังคงเดิมอยู่ เพียงแต่แต่งเติมแก้ไข ตรวจสอบ บางที่ที่ไม่มีปัญหาก็ไม่ต้องทำอะไรเลย ตราบ ใดที่ยังไม่ถึงวันที่ 16 ก.พ. ก็สามารถแก้ไขได้ ถึงแม้คำสั่งมีผลไปแล้วก็ถอนได้ เรื่องนี้ ไม่อยากให้มองว่าเป็นการล้วงลูก เป็นการตรวจสอบภายในของเราเอง เพื่อให้มีความเป็นธรรม ซึ่ง รรท.ผบ.ตร.เน้นย้ำกับคณะกรรมการชุดนี้ว่า การตรวจสอบครั้งนี้ก็เพื่อความโปร่งใสเป็นธรรม

 ด้านพล.ต.อ.ปทีป กล่าว ว่า การแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบชุดนี้ เพื่อตรวจสอบว่าหน่วยต่าง ๆ ได้ดำเนินการแต่งตั้งโยกย้ายอย่างถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ และดำเนินการไปตามกระบวนการแต่งตั้งหรือไม่ ส่วนคณะกรรมการชุดที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งนั้น เป็นการตรวจสอบเรืองการซื้อขายตำแหน่ง แต่ทั้งหมดจะมาบรรจบกัน แต่ตอนนี้เราทำคู่ขนานกันไป

 เมื่อถามว่า เหตุใดทำไมไม่ตรวจสอบก่อนที่จะเซ็นต์คำสั่งแต่งตั้งออกมา พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า ถ้าเราทำก่อนที่จะประกาศคำสั่งออกมาก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ เพราะยังไม่มีคำสั่ง เราก็ยังไม่รู้ตัวคนมารับตำแหน่ง และไม่ได้เป็นเพราะการเมืองส่งสัญญาณใด ๆมา ตรงนี้เป็นเรื่องปกติที่ ตร.ต้องตรวจสอบทุกครั้งที่มีการแต่งตั้ง ตร.ต้องทำเช่นนี้ เป็นเรื่องปกติ โดยทุกปีก็ทำเช่นนี้โดยสำนักงานกำลังพล ตนยืนยันได้ แต่ปีนี้ทำในรูปของคณะกรรมการ หากพบความไม่ถูกต้องในการแต่งตั้งเราก็ต้องแก้ไข และไม่ได้เป็นการเข้าไปแทรกแซงการแต่งตั้ง เพราะทุกปีหลังประกาศคำสั่งแต่งตั้งแล้ว ก็ต้องมีการตรวจสอบจากสำนักงานกำลังพล

 “อย่าเรียกว่าเป็นการรือโผ แต่เป็นการทำให้กระบวนการแต่งตั้งถูกต้องตามขั้นตอน ซึ่งตามกฎหมายแล้วแม้จะออกประกาศไปแล้วก็สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงได้ เราต้องยึดหลักก่อนว่ากระบวนการแต่งตั้งถูกต้องหรือไม่ ถ้าตร.พบว่ากระบวนการแต่งตั้งไม่ถูกต้อง เขาก็ต้องไปดำเนินการแก้ไข ถ้าผบช.ทำไม่ถูกต้อง เขาจะมีความผิดไหม ก็ต้องอีกประเด็นหนึ่ง ส่วน ผบช.ภ. 2 ผมยังไม่ได้เรียกมาพูดคุย เพราะชุดนี้เราตรวจสอบเรื่องการทำตามหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง แค่ตรวจสอบกระบวนการก็เยอะพอสมควรแล้ว เพราะทั่วประเทศ ส่วนการซื้อขายตำแหน่งจะเป็นชุดของทานวศิษฐ์ หากเรียกผมไปให้ข้อมูลผมก็ยินดี”รรท.ผบ.ตร.กล่าว

 เมื่อถามว่า คณะกรรมการตรวจสอบของ ตร. จะสามารถช่วยแก้ปัญหาการซื้อขายตำแหน่งได้ด้วยหรือไม่ พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า อย่าเอาคณะกรรมการทั้งสองชุดมาพันกัน คือแยกกันทำ ทุจริตคือทุจริต กระบวนการแต่งตั้งก็คือกระบวนการแต่งตั้ง ส่วนเมือผลจะเป็นอย่างไร แนวทางจะเจอกันอย่างไรก็ว่ากันต่อไป

 เมื่อถามว่าหนักใจหรือไม่กับปัญหาการซื้อขายตำแหน่งในตร. พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า ก็ไม่หนักใจอะไร เราไม่ได้ทำอะไรผิดก็ไม่มีอะไรต้องหนักใจ สำหรับผู้ใต้บังคับบัญชา ใครไปทำอะไรที่ไม่ถูกไม่ควร มีพยานหลักฐานก็ว่ากันไป ถูกก็ถูก ผิดก็ผิด ว่ากันไปตามเนื้อผ้า

 ผู้สื่อข่าวถามว่าเกี่ยวกับข่าวซื้อขายตำแหน่ง มองว่าเป็นการดิสเครดิตหรือไม่ เพราะเป็นช่วงที่จะมีการแต่งตั้งผบ.ตร. พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่าไม่ได้คิด ถ้ากับตำแหน่งผบ.ตร. ตนเคยตอบไปแล้วว่า ถ้ามาถามตนนั้น ไม่สามารถตอบได้ และที่ผ่านมาก็ไม่เจอนายกรัฐมนตรีเลย