
เสียงมีพลัง "หมออาสา" ชี้ หลังโพสต์ดราม่าทำ Home Isolation แต่ขาดยา จ่อตั้ง ศูนย์ตรวจ"โควิด-19"พร้อมรับยากลับบ้าน
เสียงมีพลัง "หมออาสา" ชี้ หลังโพสต์ดราม่าทำ Home Isolation แต่ขาดยา หลายหน่วยงานจ่อตั้ง ศูนย์ตรวจ"โควิด-19"พร้อมรับยากลับบ้าน
จากกรณีที่ นายแพทย์อกนิษฐ์ ศรีสุขวัฒนา หรือ หมอแอร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ ซึ่งเป็นหมออาสาในการทำ Home Isolation โพสต์เฟซบุ๊ค Akanis Srisukwattana ระบุถึงอุปสรรคในการทำ Home isolation สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 สีเขียว คือยาไปถึงไม่ทัน จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของระบบการทำงาน ล่าสุด หมออสา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค ชี้แจงในประเด็นที่เกิดขึ้น ระบุว่า
จาก Post Home Isolation เมื่อวาน เรื่องไปไกลมาก จากสื่อ จาก social network จนไปถึงผู้ใหญ่หลายภาคส่วน ผมเชื่อเสมอว่า เสียงทุกคน มีพลัง ถ้าเราชี้ให้เห็นปัญหา ข้อเท็จจริง เหตุผล ความเร่งด่วน จะมีคนฟังเรา เห็นปัญหาเหมือนกัน และอยากแก้ปัญหาเหมือนกัน โดยไม่ได้เลือกฝ่าย เลือกข้าง ก่อน Post ผมนั่งคิดอยู่นาน เพราะ Post อาจมีผลกระทบหลายอย่าง ทั้งในทางที่ดี และไม่ดีตามมาได้
มีพี่ท่านหนึ่ง บอกว่า ของบางอย่างมันรอไม่ได้
เราต้อง ททท คือ ทำทันที ถ้าไม่ทำ ก็ไม่มีคนทำ
เมื่อวานได้รับการติดต่อ มากมาย ทั้ง Line FB โทรศัพท์ เพื่อน ๆ social จนผมตอบไม่หมด ได้รับการติดต่อกับผู้ใหญ่หลายท่าน ทราบว่า ทุกท่านไม่ได้นิ่งนอนใจ และเห็นปัญหาตรงกัน
เรากำลังจะมีศูนย์ ตรวจ โควิด พร้อมรับยากลับบ้าน
เราจะมีการ รักษาเชิงรุกมากขึ้น มากกว่า การทำ Home isolation อย่างเดียว ตอนนี้ บางที่ มีการเริ่มทำไปแล้ว และกำลังเร่งให้เปิดรับได้เร็วที่สุด และ บางที่ กำลังเดินหน้าเช่นกัน เป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่พลังสังคม ทำให้เกิดการเดินหน้า ขอบคุณพลังขับเคลื่อนของทุกคน
สิ่งที่สำคัญที่สุด ในภาพรวมตอนนี้คือ
ทำให้มีคนไข้สีแดงเกิดขึ้นน้อยที่สุด
คนไข้สีแดง มีโอกาสเสียชีวิต ถ้าไม่เสียชีวิต ต้องอยู่โรงพยาบาลนานเป็นเดือน คนไข้จะล้นโรงพยาบาลไปเรื่อย ๆ
ผู้ป่วยที่ "ใช่" ต้องได้รับยา "เร็วที่สุด" เพื่อไม่ให้เหลืองเป็นแดง ถ้าเป็นแดง ก็ให้เป็นแดงอ่อน ๆ รักษาได้ ในขณะที่ไม่มีเตียง
คำว่าใช่หมายถึง เป็นกลุ่มเสี่ยง เป็นกลุ่มสูงอายุ เริ่มมีอาการทางปอด กลุ่มนี้เป็นแล้วโรครุนแรง เสียชีวิตได้เร็วที่สุด
เพราะเมื่อมีอาการทางปอด ยิ่งให้ยาเร็วยิ่งดี ถ้าโรคดำเนินไปมาก ทิ้งระยะไปนาน การให้ยาประสิทธิภาพการรักษาจะลดลงกว่าเดิม แม้รักษาเต็มที่ ที่โรงพยาบาล ก็อาจเสียชีวิต
ยาที่ใช้รักษา Covid ไม่ใช่ Favipiravir อย่างเดียว เอาจริง ๆ ยาตัวนี้ ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่า ลดการเสียชีวิตได้
แต่เรารู้ว่า ความรุนแรงของโรค เกิดจากการอักเสบของร่างกาย ของปอด ที่มีต่อเชื้อไวรัส การให้ยาลดการอักเสบ กลุ่ม streroid จะช่วยลดอาการอักเสบของร่างกาย และของปอดได้ ลดอัตราการเสียชีวิต ลดความรุนแรงโรคได้ชัดเจนมากกว่า แต่แพทย์คงลำบาก ที่จะให้ steroid อย่างเดียว โดยไม่ให้ยาต้านไวรัส ต้องให้คู่กันไป
ผู้ป่วยโควิด จะกินยากลุ่ม steroid ทุกคนไม่ได้ เพราะยามีผลข้างเคียง และผลเสียเยอะมากด้วย เช่น
- ทำให้น้ำตาลสูง โดยเฉพาะ ผู้ป่วยเบาหวาน น้ำตาลจะสูงขึ้นมาก จนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
- steroid กดภูมิต้านทาน ทำให้ เกิดการติดเชื้อ แบคทีเรียขึ้นมาแทน
- ถ้าไม่ได้เป็น โควิด แล้วกิน หรือ ไม่เป็นโควิดแบบรุนแรงแล้วกิน จะเกิดผลเสียแทน
ประชาชนควรรู้ว่า steroid มีความจำเป็น และต้องใช้ในการรักษาในรายที่มีอาการทางปอด และไม่ต้องกินทุกคน
ถ้าเราระดมพลัง สร้างจุดรับยาเพิ่ม มีระบบ Home isolation ที่รวดเร็ว ช่วยกันทำ อย่าต่างคนต่างทำ เดี๋ยวมันชนกัน มีคนมองภาพรวม เพื่อใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า ทันเวลา
ทำให้ผู้ป่วยที่รู้ว่าติดเชื้อตั้งแต่วันแรก มีแพลนในชีวิต ว่าต้องกินยาไหม กินยาอะไร ถ้าต้องกิน จะได้รับยาเมื่อไหร่ ทำให้ผูัป่วยที่ใช่ ได้รับยาที่เร็ว ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นลง เราจะลดคนไข้สีแดงลงได้อีกมาก และสุดท้ายเราจะเริ่มเห็นผู้ป่วยเสียชีวิตลดลง ระยะยาว โรงพยาบาลหน้าด่าน จะมีที่พอสำหรับผู้ป่วยหนัก
ที่มา : Akanis Srisukwattana



