
สธ.กระจาย"วัคซีนโควิด" 10 ล้านโดส "ยาฟาวิพิราเวียร์" 80 ล้านเม็ด ไปยังภูมิภาค
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แจงแผนกระจาย"วัคซีนโควิด" 10 ล้านโดส "ยาฟาวิพิราเวียร์" 80 ล้านเม็ด กระจายสู่โรงพยาบาลในต่างจังหวัด และรองรับผู้ป่วยกักตัวในบ้านและชุมชน
นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยในการแถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ว่า คาดการณ์แนวโน้มการติดเชื้อโควิด -19 ในประเทศไทย โดยในสถานการณ์โรคโควิด -19 ทั่วโลก กลับมาระบาดรุนแรง ขึ้นอีกครั้งจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเป็นไปตามตัวเลขการคาดการณ์สถานการณ์ จึงต้องใช้มาตรการต่างๆ เพื่อลดการติดเชื้อและเสียชีวิต โดยมีนโยบายให้ยาฟาวิพิราเวียร์ โดยเร็วที่สุด ซึ่ง 2 เดือนจากนี้จะมียาประมาณ 80 ล้านเม็ด จัดส่งไปสำรองที่ภูมิภาค เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยทั้งในโรงพยาบาล และผู้ป่วยที่แยกกักตัวที่บ้านและชุมชน
นอกจากนี้ ยังจัดหน่วยปฏิบัติการเชิงรุกในชุมชน CCR Team ดูแลรักษาพยาบาล ตรวจคัดกรองด้วย Antigen Test Kit (ATK) ฉีดวัคซีน กลุ่มเปราะบาง โดย กทม.ฉีดครอบคลุมแล้ว 61.67% เฉพาะผู้สูงอายุใน กทม.ฉีดแล้ว 70% ดังนั้น เดือนสิงหาคมที่จะมีวัคซีนอีก 10 ล้านโดส จะปรับการจัดสรรให้ต่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้น
ด้านนายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การควบคุมโรคโควิด-19 และการรักษา ขณะนี้เน้นการตรวจด้วย ATK รู้ผลรวดเร็ว จัดระบบดูแลผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการที่บ้านและชุมชน โดยเชื่อมต่อกับสถานบริการ ฉีดวัคซีนให้กลุ่มเปราะบางที่เข้าถึงบริการลำบาก และการให้ยารักษาอย่างรวดเร็วเพื่อลดอาการรุนแรงและเสียชีวิต โดยเชิญชวนบุคลากรสาธารณสุขในภูมิภาคเข้ามาร่วมทีม CCR Team ระหว่างวันที่ 4-10 สิงหาคมนี้ อย่างน้อย 50 ทีม ทีมละ 10 คน เพื่อทำงานเชิงรุกในชุมชนพื้นที่กทม. ร่วมกับศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. 69 แห่ง ตั้งเป้าหมายตรวจคัดกรองเชิงรุกได้ 4-5 แสนราย คาดว่าจะพบผู้ติดเชื้อนำเข้าสู่ระบบการรักษาได้อย่างน้อย 7-8 หมื่นราย
นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การกระจายวัคซีนเดือนสิงหาคม นอกจากเน้นกลุ่มเสี่ยง 608 คือ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 7 โรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ รวมถึง อสม.เป็นหลัก จะใช้เพื่อควบคุมการระบาด ในพื้นที่เป้าหมายพิเศษ พื้นที่ท่องเที่ยว โดยใช้สูตร SA คือ ซิโนแวคเข็มแรก เว้น 3 สัปดาห์ฉีดแอสตร้าเซนเนก้าเป็นเข็มที่สอง จะมีภูมิคุ้มกันขึ้นสูงใกล้เคียงแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็ม ซึ่งต้องใช้เวลาถึง 12 สัปดาห์ในการฉีดเข็มสอง และจากการใช้พบว่ามีความปลอดภัย ส่วนวัคซีนไฟเซอร์ที่สหรัฐอเมริกาบริจาค 1.5 ล้านโดส ขณะนี้อยู่ในคลังอุณหภูมิ -70 องศาเซลเซียส ของบริษัทซิลลิค ฟาร์มา จำกัด หลังผ่านการตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัย จะเริ่มส่งล็อตแรกไปหน่วยบริการวันที่ 5-6 สิงหาคม และเริ่มฉีดให้กลุ่มเป้าหมายได้วันที่ 9 สิงหาคม



